"ถ้าคิดว่าฉันจะก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเป็นสะใภ้ตกอับให้พวกท่านโขกสับไปวันๆ ล่ะก็... คงต้องบอกว่าตาแก่กับยناงแม่เลี้ยงใจร้ายพวกนั้นคิดผิดมหันต์แล้วล่ะค่ะ"
เสียงก้องกังวานของพริมาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงต้อนรับในตระกูลใหญ่ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจสะบัดหน้าใส่ญาติสามีหน้าเลือดที่พยายามยึดสมบัติชิ้นสุดท้ายของมารดาเธอ แล้วหันหลังเดินออกมาโดยไม่แม้แต่จะเหลียวแลสายตาดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น รถกระบะเก่าคร่ำคร่าคันหนึ่งคือพาหนะเดียวที่นำพาเชฟสาวอนาคตไกลพ้นจากขุมนรกคอนกรีต สู่ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลแห่งภาคเหนือ ที่ซึ่ง "ไร่ส้มสายลม" รอการมาเยือนของเธออยู่
กลิ่นอัปยศและความพ่ายแพ้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความมุ่งมั่นในแววตาคู่คมที่ฉายประกายท้าทาย พริมาในวัยยี่สิบห้าปี ไม่ใช่เด็กสาวผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไป เธอกำพวงมาลัยแน่นขณะที่ล้อรถบดไปตามถนนลูกรังฝุ่นตลบ มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่ถูกเรียกว่า "บ้านหลังใหม่" ตามพินัยกรรมเงื่อนไขบ้าบอที่บังคับให้เธอต้องแต่งงานกับอดีตนายทหารหนุ่มผู้ผันตัวมาเป็นชาวสวน เพื่อแลกกับการกอบกู้กิจการร้านอาหารของครอบครัวกลับคืนมา
เมื่อรถกระบะแล่นเลี้ยวผ่านป้ายไม้สักแกะสลักคำว่า "ไร่ส้มศิลา" เข้ามา สิ่งแรกที่ปะทะเข้ากับโสตประสาทไม่ใช่เสียงเครื่องยนต์ แต่เป็นความเงียบสงบอันน่าเกรงขามของดงส้มเขียวหวานสุดลูกหูลูกตา ยอดดอยสูงตระหง่านทอดตัวเป็นฉากหลังรับกับแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องลงมากระทบใบไม้สีเขียวขจี ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับดูเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความอึมครึมของเหล่าคนงานไร่เกือบยี่สิบคนที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เธอนิ่งสนิท ราวกับกำลังประเมินผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ก้าวลงมาจากรถด้วยชุดเดรสผ้าลินินสีครีมเปื้อนฝุ่น
"น่ะ... หรือว่านี่คือเมียใหม่ของนายหัวศิลา?"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากป้าชื่น แม่ครัวใหญ่ประจำไร่ ร่างท้วมของแกกอดอกมองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตรนัก ไม่ใช่เพราะเกลียดชังส่วนตัว แต่เป็นเพราะพวกเขารักและเกรงใจร้อยเอกศิลา นายหัวผู้เงียบขรึม เด็ดขาด และทำงานหนักราวกับวัวงาน ชายหนุ่มผู้แบกรับหนี้สินของไร่ไว้คนเดียวหลังจากพ่อแม่เสียชีวิต การที่จู่ๆ มี "คุณหนูเมืองกรุง" ถูกส่งตัวมาแต่งงานขัดดอกแบบนี้ ย่อมเป็นภาระหนักอึ้งที่ไม่มีใครในไร่ต้องการ
พริมาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัว เธอปัดฝุ่นที่ชายกระโปรงเบาๆ ก่อนจะกวาดสายตากลับไปยังกลุ่มคนงานด้วยความนิ่งสงบ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดหวั่น แต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่สะสมมาจากการยืนหยัดสู้ชีวิตในครัวร้านอาหารระดับมิชลินมาหลายปี
"สวัสดีค่ะทุกคน ฉันพริมาค่ะ" น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างฉะฉาน "มาในฐานะ... ภรรยาของเจ้าของไร่แห่งนี้ค่ะ หวังว่าเราคงจะทำงานร่วมกันได้ด้วยดีนะคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงลมพัดผ่านยอดส้ม ป้าชื่นแค่นเสียงในลำคอเบาๆ ก่อนจะก้าวออกมาก้าวหนึ่งแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น
"ทำงานร่วมกันเหอะคุณ? ที่นี่ไร่ส้ม ไม่ใช่ภัตตาคารหรูหรา นายหัวศิลาออกไปตรวจแปลงทางโน้นตั้งแต่ตีห้า ยังไม่กลับมาหรอกค่ะ ถ้าคุณคุณหนูคิดจะมาเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เดี๋ยวคงทนอยู่ได้ไม่เกินสามวัน... อ้อ เที่ยงนี้พวกฉันกินข้าวแกงป่าใต้รสจัดจ้านกับปลาทอดกันตามมีตามเกิดนะ เกรงว่าลิ้นคุณหนูคงจะรับไม่ไหวหรอกมั้ง"
คำพูดเหน็บแนมนั้นเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนงานชายบางคน พริมาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแวววาววับ ความท้าทายแบบนี้แหละที่เธอชอบนัก คนพวกนี้ยังไม่รู้จัก "พริมา" ดีพอ คิดจะเอาอาหารพื้นบ้านมาขู่เชฟมือหนึ่งอย่างเธองั้นหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี!
"ข้าวแกงป่ากับปลาทอดหรือคะ?" พริมาทวนคำ รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย "ฟังดูน่าสนใจดีนี่คะ งั้นรบกวนป้าชื่นพาฉันไปที่ครัวทีค่ะ พอดีว่า... ฉันเองก็มือไม้อ่อน อยากจะขอโชว์ฝีมือทำอาหารมื้อแรกต้อนรับทุกคนในไร่สักหน่อย ถือเป็นการแนะนำตัวก็แล้วกันนะคะ"
ป้าชื่นทำหน้าเหเกือบจะปฏิเสธ แต่ด้วยความที่เกรงใจแขกผู้มาใหม่ตามมารยาทจำيยอมพยักหน้าส่งๆ แล้วนำทางเธอไปยังโรงครัวหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท้ายเรือนพักคนงาน
ภายในโรงครัวกว้างขวางควันโขมง กลิ่นเครื่องแกงเผ็ดฉุนเตะจมูกทันทีที่ก้าวเข้าไป หม้อแกงป่าใบใหญ่เดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมของข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลอยอบอวล ทว่าเมื่อพริมาเดินเข้าไปใกล้และก้มลงมองหม้อแกง รวมถึงวัตถุดิบที่วางอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหาร เธอก็ต้องแอบถอนหายใจเบาๆ ในใจ
*เครื่องแกงหยาบเกินไป แถมเนื้อปลาย่างที่ใส่ลงไปก็เริ่มจะเหม็นสาบเล็กน้อย... แบบนี้รสชาติจะกลมกล่อมได้อย่างไรกัน?*
ในฐานะเชฟผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งการปรุงอาหาร พริมาทนไม่ได้ที่จะเห็นวัตถุดิบดีๆ ถูกทำลายด้วยฝีมือการทำอาหารแบบลวกๆ เธอมองซ้ายมองขวาเมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครสังเกต มือเรียวบางก็เอื้อมไปหยิบขวดโหลแก้วลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใน "ครัวมิติ" มิติลับส่วนตัวที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เด็ก ภายในนั้นบรรจุเครื่องเทศหายากและพริกแกงสูตรโบราณที่สกัดจากสมุนไพรป่าลึกลับ ซึ่งให้กลิ่นหอมล้ำลึกและรสชาติกลมกล่อมชนิดที่หาไม่ได้ในโลกภายนอก
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย พริมาจัดการลงมือช่วยป้าชื่นและคนงานเตรียมอาหารอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าการจับมีดหั่นผัก การตำน้ำพริกด้วยความเร็วและจังหวะที่สม่ำเสมอ รวดเร็วและงดงามราวกับร่ายรำ ทำให้ป้าชื่นที่ยืนกอดอกมองอยู่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง
"นี่... มือไม้คล่องแคล่วใช้ได้นี่หว่า ไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อจริงๆ แฮะ" ป้าชื่นพึมพำกับตัวเอง
กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เริ่มฟุ้งกระจายออกจากกระทะเหล็กใบใหญ่ เมื่อพริมาเริ่มลงมือผัดเครื่องแกงสูตรลับของเธอลงไปผสมกับกะทิเคี่ยวจนแตกมัน ตามด้วยยอดมะพร้าวอ่อนกรุบกรอบและเนื้อหมูสามชั้นหั่นชิ้นพอดีคำ เสียงฉ่าของน้ำแกงกระทบความร้อนดังสนั่น พร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศไทยแท้ที่อบอวลไปทั่วบริเวณ ไม่เพียงแต่กลบกลิ่นอาหารเดิมจนหมดสิ้น แต่ยังลอยไปไกลจนถึงแปลงส้มด้านนอก ทำให้คนงานที่กำลังทำงานอยู่ถึงกับต้องหยุดชะงักและสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความหิวโหย
ในขณะเดียวกัน ที่ประตูหน้าโรงครัว ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดทหารเก่าเซอร์ๆ สวมหมวกแก๊ปบังใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อจากการทำงานหนัก ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนนิ่ง
ร้อยเอกศิลา องอาจ หนุ่มบ้านไร่ผู้เงียบขรึมและไม่เคยสนใจสิ่งใดนอกจากผลผลิตในไร่ ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่กลิ่นหอมยั่วยวนนั้นแตะจมูก ดวงตาคมกริบกวาดมองเข้าไปในครัว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของหญิงสาวแปลกหน้าที่กำลังงละมุนอยู่หน้าเตา
พริมาหันกลับมาพอดี ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมดุคู่นั้นของสามีที่เพิ่งเคยพบหน้ากันเป็นครั้งแรก บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ท่ามกลางเสียงเดือดปุดๆ ของหม้อแกงตรงหน้า
ศิลาไม่ได้เอ่ยทักทายอะไรออกมาสักคำ เขายืนนิ่ง ขยับกรามแน่นด้วยความประทับใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนที่จมูกโด่งเป็นสันจะสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปลึกอีกครั้ง
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างสูงก็ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวพริมาด้วยความเร็วที่ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง มือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เบื้องหน้าสายตาคนงานนับสิบที่อ้าปากค้างเป็นแถว
"เธอ..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามในลำคอเอ่ยขึ้นช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "ทำอะไรกับข้าวในหม้อนั้น... ทำไมมันหอมจนฉันทนไม่ไหวแบบนี้?"
--------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนไร่ส้มแห่งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม•ตอนที่ 1
มื้อแรกที่ไร่ส้ม
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!