กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นลอยอบอวลอยู่ในอากาศเย็นเยียบอุณหภูมิสิบแปดองศาเซลเซียส แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากเพดานสาดส่องลงมากระทบกับพื้นกระเบื้องยางเคลือบเงา สะท้อนเงาร่างของชายสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในความเงียบสงัดยามวิกาล
"คุณกำลังรื้อฟื้นซากศพที่กฎหมายและกาลเวลาฝังกลบไปแล้วสองทศวรรษ, ธันวา"
เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรศิลาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบของห้องเก็บแฟ้มประวัติคดีเก่าภายในอาคารสถาบันนิติเวชวิทยา มือหนาของนายตำรวจหนุ่มใหญ่ยังคงกุมด้ามปืนพกในซองใต้รักแร้ตามสัญชาตญาณระแวดระวังภัย แม้รอบตัวจะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดนอกจากพวกเขา
ดร.ธันวา ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นและรอยเปื้อนหมึกจางๆ นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางสีขาวพลิกกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่ากระดาษกรอบบางเหล่านี้จะสลายกลายเป็นผุยผงคามือ
"ความตายไม่เคยมีอายุความ, สารวัตร" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ ทว่าแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นที่ศิลาคุ้นเคยดี "และฆาตกรที่ลอยนวลมานานยี่สิบปี ก็มักจะตายใจว่าเงาของตัวเองถูกกลืนหายไปกับความมืดแล้ว... แต่มันไม่ใช่สำหรับผม"
ศิลาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับแพทย์นิติเวชผู้เย่อหยิ่ง กลิ่นอายบุหรี่จางๆ และความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักผสมผสานกับกลิ่นเฉพาะตัวของโรงพยาบาล
"คดีเมื่อยี่สิบปีก่อน ศพนิรนามหมายเลขศูนย์เจ็ด ดำเนินการโดยร้อยตำรวจเอกวิชาญ... นายตำรวจรุ่นพี่ที่เพิ่งยิงตัวตายหนีคดีทุจริตไปเมื่อสัปดาห์ก่อน คุณคิดว่าคุณจะได้อะไรจากกองกระดาษพวกนี้ นอกจากความว่างเปล่าและภาพหลอนในอดีตของคุณเอง?" ศิลาตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงคมกริบ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าด้านข้างของธันวา ราวกับต้องการเจาะทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งจิตใจที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
ธันวาชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ ดวงตาคมกราบใต้กรอบแว่นสายตาตวัดขึ้นสบตากับนายตำรวจรุ่นพี่ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยประกายไฟที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบงัน
"ภาพหลอนเหรอครับ?" ธันวาทวนคำ น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "สิ่งที่ผมเห็นในแฟ้มนี้ไม่ใช่ภาพหลอน แต่เป็น 'รอยแผล' ที่ระบบกฎหมายของคุณพยายามปกปิดต่างหาก ศพนิรนามเด็กผู้หญิงอายุแปดขวบ ถูกระบุสาเหตุการตายว่า 'จมน้ำ' แต่ในบันทึกการผ่าศพฉบับจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรม... กระดูกไฮออยด์หัก และมีร่องรอยการกดทับบริเวณลำคอก่อนที่จะถูกโยนลงแม่น้ำ"
ศิลาเงียบไป อึดใจนั้นบรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าธันวากำลังพูดถึงอะไร คดีในอดีตที่พัวพันกับผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ คดีที่ทำให้ครอบครัวของธันวาต้องพังทลาย และเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้แพทย์หนุ่มคนนี้เลือกที่จะอุทิศชีวิตให้กับความเงียบงันของศพ มากกว่าคำพูดของผู้มีอำนาจ
"คุณกำลังเล่นกับไฟกองใหญ่, ธันวา" ศิลาเตือนด้วยความหวังดีที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาตร ฐานของนายตำรวจผู้ผ่านโลกมาโชกโชน "คนที่สั่งปิดคดีนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนนี้พวกมันนั่งอยู่บนยอดพีระมิดของกระบวนการยุติธรรม การที่คุณขุดคุ้ยศพนิรนามขึ้นมา ไม่ต่างอะไรกับการเอาน้ำมันไปราดกองเพลิงที่กำลังจะมอด"
"ปล่อยให้มันเผาให้ราบคาบซิครับ" ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ทว่าหนักแน่นในทุกพยางค์ "ถ้าความยุติธรรมมันหาไม่ได้จากห้องพิจารณาคดีที่มีแต่คนสวมสูทใส่หน้ากาก... เราก็คงต้องปล่อยให้ความจริงมันส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาจากหลุมศพเอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเก็บแฟ้มอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบปรับอากาศและเสียงกระดาษแผ่นบางเสียดสีกัน ธันวาไม่สนใจคำเตือนของศิลาอีกต่อไป สมาธิทั้งหมดของเขาถูกดึงดูดเข้าสู่เอกสารชิ้นสุดท้ายในแฟ้มสีน้ำตาลนั้น เป็นซองพลาสติกใสบรรจุวัตถุพยานชิ้นเล็กๆ ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีตลอดสองทศวรรษ
นิ้วเรียวหยิบซองพลาสติกนั้นขึ้นมาส่องใต้แสงไฟนีออน
มันคือสร้อยข้อมือเงินแท้ลายกางليبจิ๋วสลักอักษรย่อภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่สองตัว... *'T.V.'*
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดไปชั่วเสี้ยววินาที ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้กองเลือดและน้ำตาเมื่อยี่สิบปีก่อน พลุ่งพล่านขึ้นมาในสมองราวกับคลื่นสึนามิ สร้อยเส้นนี้... เขาจำมันได้แม่นยำ มันคือสร้อยที่พี่สาวของเขาสวมใส่ติดตัวในวันเกิดเหตุวันที่ครอบครัวของเขาล่มสลาย
ศิลาสังเกตเห็นความผิดปกติทางสีหน้าของธันวา มือหนาเอื้อมไปแตะที่ไหล่กว้างของแพทย์หนุ่มโดยไม่รู้ตัว "ธันวา... เกิดอะไรขึ้น?"
ธันวายังคงนิ่งงัน ราวกับถูกตรึงไว้กับอดีต เสียงของศิลาอยู่ไกลออกไป โลกทั้งใบเหลือเพียงสร้อยข้อมือเงินเส้นเล็กในมือ และความจริงอันมืดหม่นที่กำลังจะถูกกระชากหน้ากาก
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดต่อ ความเงียบงันยามวิกาลก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังวิ่งตรงมาตามทางเดินด้านนอก มุ่งหน้ามายังห้องเก็บแฟ้มประวัติแห่งนี้อย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งความเกรงใจ
*ปัง!*
เสียงถีบประตูห้องเก็บแฟ้มเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าสามคนก้าวพรวดเข้ามาในห้อง ปืนกระบอกดำสนิทติดลำกล้องเก็บเสียงถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่ร่างของพวกเขาทั้งสองคนทันที
ศิลาไม่รอช้า สัญชาตญาณนายตำรวจสืบสวนทำงานเร็วกว่าความคิด มือหนาชักปืนพกออกจากซองพร้อมกับกระชากร่างของธันวาให้หลบลงไปหลังชั้นวางแฟ้มเหล็กขนาดใหญ่ เสียงกระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกระดาษเอกสารและชั้นเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว
"บัดเอลเอ้ย! พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิด!" ศิลาสบถเสียงดังลั่น พรางเล็งปืนสวนกลับไปในความมืดของทางเดิน "ธันวา หมอบลงต่ำไว้!"
ธันวากำสร้อยข้อมือในมือแน่นจนเจ็บฝ่ามือ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตะลึงระคนกัน เมื่อเขาสังเกตเห็นสัญลักษณ์รูปงูพันกุญแจที่สลักอยู่บนด้ามปืนของหนึ่งในมือปืนที่บุกเข้ามา... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักบนข้อมือของฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของเขาเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว
**************************************************
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดไปกับผมนะครับ
นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 24
เบาะแสในคลังเก็บศพ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!