นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 4

ร่องรอยในห้องดับจิต

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
เสียงหยดน้ำจากก๊อกสแตนเลสกระทบอ่างล้างเครื่องมือโลหะดัง *ติ๋ง... ติ๋ง...* เป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจผ่าวร้อนของสารวัตรศิลา ที่ยืนพิงกรอบประตูห้องชันสูตรด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินกว่าจะอยู่ในสถานที่ซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นฟอร์มาลีนและไขมันศพ "คุณกำลังทำให้ถุงมือยางคู่ที่สามของผมหมดอายุขัยเร็วกว่ากำหนด สารวัตร" ดร.ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือลาเท็กซ์สีขาวสนิทกำลังปรับปุ่มโฟกัสแสง แสงไฟสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนผ่านแว่นสายตาไร้กรอบของแพทย์นิติเวชผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันของห้องดับจิตลงอย่างไม่แยแส เจ้าหน้าที่หนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะสเตนเลส ชายเสื้อสูทสีเข้มยับยู่ยี่บ่งบอกถึงการทำงานข้ามคืนโดยไม่ได้พักผ่อน ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองร่างไร้ชีวิตบนเตียงผ่าตัด ก่อนจะเลื่อนกลับมาจดจ้องแผ่นหลังของคนตรงหน้าด้วยความหมายบางอย่าง "ความตายไม่ได้รอให้คุณใจเย็นหรอกนะหมอ... โดยเฉพาะศพของ สส.ชัย าน ที่ถูกยัดเยียดให้ตายด้วยหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเนี่ย" ศิลาพูดเสียงนุ่ม แต่แฝงความกดดันอันตราย "เบื้องบนโทรมาหาผมสามรอบในเวลาสิบนาที พวกเขาอยากให้ผมเซ็นปิดคดี แล้วรับร่างท่านกลับไปฌาปนกิจก่อนที่ตลาดหุ้นจะเปิดทำการรอบบ่าย" ธันวาหยุดมือที่กำลังหมุนปรับเลนส์ ชั่วขณะหนึ่งที่ไหล่กว้างใต้เสื้อกาวน์สีขาวไหวเล็กน้อยด้วยความอึดอัด เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับนายตำรวจสีเทาผู้เย่อหยิ่ง แววตาของแพทย์หนุ่มแข็งกร้าวและไร้ความปรานี "ถ้าคุณเซ็นปิดคดี นั่นก็แปลว่าคุณขายวิญญาณให้พวกมันไปเรียบร้อยแล้วครับ สารวัตร" ธันวาเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดเจน "หัวใจล้มเหลว? น่าขันสิ้นดี... กล้ามเนื้อหัวใจของท่าน สส. มีร่องรอยการขาดเลือดไปเลี้ยงจริง แต่หลอดเลือดหัวใจทุกเส้นสะอาดเอี่ยมไร้คราบไขมันอุดตัน ปอดมีภาวะถุงลมโป่งพองเล็กน้อยตามวัย แต่วิสังข Lungs ทั่วไปไม่มีทางทำให้เลือดในเส้นเลือดฝอยเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำผิดธรรมชาติแบบนี้ได้" ศิลาหรี่ตาลง รอยยิ้มมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง เขารู้ดีว่าธันวาไม่ใช่แพทย์ที่จะหลอกลวงได้ง่ายๆ "แล้วคุณเจออะไร หมอ?" ธันวาไม่ตอบในทันที เขาผายมือเชิญให้ศิลาเดินมาดูภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ความละเอียดสูง ภาพกราฟฟิกสามมิติแสดงโครงสร้างเนื้อเยื่อตับและปอดที่ถูกขยายใหญ่เป็นแสนเท่า จุดสีดำสนิทกระจายตัวอยู่ตามผนังเซลล์ราวกับหยดหมึกที่ซึมลงบนกระดาษทิชชู "นี่คือผลการวิเคราะห์สเปกตรัมมวลสาร (Mass Spectrometry) จากตัวเนื้อเยื่อตับของท่าน สส." ธันวาใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ที่โต๊ะ "มันไม่ใช่สารพิษทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นไซยาไนด์ สตริคนีน หรือสารหนู... โครงสร้างโมเลกุลของมันซับซ้อนเกินกว่าจะสังเคราะห์ได้ในห้องแลนด์ใต้ดินทั่วไป" ศิลาขมวดคิ้วแน่นโน้มตัวเข้าไปใกล้หน้าจอ กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวนายตำรวจหนุ่มลอยปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ "แปลว่าอะไร? มันคืออาวุธเคมี?" "มันคือสารเคมีสังเคราะห์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายระบบประสาทส่วนกลางโดยไม่ทิ้งร่องรอยในกระแสเลือดหลังผ่านไปสิบสองชั่วโมง" ธันวาถอนหายใจยาว แววตาฉายแววความเจ็บปวดจากอดีตที่ฝังใจ "สารตัวนี้ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลสารพิษแห่งชาติ ไม่มีแม้กระทั่งในตำราพิษวิทยาของสถาบันนิติเวชระดับโลก... มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฆ่าโดยเฉพาะ และผู้ที่ครอบครองมันต้องมีอำนาจและทุนหนาพอที่จะเข้าถึงงานวิจัยระดับความลับสูงสุด" บรรยากาศในห้องดับจิตเงียบงัดลงทันที เสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำดูเหมือนจะดังขึ้นเรื่อยๆ ในความรู้สึก ศิลายืดตัวตรง มือหนาล้วงกระเป๋าเสื้อกางเกง แววตาที่เคยมีความขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนที่คาดเดาไม่ได้ "น่าสนใจ..." ศิลาพึมพำ "แปลว่าท่าน สส. อาจจะไปรู้ความลับอะไรบางอย่างเข้า จนทำให้ 'ใครบางคน' ต้องยอมงัดเอาอาวุธลับชิ้นนี้มาใช้" "และนั่นหมายความว่า เรากำลังเล่นอยู่กับเกมที่ใหญ่เกินกว่าที่เราสองคนจะรับมือไหว" ธันวากล่าวเตือนเสียงเรียบ พลางถอดถุงมือยางออกโยนลงถังขยะทางการแพทย์ "คุณยังยืนยันที่จะช่วยผมขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อไหมครับ สารวัตร? หรือจะถอยตอนนี้แล้วปล่อยให้ศพนี้ถูกเผาไปพร้อมกับความจริง" ศิลาเงยหน้าขึ้น สบตากับแพทย์หนุ่มนิ่งนาน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความบ้าบิ่นในแบบฉบับของสารวัตรสีเทา "ถอยเหรอหมอ? คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยรู้จักคำนั้น..." ศิลาสาวเท้าเข้าไปใกล้ธันวาจนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นกายสะอาดผสมความเครียดของผู้ชายทั้งสองคนอบอวลในอากาศ "ในเมื่อพวกมันเล่นนอกเกม เราก็แค่ต้องเปิดโต๊ะเดิมพันใหม่... ว่าแต่ คุณกล้าพอที่จะเอาตำแหน่งหมอนิติเวชผู้แสนเย่อหยิ่งของคุณมาเดิมพันกับผมไหมล่ะ" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว แต่กลับสร้างแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าสารพิษในตัวศพเสียอีก ก่อนที่แพทย์หนุ่มจะได้เอ่ยปากตอบคำถาม เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ทั้งคู่หันขวับไปมองที่ประตูห้องชันสูตร ประตูเหล็กบานหนาค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดสลัวของโถงทางเดิน เจ้าหน้าที่เวรเปลคนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยใบซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทา และมีหยดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก "ดร.ธันวา... สารวัตรครับ..." เสียงของเจ้าหน้าที่เวรเปลสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "มะ...มีคนส่งพัสดุมาถึงห้องชันสูตรครับ ระบุชื่อหน้ากล่องว่าเป็นของคุณหมอ... แต่ว่า..." ธันวาและศิลาสบตากันด้วยความสงสัยระคนระแวดระวัง "แต่วะไร?" ศิลาถามเสียงเข้ม "ผู้ส่ง... เป็นชื่อของคนที่ตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อนครับ... คดีปิดตายที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องของครอบครัวคุณหมอเองครับ" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ โดย ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%