กลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้องทำงานใต้ดินในสถาบันนิติเวชยามวิกาล ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังถูกขังอยู่ภายในห้องโดยสารของเรือดำน้ำที่ออซิเจนกำลังจะหมดลง
ดร.ธันวา ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน ปลายมีดผ่าตัดสเตนเลสสตีลในมือของเขากำลังกรีดลงบนแผ่นยางจำลองผิวหนังด้วยแรงกดที่สม่ำเสมอและแม่นยำ ราวกับต้องการระบายความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมานานหลายปีลงบนวัตถุไร้ชีวิตนั้น เสียงกรีดของคมมีดดัง "แคว่ก..." เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน
สารวัตรศิลา ยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองการกระทำนั้นด้วยสายตาที่อ่านยาก บุรุษในเครื่องแบบสืบสวนยับยู่ยี่ผู้ผ่านคดีโสมมมานับไม่ถ้วนอย่างเขา รู้จักความเงียบประเภทนี้ดี มันไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือแรงระเบิดเวลาที่รอชนวนไฟ
"คุณกำลังทำให้ยางจำลองชิ้นนั้นกลายเป็นร่างของใครบางคนที่มีชีวิตจริงๆ นะครับ, หมอ" ศิลาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ
ธันวายังคงไม่เงยหน้า รอยหยักบนหน้าผากย่นเข้าหากันเล็กน้อยภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลน "ศพไม่ได้โกหกใคร สารวัตร... แต่คนเป็นนี่สิ มักจะมีคำพูดร้อยแปดพันเก้าเพื่อบิดเบือนความจริงเสมอ แม้กระทั่งความจริงที่อยู่ตรงหน้าตัวเอง"
ศิลาเดินช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวนายตำรวจหนุ่มลอยมาแตะจมูกธันวา ศิลายื่นมือไปหยิบแฟ้มคดีเก่าสีน้ำตาลที่วางอยู่มุมโต๊ะขึ้นมาพลิกดู หน้าปกของแฟ้มนั้นมีรอยคราบกาแฟและรอยยับยู่ยี่ ซึ่งบ่งบอกว่ามันถูกเปิดอ่านมาแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"คดีเมื่อสิบปีก่อน... คดีที่ทำให้หมอก้าวเข้ามาสู่เส้นทางนิติเวชอย่างเต็มตัว" ศิลาเอ่ยชื่อคดีขึ้นมาเบาๆ แต่ทรงพลังราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบลงกลางใจห้อง
มือของธันวาชะงักลงทันที ปลายมีดหยุดนิ่งอยู่บนแผ่นยาง เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก ดวงตาคมกวาดมองไปในความว่างเปล่าเบื้องหน้า ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับสารวัตรหนุ่มด้วยแววตาที่ไหววูบเพียงเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่ปกติแล้วไม่มีใครเคยได้เห็นจากแพทย์นิติเวชผู้เย็นชาคนนี้
"คุณอยากรู้จริงๆ หรือครับ ว่าทำไมผมถึงเกลียดความอยุติธรรมยิ่งกว่ากลิ่นเน่าเฟะของซากศพ" ธันวาถามเสียงพร่า ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
ศิลาไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาเลื่อนเก้าอี้ตัวใกล้ที่สุดออกแล้วหย่อนตัวลงนั่ง ฝ่ามือใหญ่ประสานกันวางไว้บนตัก สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองตรงมาที่ธันวาอย่างให้เกียรติและรอคอย เป็นความนิ่งงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณ—ความเข้าใจระหว่างนักล่าความจริงสองคนที่ยืนอยู่คนละฝั่งของฟากฟ้ากฎหมาย
ธันวาลอบถอนหายใจยาวนาน เขาถอดถุงมือยางออกทีละข้าง วางมันลงบนถาดสเตนเลสเสียงดัง *กริ๊ง* ก่อนจะทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงชั่วครู่เพื่อดึงความทรงจำที่ถูกฝังกลบไว้อย่างดีในสุสานแห่งความลับขึ้นมาเผชิญหน้า
"วันนั้น... ฝนตกหนักมาก" ธันวาเริ่มเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและแผ่วเบา ราวกับกำลังพยายามผลักดันน้ำหนักนับตันออกจากอก "ครอบครัวของผมไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุอย่างที่สำนวนคดีสรุปไว้... น้องสาวของผม และพ่อแม่ของผม ถูกทำให้ตาย"
ศิลาขยับตัวเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาระยะห่างและความเงียบไว้เพื่อให้ธันวาได้ระบายสิ่งที่อัดอั้น
"หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุชัดเจน รอยนิ้วมือ คราบเขม่าปืน วิถีกระสุน และรอยลากศพ... ทุกอย่างฟ้องว่ามันคือการฆาตกรรมอำพรางโดยฝีมือของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น" ธันวากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "แต่รู้ไหมครับสารวัตร ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ผมยื่นรายงานชันสูตรฉบับนั้นให้กับพนักงานสอบสวน?"
ศิลาขมวดคิ้วเข้าหากัน ดวงตาคมกวาดมองสีหน้าที่เจ็บปวดของอีกฝ่าย "สำนวนถูกเปลี่ยน... หรือไม่ก็หายไปจากระบบ"
"ถูกต้องครับ" ธันวายิ้มเยาะให้กับความเน่าเฟะของระบบยุติธรรมในอดีต รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความสุขสิ้นเชิง "รายงานของผมถูกตีตกด้วยเหตุผลว่า 'หลักฐานไม่เพียงพอและเป็นความผิดพลาดของอุบัติเหตุ' คนที่สั่งปิดคดีคือสารวัตรใหญ่คนเดียวกับที่เคยนั่งดื่มกาแฟร่วมโต๊ะกับพ่อผม ตำรวจเลือกที่จะปกป้องเกียรติยศของเครื่องแบบ มากกว่าความยุติธรรมของชีวิตคน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าเบื่อหน่าย มันคือความเงียบที่หนักอึ้งด้วยมวลอารมณ์ของความเจ็บปวดและการสูญเสีย ศิลารู้สึกได้ถึงรอยร้าวในใจของหมอหนุ่ม—รอยร้าวที่คล้ายคลึงกับอดีตของเขาเองอย่างไม่น่าเชื่อ
ศิลาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มนวลอย่างที่ธันวาไม่เคยได้ยินมาก่อน
"นั่นคือเหตุผลสินะครับ... ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนเยชาชา และเลือกที่จะเชื่อมั่นเฉพาะสิ่งที่ศพพูดเท่านั้น" ศิลาเอ่ยเบาๆ "เพราะศพไม่เคยรับสินบน ศพไม่เคยกลัวอำนาจมืด และศพไม่เคยหักหลังคุณ"
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับสารวัตรหนุ่มอีกครั้ง ในแววตาคู่นั้นมีความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้เกราะกำบังอันแข็งแกร่ง "ใช่ครับ... ศพคือความจริงเดียวที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลกใบนี้ สำหรับผมแล้ว คนเป็นต่างหากที่น่ากลัวกว่าความตายเสียอีก"
ศิลานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าความเป็นเพื่อนร่วมงานกำลังก่อตัวขึ้นในบรรยากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เขายื่นมือออกไป วางฝ่ามืออุ่นลงบนโต๊ะโลหะเบื้องหน้า ห่างจากมือของธันวาเพียงไม่กี่คืบ ราวกับต้องการส่งผ่านความอบอุ่นบางอย่างข้ามกำแพงความเยือกเย็นที่อีกฝ่ายสร้างขึ้น
"แต่คุณไม่ได้อยู่กับศพไปตลอดชีวิตหريكนะครับ, หมอธันวา" ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ทรงพลัง และชวนให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "คุณยังมีผม... คนที่พร้อมจะก้าวข้ามเส้นศีลธรรมสีเทา เพื่อลากคอมารยาททรามพวกนั้นมารับโทษด้วยมือของผมเอง ความแค้นของคุณ จะถูกชำระด้วยกระบวนการที่อาจจะไม่ขาวสะอาด แต่รับรองว่ามันจะสาสม"
ธันวาจ้องมองฝ่ามือของศิลา สลับกับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความมุ่งมั่นและบาดแผลในอดีต หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของแพทย์นิติเวชหนุ่มกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างผิดจังหวะ—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นแรงดึงดูดอันตรายที่ปฏิเสธไม่ได้ระหว่างความถูกต้องของศพและความเทาของมนุษย์
ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนทางจิตวิญญาณนั้น...
*กริ๊งงงงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์ฉุกเฉินบนโต๊ะทำงานของธันวาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบ เสียงนั้นแหลมสูงและบาดแก้วหู ราวกับเสียงกรีดร้องเตือนภัยจากขุมนรก
ธันวาชักมือกลับอย่างรวดเร็ว เขากลืนน้ำลายลงคออึ้งใหญ่ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ธันวาพูดครับ..."
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงซ่าของสัญญาณวิทยุ ก่อนที่เสียงสั่นเครือของผู้ช่วยแพทย์ฝึกหัดจะดังลอดออกมาด้วยความตื่นตระหนก
"ดร.ธันวาครับ! เคสด่วน... ศพปริศนาเพิ่งถูกส่งมาที่ห้องชันสูตรชั้นใต้ดิน 3 ครับ..." เสียงนั้นขาดห้วงไปเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัว "แต่... แต่สิ่งที่แปลกคือ ร่างนั้น... ร่างนั้นสวมแหวนแต่งงานวงเดียวกับที่คุณสวมอยู่ตอนนี้ครับ!"
ธันวานิ่งค้างไปในทันที ร่างกายของแพทย์หนุ่มชาดิบตั้งแต่ปลายนิ้วจรดโคนผม ดวงตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างสุดขีด เขาก้มมองที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง—แหวนเงินเกลี้ยงเกลาที่เขาไม่เคยถอดออกจากนิ้วเลยตลอดสิบปีที่ผ่านมา... แหวนวงเดียวกับของน้องสาวที่เสียชีวิตไปแล้วในเหตุการณ์คืนนั้น!
ศิลาเห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของธันวา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที "เกิดอะไรขึ้น, หมอ?"
ธันวาลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาจ้องมองไปที่ประตูทางเดินมืดมิดนำไปสู่ห้องชันสูตรชั้นลึกด้วยความหวาดผวา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ประตูห้องทำงานของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ในความเงียบสงบยามวิกาล
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
โดย ดร.นิติเวช
นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 16
บาดแผลที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!