กลิ่นกาแฟเอสเพรสโซคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่ของโครงการ "The Heritage" ลอยอวลอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต ศิลาพยายามอย่างยิ่งที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่กระเจิงให้กลับมาเข้าที่ ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่บังเอิญเดินสวนกับเขาเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวผิดจังหวะ ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดมหึมาทุบซ้ำลงบนอกข้างซ้ายอย่างไม่ปรานี
"คุณศิลาครับ ทางคุณกิตติธรแจ้งว่า กำลังจะเดินทางมาถึงในอีกห้าวินาทีนี้ครับ" เลขานุการส่วนตัวกระซิบเตือนด้วยน้ำเสียงเจือความกังวล เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของผู้เป็นนาย
ศิลาพยักหน้ารับอย่างยากเย็น เขากลืนก้อนความตึงเครียดลงคอ พยายามจัดระเบียบสูทเนื้อดีและปั้นหน้ากากนักธุรกิจผู้ไร้พ่ายขึ้นมาสวมทับอีกครั้ง โครงการนี้คือเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา หากพลาดท่าในห้องประชุมนี้ ความน่าเชื่อถือทั้งหมดที่สั่งสมมานับทศวรรษจะพังทลายลงในพริบตา
ประตูห้องประชุมบานไม้สักทองถูกผลักเปิดออกช้าๆ
ผู้ที่ก้าวเข้ามาคนแรกไม่ใช่ "คุณกิตติธร" ประธานกรรมการบริหารแห่งกลุ่มทุนพลังงานยักษ์ใหญ่ตามที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ หากแต่เป็นร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม รินลดา ก้าวเข้ามาด้วยฝาดก้าวที่มั่นคง แววตาของเธอนิ่งสนิท เยือกเย็น และทรงพลังราวกับราชสีห์ที่คุมเชิงอยู่บนยอดผา ด้านข้างของเธอกลับมีชายสูงวัยผมสีดอกโปก้าวตามมาติดๆ—นั่นคือคุณกิตติธร และผู้ที่เดินปิดท้ายด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า คือรองประธานฝ่ายกลยุทธ์ของคู่แข่งตลอดกาลอย่างกลุ่ม "ภัทรโภคิน"
ศิลาเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง สมองที่เพิ่งพยายามตั้งสติกลับขาวโพลนซ้ำสอง
"ขออภัยที่ทำให้ทุกท่านต้องรอนะครับ พอดีผมแวะคุยรายละเอียดสำคัญกับคุณรินลดามาเสียก่อน" เสียงทุ้มต่ำของคุณกิตติธรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด
รินลดาปราบสายตากวาดมองรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของอดีตสามี มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความยินดี หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมเข้ามาในกรงขัง
"สวัสดีค่ะท่านประธาน และสวัสดีค่ะคุณศิลา... หวังว่าโปรเจกต์ที่ฉันกำลังจะนำเสนอในฐานะ 'หัวונมัณฑนากรและที่ปรึกษาอิสระ' คงจะไม่ทำให้ใครแถวนี้ต้องผิดหวังนะคะ" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบ
ศิลานั่งนิ่งเป็นหุ่นปูนปั้น มือหนาที่วางอยู่ใต้โต๊ะประชุมกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เขาไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาตามตัว เป็นเพียงหลังบ้านที่คอยรองรับอารมณ์และจัดการความเรียบร้อย จะพลิกเกมมาอยู่เบื้องหลังกระดานใหญ่ที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ในชั่วข้ามคืน
"คุณรินลดา... นี่มันหมายความว่ายังไงครับ?" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แต่สั่นเครือเล็กน้อยจนคนใกล้ตัวสังเกตได้
"มันก็หมายความว่า ข้อเสนอของบริษัทคุณศิลา ตกเป็นโมฆะตั้งแต่เมื่อวินาทีที่คุณกิตติธรตกลงเซ็นสัญญาร่วมทุนกับทางเราแล้วล่ะค่ะ" รินลดากล่าวตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทโยนลงบนโต๊ะกลางห้อง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคน
เอกสารฉบับนั้นคือ แบบแปลนการตกแต่งภายในและการันตีวงเงินลงทุนที่ต่ำกว่างบประมาณเดิมของศิลาถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่กลับได้มาตรฐานระดับเวิลด์คลาส ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มทุนของกิตติธรกำลังตามหามานานแรมปี และผู้ที่ออกแบบโครงสร้างทั้งหมดนี้คือรินลดา—คนที่ศิลาเคยประกาศกร้าวในที่สาธารณะว่า 'ไม่มีทางยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้หากปราศจากบารมีของเขา'
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ศิลาด้วยความคาดหวังและคำถาม ศิลารู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่กลางลานประลองที่ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ ความหยิ่งทะนงที่สั่งสมมานานถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ภาพของรินลดาในยามนี้ช่างห่างไกลจากภรรยาผู้ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมในอดีตลิบลับ เธอกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ถือมีดจ่ออยู่ที่คอหอยของเขา
รินลดาโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาสีควันบุหรี่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความตระหนกของศิลา เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน แต่กลับดังสะท้อนก้องในใจของเขา
"จำไว้นะคะคุณศิลา... สิ่งที่คุณเคยทำลายลงด้วยความเย็นชา ฉันจะใช้มันสร้างเป็นปราสาทบนซากศพความสำเร็จของคุณ... ทีละก้าว ช้าๆ และเจ็บปวดที่สุด"
ศิลานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกكَ คล้ายถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น ความแค้น ความตกใจ และความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาทำให้เขาแทบกระอักเลือด เขารู้แล้วว่าเกมนี้เขาไม่ได้แค่ 'แพ้' แต่เขาถูกต้อนให้จนมุมในแบบที่ไม่มีวันลุกขึ้นมาสู้ได้อีก
ทว่า ในขณะที่รินลดาหันหลังเตรียมก้าวออกจากห้องประชุมพร้อมชัยชนะอย่างงดงาม ประตูห้องประชุมอีกด้านกลับเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—
ร่างเล็กในชุดเอี๊ยมเด็กของเด็กชายวัยสี่ขวบคนเดิม วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้องประชุม ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เด็กน้อยหยุดยืนตรงหน้าศิลา เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยดวงตากลมโตประกายใสซื่อ ก่อนจะเอ่ยเรียกคำที่ทำให้ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท
"คุณอาใจดีครับ... แม่บอกว่าให้เอาเอกสารนี้มาให้คุณพ่อครับ"
รินลดาที่เพิ่งก้าวเดิน ชะงักกึกทันที สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกสุดขีดเป็นครั้งแรก ขณะที่ศิลาหันขวับกลับมามองเด็กน้อยสลับกับรินลดาด้วยความรู้สึกที่ระเบิดออกในอก สมองของเขาหยุดทำงานลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนเร้นมาตลอดห้าปี
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการแก้แค้นครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ
มัณฑนากรไร้เงา กับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 6
จังหวะของเกมการเมือง
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงา กับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!