“ถ้าป้าสมศรีกล้าเอาส้มตกเกรดก้นเข่งมาเทขายตัดหน้าฉันอีกรอบ ฉันจะเอาตะกร้าส้มฟาดหน้าบ้านให้ดู!”
เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลจอมเค็มดังแหวขึ้นกลางตลาดชุมชนท่าไม้ จนแม่ค้าปลาแห้งถึงกับต้องวางมือจากตั๊กแตนทอดในกระทะ พริมาไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น มือเรียวบางภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีครีมกำลังตัก ‘แยมส้มทองคำ’ เนื้อเนียนละเอียดสีอำพัน บรรจุลงในขวดแก้วทรงวินเทจที่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดีอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของเปลือกส้มเคี่ยวกับน้ำตาลอ้อยแท้และน้ำผึ้งป่าจาก ‘ครัวมิติ’ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีร้อยเมตร จนคนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดกึกและสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความฉงน
“แม่สาวพริมา... นั่นกลิ่นอะไรน่ะ หอมเตะจมูกยายตั้งแต่หัวมุมถนนแล้ว” ป้าอิ่ม หญิงชราเจ้าของแผงขายสมุนไพรพื้นบ้าน เดินกะโผลกกะเผลกเข้ามาใกล้ แววตาฝ้าฟางเป็นประกายวิบวับเมื่อมองเห็นขวดแก้วเรียงรายบนโต๊ะไม้ไผ่
“แยมส้มโฮมเมดสูตรพิเศษค่ะป้าอิ่ม เคี่ยวจากส้มสายน้ำผึ้งสดๆ ในไร่ของพวกเรา ผสมผสานเคล็ดลับความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร รับรองว่าป้ายขนมปังปิ้งยามเช้า หรือเอาไปละลายน้ำร้อนจิบแก้ไอชุ่มคอ ดีงามจนลืมไม่ลงเลยค่ะ” พริมาส่งยิ้มหวานละมุน ทว่าแววตากลับฉายแววการค้าอย่างชาญฉลาด นางหยิบช้อนชาสะอาดตักแยมสีทองส่องประกายระยิบระยับยื่นให้ป้าอิ่มชิมคำเล็กๆ
ป้าอิ่มอ้าปากรับอย่างไม่ลังเล ทันทีที่เนื้อแยมเนียนนุ่มละลายหายไปบนลิ้น ความหวานละมุนที่ตัดด้วยรสเปรี้ยวปลายลิ้นอย่างลงตัว พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นของเปลือกส้มที่อบอวลอยู่ในโพรงปาก ทำให้ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นทันที
“โอ๊ยแม่คุณเอ้ย! นี่มันรสชาติอะไรกันเนี่ย ทำไมมันสดชื่นอย่างนี้ ไม่หวานแหลมบาดคอเหมือนแยมโรงงานโหลๆ นั่นเลยสักนิด! เอามาให้ยายขวดหนึ่ง เร็วเข้า!”
สิ้นเสียงป้าอิ่ม ฝูงชนที่ยืนลังเลอยู่รอบข้างก็กรูเข้ามาทันทีราวกับผึ้งแตกรัง เสียงแย่งกันส่งเสียงอื้ออึงดังเซ็งแซ่
“ฉันเอาด้วยสองขวด!”
“ทางนี้สามขวด! อย่าเพิ่งลัดคิวฉันนะยายหอม!”
“นี่... แยมอะไรทำไมหน้าตาน่ากินอย่างนี้ ขายยังไงแม่หนู”
ร้อยเอกศิลาที่ยืนเงียบอยู่หลังโต๊ะไม้ไผ่ ทำหน้าที่เป็น ‘บอดี้การ์ดจำเป็น’ และผู้ช่วยแพ็คสินค้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนจนเห็นกล้ามเนื้อแน่นขนัด ทำเอาบรรดาแม่ค้าสาวแก่แม่หม้ายในตลาดแอบเหลือบมองด้วยความเกรงขามและชื่นชม มือหนาแข็งแรงรับเงินสดทอนให้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดวงตาคมกริบกวาดตามองรอบตัวเพื่อความปลอดภัย แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยยามเหลือบมองภรรยาคนสวยที่กำลังยุ่งอยู่กับการตักแยมขายจนมือเป็นระวาง
พริมาหัวเราะเบาๆ ในลำคอเมื่อเห็นความชุลมุนตรงหน้า นางฉลาดพอที่จะไม่ขึ้นราคาเอาเปรียบชาวบ้าน แต่ตั้งราคาไว้พอเหมาะพอควรเพื่อให้คนแย่งกันซื้อ และเพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำ สินค้าล็อตแรกจำนวนห้าสิบขวดหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที เสียงบ่นเสียดายของคนที่มาไม่ทันดังระงมไปทั่ว
“หมดแล้วค่ะ! ทุกท่านใจเย็นๆ นะคะ พรุ่งนี้เช้าเราจะมีล็อตใหม่สดๆ ร้อนๆ มาลงอีกแน่นอนค่ะ ขอบพระคุณมากๆ เลยนะคะ” พริมารับมือกับลูกค้าด้วยรอยยิ้มและการเจรจาที่ฉลาดเฉลียว จนทุกคนต่างพากันพึงพอใจและแยกย้ายกันไปด้วยความเสียดาย
ทว่า... ความสำเร็จรวดเร็วนี้ย่อมขัดหูขัดตากลุ่มคนบางจำพวก
“หึ! ทำเป็นอวดดี ขายดิบขายดีราวกับแจกฟรี หน้าเงินเสียจริงนะหลานสะใภ้คนโต!”
เสียงกระแทกกระทั้นของป้าทับทิม แม่สามีของบ้านรองที่เพิ่งเดินถือตะกร้าส้มเน่าๆ เข้ามาใกล้ พร้อมด้วยสะใภ้รองที่ทำหน้าเชิดชูคอขึ้นฟ้าด้วยความหมั่นไส้ หล่อนจงใจเดินเข้ามาเบียดแผงไม้ไผ่จนขวดแก้วที่เหลือเพียงใบเปล่าสั่นไหว
พริมาหุบยิ้มทันที ดวงตากลมโตฉายแววคมกราบ นางไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กลับค่อยๆ วางทัพพีลงบนถาดอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ
“อ้าว คุณป้ากับพี่สะใภ้รองนี่เองค่ะ วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงตลาดได้ หรือว่าส้มที่ไร่ของท่านเน่าคาต้นจนต้องเอามาเดินขายแข่งกับชาวบ้านเขาอีกแล้วคะ?” คำพูดนิ่มนวลแต่วาจาเชือดเฉือนทำเอาป้าทับทิมหน้าชาดิก
“แก! ปากคอเราะร้ายนักนะนังพริมา! แกคิดว่าทำแยมหลอกเด็กนี่แล้วจะรวยขึ้นมาหรือไง ไร่ส้มบ้านใหญ่เขามีชื่อเสียงมานาน แกมาทำตัวกระลิ้มกระเหลี่ยขายของข้างถนนแบบนี้ มันน่าอับ-รุ้ง-ขาย-หน้า-วงศ์-ตระกูล!” ป้าทับทิมแผดเสียงลั่นตลาด หวังให้ชาวบ้านรุมประณาม
ทว่า ชาวบ้านแถวนั้นกลับไม่มีใครคล้อยตามสักคน ป้าอิ่มส่งเสียงสวนขึ้นมาทันควัน “พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะทับทิม แกอิจฉาเขาละสิไม่ว่า แยมของหนูพริมาอร่อยจนเกลี้ยงแผงในพริบตา ส้มเน่าๆ ของแกต่างหากที่เอามาขายแล้วหลอกชาวบ้านจนเขาเอือมระอาทั้งหมู่บ้านแล้ว!”
เสียงหัวسิบทิศและเสียงซุบซิบนินทาจากชาวบ้านรอบข้างดังระงม ทำให้ป้าทับทิมหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นจนตัวสั่น
ร้อยเอกศิลาขยับตัวก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยาเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมากดดันจนป้าทับทิมและสะใภ้รองต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว น้ำทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบขาด “ถ้ายังไม่เลิกสร้างความวุ่นวายและมารังแกภรรยาผม ผมเกรงว่าผมคงต้องเชิญผู้ใหญ่บ้านมาเคลียร์เรื่องที่ไร่พวกท่านลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวนเมื่อเดือนก่อนเสียหน่อยแล้วกระมังครับ”
สิ้นคำพูดของอดีตนายทหารหนุ่ม ป้าทับทิมหน้าซีดเผือดลงทันทีราวกับคนไก่ตาแตก หล่อนรีบดึงแขนสะใภ้รองแล้วถอยกรูดออกไปจากบริเวณนั้นทันทีท่ามกลางเสียงหัวingเยาะของชาวบ้าน
พริมาแอบอมยิ้มขบขัน นางเอื้อมมือไปหยิกแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงหมั่นไส้ในความเจ้าเล่ห์ที่รู้จักงัดไม้เด็ดมาขู่คนพาล ทั้งสองช่วยกันเก็บข้าวของใส่ตะกร้าเตรียมตัวกลับไร่ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ วันนี้ถือเป็นก้าวแรกที่งดงามยิ่งในการสร้างเนื้อสร้างตัว
เมื่อกลับมาถึงบ้านพักในไร่ส้ม แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องกระทบกับแปลงส้มเขียวขจี พริมาจัดการเคลียร์บัญชีรายรับในสมุดเล่มเล็กด้วยความสุขใจ ขณะที่ศิลากำลังง่วนอยู่กับการซ่อมแซมกรงไก่หลังบ้าน ทว่าความเงียบสงบอันแสนอบอุ่นกลับถูกขัดจังหวะลง เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ ที่หน้าบ้าน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
พริมาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางเดินไปเปิดประตูด้วยความสงสัย ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกึก ร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดสูทสากลภูมิฐาน สวมแว่นตากลมโต ท่าทางเหมือนคนในเมืองกรุงกำลังยืนยิ้มกริ่ม พร้อมกับยื่นนามบัตรสีทองหรูหรามาตรงหน้า
“สวัสดีครับคุณพริมา ผม ‘ก้องภพ’ เป็นตัวแทนจากบริษัทจัดหาวัตถุดิบอาหารและโรงแรมระดับห้าดาวในเมืองหลวง... ผมตามหากลิ่นแยมส้มนี้มาตั้งแต่ตลาดท่าไม้ และผมต้องการเจรจาซื้อสิทธิ์สูตรแยมทั้งหมดของคุณ ในราคาที่คุณจะต้องคาดไม่ถึงอย่างแน่นอนครับ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความสุขไปพร้อมกับสูตรลับของครัวคุณยายนะคะ
สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม•ตอนที่ 11
การตลาดแบบบ้านๆ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!