ความมืดไม่ใช่ความว่างเปล่า... แต่เป็นพื้นที่ที่ความจริงถูกซ่อนเร้นไว้ได้อย่างมิดชิดที่สุด
เสียงคลิกเบาๆ ของสวิตช์ไฟฉายแรงสูงสะท้อนก้องในความเงียบงันของห้องโถงชั้นล่าง แสงสีขาวนวลพุ่งแหวกความมืดมิดที่เพิ่งเข้าครอบงำบ้านพักสไตล์โมเดิร์นของ ดร.ธันวา หลังจากระบบไฟฟ้าทั้งหลังตัดขาดลงอย่างไร้สาเหตุ กลิ่นอายของความชื้นจากฝนที่โปรยปรายข้างนอกผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารและกาแฟดำจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
"ระบบตัดไฟอัตโนมัติไม่ได้เสีย..." เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรศิลาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มขยับเข้ามาประชิดแผ่นหลังของแพทย์นิติเวชโดยไม่ให้ซุ่มเสียง ลมหายใจอุ่นที่ปัดผ่านต้นคอทำให้ธันวาต้องเกร็งกล้ามเนื้อหลังโดยอัตโนมัติ "นี่คือการตัดวงจรจากภายนอก... มีคนจงใจต้อนเราให้จนมุมในบ้านของท่านเอง"
ธันวาไม่ขยับหนี เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกรอบรูปโลหะเย็นเฉียบในความมืด ดวงตาคมกวาดมองเงาสะท้อนรางเลือนของศิลาผ่านกระจกหน้าต่าง แม้สถานการณ์จะคับขันและแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย แต่หัวใจของแพทย์หนุ่มกลับเต้นเป็นจังหวะที่ควบคุมได้ดีกว่าที่ควรจะเป็น
"คุณกำลังใช้บ้านผมเป็นสนามรบส่วนตัวอีกแล้วนะครับ สารวัตร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท เย็นชา แต่นัยน์ตากลับไหววูบด้วยประกายท้าทาย "ความเย่อหยิ่งของคุณกำลังลากผมลงมาแปดเปื้อนในโคลนตมสีเทาของพวกมัน"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย มือหนาเอื้อมไปควաբจับข้อมือบางของธันวาไว้แน่น บีบกระชับพอให้รับรู้ถึงพละกำลังและอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนระอุตัดกับความเย็นเยียบของค่ำคืนนี้
"โคลนตมอะไรกันครับ ดร.ธันวา... ในเมื่อศพบนโต๊ะผ่าตัดของท่านกับกระสุนปืนในสำนวนคดีของผม มันคือเรื่องเดียวกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงจริงจังจนน่ากลัว "ผมไม่ได้มาเพื่อปกป้องบ้านหลังนี้... แต่ผมมาเพื่อปกป้อง 'พยานบุคคล' ที่สำคัญที่สุด ที่พวกมันต้องการจะปิดปากต่างหาก"
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบขาดใจ แรงดึงดูดระหว่างสองขั้วอำนาจ—คนหนึ่งยึดมั่นในความตายเพื่อหาความจริง อีกคนยอมทำลายทุกสิ่งเพื่อทวงความยุติธรรม—กำลังหลอมรวมเข้าด้วยกันท่ามกลางความมืดมิด
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังจะกลายเป็นชนวนจุดระเบิดอารมณ์ดิบเถื่อน เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดจากชั้นสองก็ดังขึ้น!
*กริ๊บ... โครม!*
เสียงเหมือนของแข็งกระทบพื้นไม้เบาๆ ตามด้วยเสียงลากยาวราวกับมีใครบางคนกำลังเดินย่องเข้ามาใกล้ห้องทำงานอย่างจงใจ ศิลาชักปืนพกออกจากซองพกซ่อนใต้สูทอย่างรวดเร็วดั่งปฏิกิริยาอัตโนมัติ พร้อมกับใช้มืออีกข้างผลักร่างของธันวาให้หลบไปอยู่ด้านหลังตู้หนังสือไม้มะฮอกกานีหนาเตอะ
"อยู่ตรงนี้... ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" ศีกระซิบสั่งด้วยแววตาดุดันเฉียบคม
ธันวากัดริมฝีปากแน่น แม้สมองจะสั่งการให้ปฏิเสธคำสั่งของตำรวจผู้เย่อหยิ่งผู้นี้ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตก็บังคับให้เขานิ่งเงียบ มือเรียวควานหาวัตถุเย็นเฉียบในลิ้นชักโต๊ะทำงาน—มีดผ่าตัดสแตนเลสสตีลเกรดการแพทย์คมกริบถูกดึงออกมาถือไว้มั่นในความมืด
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูห้องทำงานพอดี...
เงาดำมหึมาทาบทับลงบนบานกระจกฝ้าของประตู มือปริศนาเอื้อมบิดลูกบิดช้าๆ เสียงกลไกโลหะดัง *คลิก* ท่ามกลางความระทึกขวัญที่บีบหัวใจจนแทบหยุดเต้น
ศิลาย่อตัวลงในมุมอับสายตา นิ้วชี้แตะไกปืนเตรียมพร้อมเหนี่ยวไกทันทีที่ประตูเปิดออก ทว่าก่อนที่ร่างของบุกรุกจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธันวาก็สว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีฟ้าสลัว พร้อมกับเสียงสั่นครืดคราดที่ทำลายความเงียบทั้งหมด
หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึก:
*"ศพที่สามกำลังรอให้คุณไปชันสูตร... ที่ห้องใต้ดินบ้านของคุณเอง"*
ศิลาเบิกตากว้างเมื่อตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่าง เขารemember แผนผังโครงสร้างบ้านหลังนี้ทันที บ้านของธันวา... ไม่เคยมีห้องใต้ดิน!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่โชยตีเข้าจมูกยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ร่วมกันนะครับ
นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 21
คืนอันตราย
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!