"ฉันคิดว่าเราคุยกันเคลียร์แล้วนะคะ คุณปฐพี"
สุ้มเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆเจือปน ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งฝีเท้าของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้าวเข้ามาประชิดตัวได้ทันที รินรดายืนไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เส้นผมยาวสลวยที่เคยปล่อยให้เคลียคลอลาดไหลบอบบาง ถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างเนียบกริบ เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่เชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาเคยซุกซบสูดดมเมื่อหลายปีก่อน... แต่ทว่าในเวลานี้ มันกลับให้ความรู้สึกราวกับหนามแหลมที่เคลือบด้วยยาพิษ ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งบาดลึก
ปฐพีชะงักฝีเท้า นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับไหววับด้วยความเจ็บปวดและโหยหา เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้า สำรวจร่องรอยของกาลเวลาที่ไม่ได้ทำให้เธอลดทอนความงดงามลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มันหล่อหลอมให้รินรดาในวันนี้กลายเป็นประติมากรรมชิ้นเอกที่สง่างาม เด็ดเดี่ยว และเยือกเย็นจนน่าใจหาย
"ริน... ผมแค่อยากคุยกับคุณเรื่องโปรเจกต์ร่วมทุนระหว่างบริษัทเรา" ปฐพีพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามซ่อนความสั่นพร่าในอกเอาไว้ภายใต้มาดของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล "ในฐานะพาร์ทเนอร์ ผมคิดว่าเราควรมีมื้อค่ำเพื่อกระชับความสัมพันธ์สักหน่อย"
"พาร์ทเนอร์เหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงมาที่เขา เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาที่เธอไม่ได้พยายามปิดบัง "น่าขันเสียจริงนะคะ เมื่อก่อนตอนที่เราเป็นสามีภรรยากัน คุณไม่เคยคิดแม้แต่จะชายตามองฉันด้วยซ้ำ ขนาดเวลาทานข้าวร่วมกัน คุณยังไม่เคยนั่งร่วมโต๊ะกับฉันนานเกินห้านาทีเลยด้วยซ้ำ แต่วันนี้... คุณกลับมาพูดคำว่าพาร์ทเนอร์และชวนฉันไปทานข้าวอย่างนั้นหรือคะ?"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางอกของปฐพีราวกับลูกศรอาบยาพิษ ใบหน้าคมสันซีดเผือดลงเล็กน้อย เขากลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก ภาพในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ... ภาพที่เธอนั่งรอเขาอยู่บนโต๊ะอาหารที่เย็นชืดพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า ภาพที่เขาเคยผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใยเพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงน่ารำคาญที่ผู้ใหญ่หามาให้เพื่อผูกมัดเขาไว้
ใครจะไปรู้เล่า... ว่าในวันที่เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าหัวใจของตนเองได้สลักชื่อของผู้หญิงคนนี้ไว้อย่างลึกซึ้ง จนกระทั่งเธอเดินจากไปพร้อมกับรอยแผลเป็นในใจ มันก็สายเกินกว่าจะเหนี่ยวรั้งไว้เสียแล้ว
"ผมรู้ว่าผมเคยโง่เง่า..." ปฐพีขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าว น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้ แต่ริน... คนเราย่อมมีสิทธิ์ที่จะแก้ไขความผิดพลาดไม่ใช่หรือครับ ให้โอกาสผมได้ชดใช้... ได้ไหม"
รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากท่าทีที่เยือกเย็นและแววตาที่ว่างเปล่าของเธอทำให้ปฐพีต้องหยุดชะงัก เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเขา ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ การได้กลับมาเผชิญหน้ากันในระยะประชิดเช่นนี้ ทำให้ปฐพีได้กลิ่นกายหอมละมุนที่เขาโหยหามาตลอดหลายปี หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวระรัวราวกับคนใกล้ตาย ความต้องการที่จะโอบกอดร่างบางนี้ไว้แนบอกพลุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่
มือหนาของปฐพีเผลอยื่นออกไป หมายจะแตะลงบนลาดไหล่มนเพื่อเหนี่ยวรั้ง แต่ทว่า...
*เพียะ!*
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มสากดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องทำงานกว้าง ปฐพีหน้าหันไปตามแรงตบที่ไม่ได้ออมมือเลยแม้แต่น้อย ทว่าเขากลับนิ่งงัน ไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นกุมแก้มที่ขึ้นรอยแดงเป็นปื้นด้วยซ้ำ รินรดาดึงมือกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง
"อย่าบัง2อาจมาแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน "คุณคิดว่าคุณเป็นใครคะปฐพี? คิดว่าทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งจนแหลقสลายไม่เหลือชิ้นดี แล้วพอผ่านไปไม่กี่ปี จะเดินกลับมาทำหน้าตาออดอเซาะขอโอกาสอย่างนั้นเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ!"
"ริน..." ปฐพีหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด เขายอมรับทุกความโกรธเกรี้ยวของเธอ ยอมรับทุกการลงทัณฑ์ เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำในอดีตมันเลวร้ายยิ่งกว่านี้เสียอีก
"จำเอาไว้ซะนะคะปฐพี ว่าผู้หญิงโง่ๆ คนที่ชื่อรินรดาที่เคยวิ่งตามคุณ ร้องไห้ฟูมฟายอ้อนวอนขอความรักจากคุณ... เธอได้ตายไปจากโลกนี้ตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้เธอแล้วค่ะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว "ส่วนเรื่องโปรเจกต์... เราคุยกันเฉพาะเรื่องงานเท่านั้นค่ะ ถ้าไม่มีธุระอะไรอื่นแล้ว เชิญคุณออกไปจากห้องของฉันได้แล้วค่ะ!"
ปฐพียืนนิ่งงันราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความเย็นชาและสายตาที่ไร้เยื่อใยของเธอ มันบาดลึกยิ่งกว่าแผลฉกรรจ์ใดๆ ในชีวิต เขารู้ดีว่าการจะเอาหัวใจดวงเดิมกลับคืนมานั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย... แต่เขาก็ไม่คิดว่ากำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปิดกั้นเขา จะหนาและสูงชันจนแทบจะปีนป่ายไม่ไหวเช่นนี้
ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนสันนูน ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำยอม "ก็ได้ครับ... ผมจะไป แต่จำไว้รินรดา ผมไม่มีวันยอมแพ้คุณเด็ดขาด"
พูดจบ ปฐพีก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกจากห้องทำงานไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้รินรดายืนหายใจหอบสะท้อนอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงัน หญิงสาวหลับตาลงช้าๆ เพื่อตั้งสติ ปล่อยให้น้ำตาหยดใสที่เกือบจะเอ่อล้นไหลย้อนกลับเข้าไปในอก ความเจ็บปวดในอดีตไม่เคยจางหาย แต่มันถูกแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธที่แหลมคม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการชำระแค้นครั้งใหญ่
ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออกโดยเลขาส่วนตัวของเธอ
"คุณรินคะ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณค่ะ ผู้ส่งระบุว่าเป็นเอกสารลับส่วนบุคคล และ..." เลขาสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สีหน้าดูตื่นตระหนกจนผิดปกติ "เอ่อ... มีคนฝากซองเอกสารอีกซองหนึ่งมาให้คุณด้วยค่ะ เขาบอกว่าเป็นผลตรวจดีเอ็นเอของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่เพิ่งวิ่งเข้ามาในตึกเมื่อสักครู่นี้..."
รินรดานิ่งงัดไปทันที ลมหายใจสะดุดกะทันหัน เมื่อเลขาสาววางซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนลงบนโต๊ะทำงาน พร้อมกับรูปถ่ายใบล่าสุดที่ร่วงหล่นลงมาคว่ำหน้าอยู่บนพื้น...
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นภาพเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบ ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากปฐพีราวกับแกะ กำลังยืนถือลูกโป่งสีฟ้าอยู่หน้าตึกสำนักงานแห่งนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการแก้แค้นและไฟสวาทครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- รรสรินกลิ่นกำมะหยี่ -
ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้เย็นชา•ตอนที่ 2
คนแปลกหน้าในความคุ้นเคย
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!