สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม•ตอนที่ 2

รสชาติที่คุ้นเคย

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าคุณยังยืนถือตะหลิวทำหน้ายักษ์ใส่กระทะอยู่แบบนั้น เกรงว่าหมูสามชั้นในกระทะคงจะสาปแช่งให้มันหมูระเบิดใส่หน้าคุณเสียก่อนนะคะ, คุณอดีตนายทหาร" เสียงใสแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงฉู่ฉ่าของน้ำมันที่กระทบกับเครื่องแกงเผ็ดกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวเก่าคร่ำคร่าของไร่ส้ม พริมาไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิด แม้ว่าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เจ้าของบ้าน—ร้อยเอกศิลา จะยืนกอดอกจ้องมองเธอด้วยสายตาดุคมกริบราวกับกำลังสอบสวนเชลยศึกในค่ายทหาร แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ระคนกับความประหลาดใจที่ปิดไม่มิด เมื่อจู่ๆ หญิงสาวแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาในไร่เมื่อวาน กลับถือวิสาสะยึดครัวของเขาเป็นสนามรบส่วนตัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง ศิลาไม่ตอบคำถาม เขาปรายตามองวัตถุดิบแปลกประหลาดที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้ ทั้งพริกขี้หนูสวนสีแดงสดที่ส่งกลิ่นฉุนทะลุจมูก ใบมะกรูดฉีกที่เขียวขจีราวกับเพิ่งเด็ดมาจากต้นเมื่อวินาทีមុន และที่สำคัญที่สุดคือ 'กะปิ' ชั้นดีที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจจนต่อมน้ำลายในปากของชายหนุ่มถึงกับทำงานอย่างไม่อาจควบคุม สำหรับศิลาแล้ว ครัวคือสถานที่ใช้งาน ไม่ใช่ห้องทดลองของแม่ครัวสมัครเล่น... แต่กลิ่นที่กำลังลอยอบอวลอยู่ในอากาศขณะนี้ มันกำลังท้าทายทุกสามสามัญสำนึกของเขา "คุณเป็นใครกันแน่ แล้วไปเอาวัตถุดิบพวกนี้มาจากไหน ในเมื่อตลาดในอำเภอยังไม่เปิด และผมมั่นใจว่าตู้เย็นในบ้านไม่มีของสดพวกนี้" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อจับพิรุธทุกอริยาบถของหญิงสาว พริมาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มพรายที่มุมปาก มือเรียวสวยยังคงบรรจงตักเครื่องแกงผัดพริกขิงหมูสามชั้นลงในจานเซรามิกสีขาวสะอาดอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าในการจับตะหลิวของเธอนั้นมั่นอกมั่นใจ ราวกับเชฟมือรางวัลระดับมิชลินสตาร์ ไม่ใช่หญิงสาวตกยากที่ไร้หนทางไปอย่างที่ใครเข้าใจ "ความลับค่ะ... ของอร่อยเขาก็ต้องมีที่มาที่ไปเป็นธรรมดา" พริมาตอบเสียงใส ก่อนจะวางจานอาหารลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบกันเบาๆ ยิ่งขับเน้นให้กลิ่นหอมของเครื่องเทศเตะจมูกชัดเจนยิ่งขึ้น ศิลาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่จานอาหารตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว ภาพของหมูสามชั้นที่เคลือบด้วยเครื่องแกงสีส้มแดงฉ่ำวาว ประดับด้วยใบมะกรูดซอยละเอียดและพริกชี้ฟ้าแดงตัดสี มันช่างยั่วยวนจนยากจะละสายตา ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาลืมบทสนทนาคาคายเมื่อครู่ไปเสียสนิท เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ร่ำร้องหาอาหารรสเลิศ "ชิมดูสิคะ" พริมายื่นช้อนสแตนเลสให้เขา ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย "รับรองว่า... มันจะทำให้คุณลืมรสชาติฝีมือแม่บ้านคนเก่าไปจนวันตายเลยทีเดียว" ศิลารับช้อนมาถือไว้โดยไม่รู้ตัว เขามองหน้าหญิงสาวที่ยืนกอดอกรอคอยปฏิกิริยาอย่างใจจดใจจ่อ ก่อนจะตักชิ้นหมูสามชั้นพร้อมน้ำแกงขลุกขลิกเข้าปากช้าๆ วินาทีแรกที่สัมผัสถึงรสชาติ... โลกทั้งใบของนายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมก็คล้ายจะหยุดหมุน ความเผ็ดร้อนที่กำลังพอดีของพริกแกงเผสานกับความเค็มหวานกลมกล่อมอย่างลงตัว ไขมันจากหมูสามชั้นที่เคี่ยวจนนุ่มละมุนละลายหายไปในปาก ทิ้งไว้เพียงความหอมหวลของสมุนไพรไทยแท้ที่กระจายซ่านไปทั่วทุกอณูลิ้น มันไม่ใช่แค่อาหารธรรมดา แต่มันคือผลงานศิลปะที่ปรุงขึ้นด้วยความใส่ใจและฝีมืออันเหนือชั้น ศิลานิ่งงันไป เนิ่นนานจนพริมาเริ่มเลิกคิ้วสงสัย "เป็นยังไงคะ? ฝีมือ 'เชฟจำเป็น' คนนี้ พอจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานความอร่อยของท่านผู้กองไหมล่ะคะ" พริมาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มวางช้อนลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง รสชาตินี้... มันไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่มันคือรสชาติที่เขาโหยหามาตลอดหลายปีนับตั้งแต่สูญเสียมารดาไป รสชาติที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความทรงจำในวัยเด็ก "คุณ..." ศิลาเอ่ยเสียงแหบพร่า ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกหนึ่งก้าว จนพริมาต้องเผลอถอยหลังชนกับขอบโต๊ะโดยไม่รู้ตัว "คุณเป็นใครกันแน่ พริมา?" บรรยากาศในห้องครัวแคบๆ พลันเงียบงันลงทันที เสียงหัวใจของคนทั้งสองเต้นระรัวแข่งกับเสียงลมหายใจที่เริ่มกระชั้นชิด ทว่า ก่อนที่พริมาจะทันได้เอ่ยปากแก้ตัวหรือหาข้ออ้างใดๆ ออกมาแก้สถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีของหญิงวัยกลางคนผู้ไม่ได้รับเชิญ "พ่อศิลา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้แม่นะ! ฉันรู้ว่าแกพาผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาซ่อนไว้ในบ้าน! กล้าดียังไงถึงพาอีหน้าไหนก็ไม่รู้มาเหยียบไร่ส้มของเรา!" เสียงแปร๋นของป้าสะใภ้ตัวแสบดังทะลุประตูไม้เข้ามา ทำให้พริมาหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ผิดกับศิลาที่ขมวดมولเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจ แต่ทว่า... ในจังหวะที่ศิลากำลังจะหันไปจัดการกับปัญหาหน้าบ้าน พริมากลับคว้าแขนแกร่งของเขาไว้เบาๆ พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ใจเย็นก่อนสิคะผู้กอง... ดูเหมือนว่าเราจะมี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' มาช่วยชิมฝีมือฉันเพิ่มอีกสักคนแล้วล่ะค่ะ... และฉันรับรองว่า มื้อนี้... เผ็ดร้อนกว่าหมูผัดพริกขิงจานนี้แน่นอนค่ะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะนะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%