"ถ้าคิดว่านี่คือของขโมย... งั้นท่านแม่สามีลองชิมดูก่อนไหมคะ ว่ารสชาติที่ 'ขโมย' มาเนี่ย มันจะทำให้คุณแม่สำลักความอิจฉาจนพูดไม่ออกไปเลยหรือเปล่า?"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราายใบมีดอาบน้ำผึ้งของพริมาดังสะท้อนก้องไปทั่วลานบ้าน จานกระเบื้องเคลือบสีฟ้าลายครามถูกเลื่อนไปตรงหน้าแม่สามีผู้กำลังอ้าปากค้างด้วยความโกรธเกรี้ยว กลิ่นหอมฟุ้งของ 'แกงป่าปลาช่อนนาใส่พริกไทยอ่อนและใบยี่หรา' ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากสำรับ พลทำให้บรรยากาศที่เคยตึงเครียดถึงขีดสุดกลับกลายเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัด แม่สามีหน้าเจื่อนลงถนัดตาเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตารอบด้านที่จ้องมองมาอย่างรอชมความสนุก พริมายืนกอดอก รอยยิ้มมุมปากเยียบเย็นแต่นัยน์ตากลับพราวระยับ เธอไม่ได้เป็นสะใภ้หน้าโง่ที่ยอมให้ใครมาตบหน้ากลางหมู่บ้านอีกต่อไปแล้ว!
คล้อยหลังความวุ่นวายที่จบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของพริมา แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยก็สาดส่องลงมากระทบกับโครงสร้างไม้ผุกร่อนของ 'ครัวหลังบ้าน' ที่พังเสียหายจากฝีมือของพวกญาติใจร้ายที่จงใจมาพังทลายข้าวของเพื่อข่มขู่เธอ ครัวเก่าหลังนี้มีสภาพไม่ต่างอะไรกับซากปรักหักพัง เสาไม้เนื้อแข็งเริ่มผุ คานหลังคารatสังกะสีเอียงกระเท่เร่ราวกับพร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อหากมีลมพัดแรง
พริมาถอนหายใจเบาๆ มือเรียวบางปัดฝุ่นออกจากผ้ากันเปื้อนสีมอ แม้ในมิติลับของเธอจะมีอุปกรณ์ทำครัวทันสมัยและวัตถุดิบชั้นเลิศมากมายเพียงใด แต่การใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริง เธอก็ยังต้องมี 'พื้นที่ปรุงอาหาร' ที่ใช้งานได้จริงเพื่อตบตาชาวบ้านและสร้างเนื้อสร้างตัวอย่างเปิดเผย การจะซ่อมแซมครัวหลังนี้ให้กลับมาแข็งแรงโดยจ้างช่างไม้ในหมู่บ้านคงต้องใช้เงินก้อนโต ซึ่งเธอยังอยากเก็บเงินทุนไว้สำหรับทำธุรกิจน้ำพริกและเครื่องแกงสูตรโบราณเสียก่อน
"ถอยไปก่อน... เดี๋ยวคานมันจะล้มทุบหัวเอา"
เสียงทุ้มต่ำกังวานดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกศิลาที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มในชุดทำงานเนื้อหยาบ ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผมจากการทำงานหนักกลางไร่ส้ม เขามองสภาพครัวที่พังเสียหายด้วยแววตานิ่งสงบ แต่กรามที่ขบเข้าหากันแน่นพบ่งบอกว่าอารมณ์ภายในของนายทหารหนุ่มผู้นี้กำลังเดือดดาลไม่แพ้ใคร เพียงแต่เขาเลือกที่จะไม่ใช้กำลังแก้ปัญหา แต่เลือกที่จะใช้ 'การกระทำ' พิสูจน์แทน
พริมาหันไปมองสามีหนุ่มผู้เงียบขรึม เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "คุณจะทำอะไรคะศิลา? ลำพังแค่คุณดูแลไร่ส้มก็เหนี่ยวจะแย่แล้ว ครัวนี่มันเสียหายหนักนะ เสาหลักหักไปสองต้น..."
"ฉันทำเองได้" ศิลาตัดบทสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับคำสั่งในกองทัพ เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีเข้ม เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลจากการเป็นทหารผ่านศึก ความเป็นชายชาติทหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทำให้พริมาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เขาก้าวเข้าไปสำรวจโครงสร้างไม้ที่เสียหาย ใช้มือหนาลูบคลำเนื้อไม้ที่ผุพังเพื่อประเมินความเสียหายอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทักษะช่างไม้ของศิลานั้นติดตัวมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กหนุ่มในชนบท ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่รั้วกองทัพ และเมื่อเขากลับมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในไร่ส้ม ทักษะเหล่านี้ก็ถูกนำกลับมาใช้อย่างเต็มที่
พริมายืนมองสามีหนุ่มลงมือทำงานด้วยความทึ่ง เธอเดินเข้าไปใกล้ หยิบผ้าขนหนูสะอาดส่งให้พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม "เหนื่อยหน่อยนะคะ... ฉันแค่นึกไม่ถึงว่าคนดุๆ อย่างคุณจะซ่อมครัวเป็นด้วย"
ศิลาชะงักมือที่กำลังใช้เลื่อยตัดไม้เนื้อแข็ง เขาหันมามองภรรยา ดวงตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไป เหลือเพียงความจริงจังตามนิสัย "เรื่องแค่นี้สบายมาก... ของในบ้านพัง สามีมีหน้าที่ซ่อมให้ภรรยา ไม่เห็นแปลกตรงไหน"
คำพูดซื่อๆ แต่จริงใจของเขาทำเอาหัวใจดวงน้อยของเชฟสาวมือรางวัลถึงกับกระตุกวูบ พริมาซ่อนรอยยิ้มเขินอายไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอหมุนตัวเดินหายเข้าไปในครัวชั่วคราว (มุมที่ยังพอใช้ได้) เพื่อเตรียมน้ำสมุนไพรเย็นๆ มาดับกระหายให้คนตัวโตที่กำลังทำงานกลางแดดร้อนจัด
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง เสียงตอกตะปู เสียงเลื่อยไม้ และเสียงขัดไม้ดังประสานกันเป็นจังหวะ ศิลาทำงานด้วยความขยันขันแข็งโดยไม่บ่นสักคำ เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคายและแผงอกกว้าง ภาพของอดีตนายทหารหนุ่มผู้เคยถือปืนปกป้องประเทศ ตอนนี้กลับมายืนเหงื่อท่วมกายเพื่อซ่อมแซมครัวไม้หลังเล็กให้ภรรยา มันช่างเป็นภาพที่ทรงพลังและสร้างความอบอุ่นลึกซึ้งในหัวใจของพริมาอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อโครงสร้างหลักถูกตั้งขึ้นใหม่จนมั่นคงแข็งแรงยิ่งกว่าเดิม ศิลาก็จัดการเสริมคานรับน้ำหนักและมุงสังกะสีชุดใหม่ทับลงไป แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องกระทบกับหยาดเหงื่อบนตัวชายหนุ่ม สะท้อนประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดงาม
"เสร็จแล้ว" ศิลาวางค้อนในมือลง พรูลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมามองผลงานของตัวเองสลับกับมองหน้าภรรยาที่ยืนถือแก้วน้ำอัญชันมะนาวสีม่วงครามรออยู่
พริมายื่นแก้วน้ำให้ พร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นส่งไปให้เขา "ดื่มน้ำก่อนค่ะ... ขอบคุณนะคะศิลา ถ้าไม่ได้คุณ ครัวนี้คงต้องรื้อทิ้งแน่ๆ เลย"
ศิลารับแก้วน้ำมาดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง ความเปรี้ยวหวานหอมเย็นชื่นใจของน้ำอัญชันมะนาวช่วยดับกระหายและคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะจ้องมองพริมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
"เพื่อเธอ... แค่นี้เล็กน้อย" ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
พริมาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับ เธอกำลังจะเอ่ยปากแซวสามีหนุ่มสักประโยค ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นขัดจังหวะ บรรยากาศยามเย็นที่ควรจะสงบสุขกลับถูกทำลายลงด้วยเงาร่างปริศนาที่ยืนอยู่หน้าบ้าน ศิลากลัดกระดุมเสื้ออย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมเข้มเปลี่ยนกลับมาเป็นความเคร่งขรึมดุดันทันทีเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้
พริมาขมวดคิ้วมุ่น เดินตามสามีออกไปที่หน้าบ้านด้วยความสงสัย และเมื่อประตูรั้วเปิดออก เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าผู้ที่ยืนรออยู่คือ 'ชายชราแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมราคาแพง' พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคน สีหน้าของชายชราผู้นั้นซีดเซียวริมฝีปากสั่นระริก และสิ่งแรกที่เขาเอ่ยออกมาทำเอาพริมาและศิลาถึงกับผงะถอยหลังไปคนละก้าว
"คุณพริมา... ได้โปรด... เมตตาช่วยชีวิตลูกชายของผมด้วย!"
....................................................................................................
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ครัวคุณยายเสมอนะคะ
สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม•ตอนที่ 7
คนซื่อที่ไม่ยอมแพ้
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!