สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม•ตอนที่ 8

มิตรภาพท่ามกลางฝน

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
เสียงฟ้าคำรณกึกก้องจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน เม็ดฝนขนาดมหึมาซัดสาดเข้าใส่ตัวบ้านไม้สักทองจนเกิดเสียงดังราวกับมีใครเอาทรายมาโปรยกระหน่ำ พริมาถอนหายใจเบา ๆ ขณะวางหม้อดินเผาใบย่อมลงบนเตาถ่าน แสงไฟสีส้มแดงวับแวมสะท้อนกับใบหน้าคมคายของร้อยเอกศิลาที่กำลังช่วยเร่งไฟอย่างเงียบเชียบ หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่บิดาของเด็กชายจอมซนในหมู่บ้านวิ่งเข้ามาคุกเข่าขอร้องให้เธอช่วยปรุงยาสมุนไพรและอาหารบำรุงพิษไข้ป่าเมื่อช่วงบ่าย พายุฤดูร้อนก็โหมกระหน่ำซัดลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ปิดตายเส้นทางเข้าออกไร่ส้มแห่งนี้ไปโดยปริยาย "ทางลงเขาคงเละไม่เป็นท่าแล้วล่ะค่ะคุณศิลา แบบนี้คงต้องติดอยู่ด้วยกันยาวจนกว่าพายุจะสงบ" พริมาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ มือเรียวบางตักน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋ยาตากับรากผักชีและพริกไทยดำที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ออกมาใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีนวล ศิลายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำในชุดเสื้อยืดสีเข้มชื้นเหงื่อเล็กน้อยจากการทำงานหนัก เขามองหน้าภรรยาจำเป็นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในไร่ส้ม สตรีบอบบางผู้นี้ไม่เคยแสดงความหวาดกลัวต่อความยากลำบากเลยสักครั้ง ซ้ำร้ายยังเนรมิตวัตถุดิบแปลกประหลาดออกมาปรุงอาหารรสเลิศจนชาวบ้านต่างพากันสรรเสริญ "ผมเป็นห่วงแค่แปลงส้มทางทิศเหนือ น้ำหลากอาจจะกัดเซาะรากได้" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่อบอุ่นด้วยไออุ่นจากเตาไฟ "แต่ตอนนี้... สิ่งที่น่าห่วงกว่าคือเราจะจัดการกับวัตถุดิบในครัวมิติของคุณอย่างไรดี ถ้าติดฝนกันข้ามวันแบบนี้" พริมายิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน นัยน์ตาสุกใสเป็นประกายซุกซน เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มจนได้กลิ่นอายบุรุษผสมกับกลิ่นฝนจาง ๆ "เรื่องปากท้องไว้ใจครัวคุณยายคนนี้ได้เสมอค่ะคุณทหารเก่า ว่าแต่... ฝนตกหนักขนาดนี้ บรรยากาศน่านั่งจิบอะไรร้อน ๆ เคล้ากลิ่นเครื่องเทศไหมล่ะคะ" พูดจบ พริมาก็แกล้งหมุนตัวเพื่อหยิบขวดโหลเครื่องเทศลับจากมิติพิเศษ ทว่าความลื่นของพื้นไม้ที่โดนละอองฝนทำให้เธอเสียหลักเซถลา ศิลาไวกว่าลม เขาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันในเสี้ยววินาที ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับเสียงสายฝนด้านนอก ความเงียบงันโรยตัวลงชั่วขณะ ศิลาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาที่เคยแข็งกระด้างตามวิสัยทัศน์ของชายชาติทหาร บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนแทบละลาย พริมาเงยหน้าขึ้นสบตา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าขอบเขตของ 'คู่แต่งงานกำมะลอ' "คุณ... จับแน่นเกินไปแล้วนะคะ" พริมาเอ่ยเสียงกระซิบ ใบงดงามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ "ขอโทษครับ..." ศิลาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปาก แต่สายตาคมกริบยังคงจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า "เอ๊ย... ขอโทษค่ะ... ผมหมายถึง... ผมกลัวคุณล้ม" ชายหนุ่มรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าภรรยาไม่ชอบให้พูดคำดิบเถื่อน ท่าทางเก้ ๆ กังర్స్ของอดีตนายทหารผู้เคยผ่านสนามรบ เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากพริมาได้เป็นอย่างดี บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางพายุฝนโหมกระหน่ำ เพื่อทำลายความเขินอาย พริมาจึงผละออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันไปจัดการกับมื้อค่ำสุดพิเศษที่จะทำให้ค่ำคืนนี้ไม่มีวันลืม "ในเมื่อเราไปไหนไม่ได้ และอากาศก็เป็นใจขนาดนี้ ฉันจะทำเมนู 'แกงฮังเลหมูสามชั้นสูตรโบราณ' ให้ทานค่ะ" พริมากล่าวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น มือเรียวหยิบวัตถุดิบชั้นดีออกจาก 'ครัวมิติ' ทั้งพริกแกงฮังเลตำเองกลิ่นหอมฟุ้ง ขิงแก่ซอยละเอียด น้ำมะขามเปียกเข้มข้น และน้ำตาลอ้อยแท้ กลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นผงฮังเล ขมิ้น และกระเทียมดอง เริ่มส่งกลิ่นเย้ายวนทันทีที่เนื้อหมูสามชั้นชิ้นโตถูกผัดคลุกเคล้ากับพริกแกงในกระทะทองเหลือง เสียงน้ำมันเดือดปุด ๆ ผสมกับเสียงฝนตกด้านนอก ยิ่งขับเน้นให้บ้านหลังน้อยนี้อบอุ่นราวกับหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ศิลานั่งมองการทำงานของหญิงสาวด้วยความหลงใหล ทุกย่างก้าว ทุกการปรุงรสเต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์ปลายจวักที่มัดใจเขาไว้จนอยู่หมัด "กลิ่นหอมเกินไปแล้ว..." ศิลาพึมพำเบา ๆ ขณะช่วยเฝ้าเตาถ่านให้ "ถ้าขืนคุณทำกับข้าวอร่อยแบบนี้ทุกวัน ผมคงอ้วนกลมจนเดินไม่ไหวแน่" "ดีเสียอีกค่ะ จะได้ไม่มีแรงไปแอบมองสาวที่ไหน" พริมาตอบกลับอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเคี่ยวแกงฮังเลต่อจนน้ำซุปงวดเข้าเนื้อ หมูสามชั้นนุ่มละลายในปากตัดด้วยรสเปรี้ยวหวานเค็มกลมกล่อมอย่างลงตัว หลังจากมื้อค่ำอันแสนอบอุ่นผ่านพ้นไป ความเหนื่อยล้าเริ่มเข้าครอบงำ บ้านพักในไร่ส้มมีห้องนอนเพียงห้องเดียว เนื่องจากเดิมทีศิลากล่าวไว้ว่าเขาจะนอนที่โซฟาด้านนอก แต่ทว่าพายุฝนที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างทำให้โซฟาเปียกชื้นจนใช้งานไม่ได้ "คุณนอนบนเตียงเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันปูเสื่อตรงนี้เอง" พริมาเอ่ยขึ้นขณะหยิบผ้าห่มสำรองออกมา ศิลาส่ายหัวอย่างดื้อดึง ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้ามาแย่งผ้าห่มในมือเธอ "ผมเป็นผู้ชาย จะให้ปล่อยให้ภรรยามานอนพื้นแข็ง ๆ ได้อย่างไร คุณนอนบนเตียงเถอะครับ... เอ๊ย! ค่ะ!" ชายหนุ่มรีบตบปากตัวเองเบา ๆ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากพริมา สุดท้าย ทั้งสองจึงต้องแบ่งพื้นที่บนเตียงกว้างโดยมีหมอนข้างกั้นกลาง แม้จะมีความเกร็งอยู่ในที แต่ความเหนื่อยอ่อนก็ทำให้พริมาเริ่มเคลิ้มหลับไปในยามดึก ทว่า... ในยามที่สายฝนเริ่มซาลงเหลือเพียงเสียงหยดน้ำกระทบหลังคา ความเงียบสงบก็ถูกทำลายลงด้วยฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นบริเวณหน้าประตูกระท่อม ตามมาด้วยเสียงทุบประตูรัวเร็วและเสียงตะโกนด้วยความตกใจกลัว "คุณศิลา! คุณพริมา! เปิดประตูเร็วเข้าครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ศิลาลืมตาโพรงขึ้นในทันที สัญชาตญาณนายทหารตื่นตัวเต็มที่ เขาลุกพรวดขึ้นคว้าเสื้อคลุมในขณะที่พริมาก็ลุกขึ้นตามมาติด ๆ ด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนก ประตูไม้ถูกกระชากเปิดออก เผยให้เห็นร่างเปียกปอนโชกโชนของ 'ผู้ใหญ่บ้าน' ที่หอบหายใจสะท้าน ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "เกิดอะไรขึ้นครับผู้ใหญ่?" ศิลาถามเสียงเข้ม ผู้ใหญ่บ้านกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของพริมาเย็นเฉียบลงในพริบตา "คนงาน... คนงานในไร่ส้มแปลง C... หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนพายุเข้า แต่... แต่สิ่งที่ทิ้งไว้บนพื้นดิน มีเพียงรอยเท้าประหลาดขนาดมหึมา และ... กองเลือดสด ๆ ที่ยังไม่แห้งดีครับ!" *** (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความสุขไปพร้อมกับสูตรลับของครัวคุณยายนะคะ)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%