นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 25

การปะทะของสองขั้ว

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โลหะเย็นเฉียบในอุ้งมือยังคงสั่นระริกด้วยแรงบีบที่เกร็งจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ธันวาไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดจากการที่คมโลหะบาดลึกเข้าเนื้อ ฝ่ามือของเขาชุ่มโชกไปด้วยเลือดและเหงื่อผสมปนเปกัน แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับความรuุ웃สุมที่กำลังแผดเผาขั้วหัวใจ สัญลักษณ์รูปงูพันกุญแจบนด้ามปืนกระบอกนั้นไม่ใช่แค่รอยสลัก มันคือคมมีดที่ถูกกรีดซ้ำลงบนแผลเป็นอายุยี่สิบปี แผลเป็นที่เขาเพียรพยายามกลบฝังมันไว้ใต้กองเอกสารชันสูตรและตารางเวลาอันเคร่งครัดมาตลอดชีวิต "คุณกำลังทำให้ห้องตรวจศพของผมกลายเป็นสนามเพลาะ สารวัตรศิลา" น้ำเสียงของธันวาต่ำทุบและแหบพร่า มันคือความเย็นชาที่เคลือบไว้ด้วยพิษร้ายแรง ซึ่งหากฟังให้ดีจะพบว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงโทสะที่พยายามกดขี่ไว้ใต้สามัญสำนึก สารวัตรศิลายืนพิงกรอบประตูห้องชันสูตร แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดสะท้อนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ดวงตาคมกริบของนายตำรวจสืบสวนจับจ้องมาที่ร่างของนิติเวชหนุ่มอย่างพิจารณา ไม่มีความตกใจระคนอยู่บนใบหน้านั้น มีเพียงความนิ่งงันที่ลึกซึ้งและเยือกเย็นราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าระเบิดเวลาลูกนี้กำลังจะทำงาน ศิลายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้ช้าๆ โดยเว้นระยะห่างพอสมควรราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าที่บาดเจ็บ "ปืนกระบอกนั้นมาจากมือของคนที่พยายามจะปิดปากเรา ธันวา" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก "และต่อให้คุณจะเกลียดวิธีที่ผมใช้กระชากหน้ากากพวกมันแค่ไหน... ความจริงก็ยังคงเป็นความจริง สัญลักษณ์บนด้ามปืนนั้นพาเราเข้าใกล้ห้องใต้ดินของพวกมันไปอีกหนึ่งก้าวแล้ว" ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายราวกับจะแผดเผาให้เป็นจุล เขาหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มันแห้งผากและเสียดสี "ความจริง?" ธันวากัดฟันกรอด สลัดวัตถุพยานในมือลงบนสแตนเลสเสียงดังเคร้ง "ความจริงที่ได้มาด้วยการแลกกับหลักศีลธรรมอันบิดเบี้ยวของคุณงั้นหรือ! คุณลักลอบดักฟังโทรศัพท์ บุกรุกเคหสถานโดยไม่มีหมายศาล และเกือบจะทำให้พยานคนสำคัญต้องจบชีวิตลงบนทางด่วนเมื่อคืนนี้ แค่เพราะคุณอยากได้คำสารภาพที่รวดเร็วทันใจ!" "แล้วคุณอยากให้ผมทำอย่างไร?" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงยกระดับความเข้มข้นขึ้นเล็กน้อย ความอดทนที่เคยมีเริ่มร้าวราน "รอหมายศาลที่ต้องใช้เวลาสามวัน ในขณะที่พยานกำลังถูกเก็บทีละคนงั้นหรือ? โลกสีขาวสะอาดในห้องแล็บของคุณมันแคบเกินไป ธันวา บนถนนข้างนอกนั่น... ไม่มีใครเขาเล่นตามกติกาสวยหรูหรอก พวกมันใช้กระสุนและความตายเป็นภาษาพูด และถ้าเราไม่ยอมพูดภาษานั้น กลับไปนอนกอดอุดมการณ์ของคุณเถอะ... เพราะความยุติธรรมคงมาไม่ทันที่เราจะได้เก็บศพตัวเอง" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจราวกับลูกศรอาบยาพิษ ธันวาก้าวประชิดตัวสารวัตรหนุ่มอย่างลืมตัว กลิ่นอายความเป็นความตายและความดุดันแผ่ออกจากร่างกายของทั้งคู่จนบรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมนี้แทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรุ่มและจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน ใบหน้าของธันวาอยู่ใกล้จนศิลาสามารถมองเห็นเส้นเลือดฝอยที่ขมับที่กำลังเต้นตุบๆ ของแพทย์นิติเวชผู้มักจะควบคุมสติได้เสมอ "คุณมันก็แค่สารวัตรผู้กระหายความสำเร็จคนหนึ่ง..." ธันวาเค้นเสียงกระซิบชิดริมฝีปาก แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลนระคนเจ็บปวด "ที่ใช้คดีฆ่ายกครัวของผม... ใช้ความแค้นส่วนตัวของผม เป็นเครื่องมือในการไต่เต้าหาความชอบธรรมให้ความรุนแรงของคุณ" ศิลาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบวูบไหวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย แต่มันก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนที่เขาจะใช้มือข้างหนึ่งคว้าเข้าที่ข้อแขนของธันวาที่กำลังสั่นระริก แรงบีบของศิลาแน่นหนาและเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายถอยหนี "ถ้าผมคิดแค่เรื่องไต่เต้า..." ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูของธันวา น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนน่ากลัว "ผมคงปล่อยให้คุณจมอยู่กับกองเลือดของครอบครัวคุณเมื่อยี่สิบปีที่แล้วไปนานแล้ว ธันวา... ผมไม่ได้ใช้คุณเป็นเครื่องมือ แต่ผมกำลังพยายามฉุดคุณขึ้นมาจากนรกที่คุณขังตัวเองไว้ต่างหาก! ดูสิว่าสัญลักษณ์บ้าๆ บนปืนนั่นกำลังทำอะไรกับคุณ คุณกำลังสติหลุด เพียงเพราะอดีตมันหวนกลับมาทวงคืน" ธันวาชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน คำพูดของศิลาเจาะทะลวงเกราะป้องกันอันหนาเตอะที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดสองทศวรรษ ความจริงที่ว่าเขาอ่อนแอลง ความจริงที่ว่าเขากำลังพ่าย ศาสตร์นิติเวชที่เขาศรัทธาและใช้เป็นศาสตราวุธในการค้นหาความจริง กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงต่อหน้าชายผู้ยืนอยู่บนเส้นแบ่งสีเทาคนนี้ มือที่เคยกำแน่นคลายออกช้าๆ ศิลาจึงถือโอกาสนั้นปล่อยแขนของเขา แต่ไม่มีใครถอยหลังออกห่าง ทั้งคู่ยังคงยืนประจันหน้ากัน ท่ามกลางกลิ่นอายของฟอร์มาลีนและความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวหนัง ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องชันสูตรชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจของสองหนุ่มที่เต้นแข่งกันในความมืดมนของอารมณ์ เคมีอันตรายระหว่างความถูกต้องตามกฎหมายและความรุนแรงนอกคอกหลอมรวมพวกเขาเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก มันเป็นทั้งแรงดึงดูดและแรงผลักไสในคราวเดียวกัน ธันวาหลุบสายตาลงมองพื้นกระเบื้องสีขาว ปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ แม้หัวใจจะยังคงเต้นแรงราวกับกลองศึก เขาพยายามดึงศักดิ์ศรีและความเยือกเย็นของตัวเองกลับคืนมาทีละน้อย "คุณข้ามเส้น... สารวัตร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบขึ้น แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "และครั้งนี้ คุณเป็นคนทำลายเส้นแบ่งระหว่างเราเอง" ศิลาไม่ได้ตอบทันที เขามองสำรวจใบหน้าด้านข้างที่เรียบเฉยและดื้อรั้นของธันวา รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของนายตำรวจสืบสวนไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่มันคือความท้าทาย "บางครั้ง... ธันวา" ศิลาเอ่ยเบาๆ ขณะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง "การจะลากปีศาจออกมาจากเงา เราจำเป็นต้องเดินลงไปในความมืดด้วยกัน... ไม่ใช่ยืนสั่งการอยู่บนแสงสว่าง" ประโยคสุดท้ายทิ้งค้างไว้ในอากาศ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของศิลาที่ค่อยๆ ดังห่างออกไปตามทางเดินยาวของสถาบันนิติเวช ธันวายืนนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางแสงไฟสีขาวนวล สายตากวาดกลับไปมองวัตถุพยานชิ้นนั้นบนโต๊ะสแตนเลสอีกครั้ง ทว่า... ก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบต่อ เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดของทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยแบบของศิลา แต่เป็นเสียงลากเท้าเบาๆ ราวกับมีใครบางคนกำลังเดินย่องเข้ามาอย่างระมัดระวัง... และที่สำคัญที่สุด ประตูห้องชันสูตรที่ควรจะถูกล็อกด้วยระบบอัตโนมัติ กลับค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นไอความเย็นและเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนพื้นห้อง พร้อมกับกลิ่นจางๆ ของ... ดอกลิลลี่สีขาวที่ลอยปะปนมากับอากาศยามวิกาล ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%