มัณฑนากรไร้เงา กับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 7

ร่องรอยของอดีต

ผลงานโดย บันทึกคนจร
“แฟ้มประวัติส่วนตัวของเธอ... เป็นกระดาษเปล่าอย่างนั้นหรือครับคุณศิลา” เสียงทุ้มต่ำของเลขาฯ ส่วนตัวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของอาคารระฟ้า แสงไฟนีออนจากเมืองใหญ่ด้านนอกสะท้อนผ่านกระจกบานกว้าง ทาบทับลงบนใบหน้าของศิลาที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีเป็นจังหวะกระชั้นชิด บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่กำลังกัดกินจิตใจของเขา ศิลาไม่ยอมตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบจ้องมองเอกสารในมือที่ถูกพลิกดูรอบแล้วรอบเล่า รินลดา อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่ ผู้หญิงที่เขาเคยละเลยและมองข้ามมาตลอดหลายปี บัดนี้กลับกลายเป็นกำแพงปริศนาที่เขาไม่สามารถเจาะทะลวงเข้าไปได้ ทุกบรรทัดในแฟ้มข้อมูลที่ควรจะบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอ ตั้งแต่วัยเด็ก การศึกษา ไปจนถึงเส้นทางอาืพก่อนจะก้าวเข้ามาเป็นมัณฑนากรชื่อดัง กลับถูกปกปิดหรือลบเลือนจนแทบไม่เหลือร่องรอย ไม่มีชื่อพ่อแม่ ไม่มีบันทึกการรักษาพยาบาล ไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูงในอดีต ราวกับว่าตัวตนของเธอเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง “มันจะเป็นไปได้อย่างไร” ศิลาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงแหบพร่า “คนเราจะไม่มีอดีตเลยได้อย่างไรกัน” เขาย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่พวกเขายังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายใต้หลังคาเดียวกัน รินลดาในวันนั้นเป็นเพียงผู้หญิงเงียบขรึม ยอมก้มหน้า2รับชะตากรรม และรองรับอารมณ์ความเย็นชาของเขา เธอบอบบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ เขาเคยคิดว่าเธอไม่มีพิษภัยและไม่มีทางหนีพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้ แต่เมื่อวันที่เธอตัดสินใจเดินจากไป พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง เขาก็เพิ่งตระหนักว่า... เขาไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ความเงียบภายในห้องเริ่มกดดันขึ้นเรื่อยๆ ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปหยุดอยู่ที่หน้ากระจกบานยักษ์ เบื้องล่างคือมหานครที่เต็มไปด้วยแสงสี แต่ในใจของเขากลับมืดมน ไร้ซึ่งทางออก “คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่นะรินลดา” เขาคิดในใจ ความรู้สึกค้างคาใจผสมผสานกับความกระวนกระวายใจเริ่มตีรวนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ การขุดคุ้ยประวัติของเธอในครั้งนี้ ศิลาไม่ได้ทำเพื่อความสะใจ แต่เขาทำเพราะความหวาดกลัว ความหวาดกลัวที่ว่าจุดอ่อนเดียวที่จะใช้ต่อรองและดึงเธอกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมได้นั้น... ไม่มีอยู่จริง สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายเธอกลับกลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเขาเอง ความว่างเปล่าในประวัติของเธอไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือผลงานชิ้นเอกที่เขาเป็นคนหล่อหลอมมันขึ้นมาด้วยความละเลยของตัวเองในอดีต เขามองข้ามความสำคัญของเธอ มองข้ามตัวตนของเธอ จนกระทั่งวันที่เธอเลือกที่จะ ‘ลบ’ ตัวตนในอดีตทิ้งไปทั้งหมด เพื่อเริ่มต้นใหม่บนซากปรักหักพังที่เขาสร้างไว้ ศิลาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขากดเบอร์โทรหาคนสนิทในวงการสืบสวนที่เคยใช้บริการกันมานาน เพื่อสั่งการให้ขุดลึกลงไปอีก ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม เขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้ซ่อนอะไรไว้เบื้องหลังแววตาที่ว่างเปล่าคู่นั้น แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะกดโทรออก เสียงเคาะประตูก็izzดังขึ้นขัดจังหวะ “เข้ามาครับ” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ประถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เลขาฯ ของเขาก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนในมือ “คุณศิลาครับ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณ ระบุว่าเป็นเอกสารลับเฉพาะครับ” ศิลาขมวดคิ้วมุ่น รับซองเอกสารนั้นมาด้วยความสงสัย เขาใช้มือฉีกปากซองออกอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นเดียวที่อยู่ข้างในออกมาอ่าน ทันทีที่สายตาปะทะกับข้อความและภาพถ่ายที่แนบมา ลมหายใจของศิลาก็สะดุดกึก ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ในภาพถ่ายนั้น คือภาพของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบคนหนึ่ง กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง รอยยิ้มและดวงตาคู่นั้น... มันถอดแบบมาจากตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน และที่มุมล่างของภาพ มีลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทฝากข้อความสั้นๆ เอาไว้ว่า... *“ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณลืมไว้... ตอนนี้เติบโตขึ้นมาสวยงามมากเลยล่ะครับ”* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการแก้แค้นครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงา กับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%