กลิ่นอโรมาของลาเวนเดอร์และน้ำมันสนจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดสนิท ทว่าประสาทสัมผัสของรณกรไม่ได้ถูกกลิ่นหอมนั้นหลอกลวง เขากำลังยืนอยู่หน้าตู้เอกสารบิ้วท์อินไม้สักทองในห้องทำงานส่วนตัวของอาคเนย์ นาฬิกาข้อมือเรือนหรูบอกเวลาตีสองสิบห้า พอดิบพอดี—ช่วงเวลาที่โลกหลับใหล แต่โลกของนักสืบเอกชนอย่างเขากำลังตื่นตัวเต็มพิกัด
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับแมวป่าที่ลอดผ่านมาจากระเบียงด้านนอก ทำให้ปลายนิ้วที่กำลังเขี่ยรหัสแม่กุญแจชะงักลง รณกรไม่ลังเล เขาสฤกษ์ตัวแนบไปกับผนังห้องทันที ลมหายใจถูกผ่อนเข้าออกอย่างเงียบเชียบและสม่ำเสมอที่สุด ดวงตาคมกริบกวาดมองเงาดำที่ทาบทับลงบนบานกระจกฝ้า
แกร็ก...
ลูกบิดประตูหมุนช้าๆ พร้อมกับร่างโปร่งสูงของเจ้าของห้องที่ก้าวเข้ามา อาคเนย์ในชุดนอนผ้าไหมสีชาควันบุหรี่ไม่ได้เปิดไฟ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องด้วยสัญชาตญาณของนักล่า ก่อนที่เรียวปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันในความมืด
"คิดว่ามุดเข้ามาทางช่องระบายอากาศแล้วผมจะจับกลิ่นหนสกปรกของคุณไม่ได้หรือครับ... คุณนักสืบ"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดไม่ได้ทำให้รณกรสะดุ้งสะเทือน เขาก้าวออกมาจากเงาผนังอย่างใจเย็น แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยและดวงตาที่ราวกับซ่อนคมมีดเอาไว้
"ผมไม่ได้มาเป็นขโมย อาคเนย์... ผมแค่มาพิสูจน์ว่า 'เซฟเฮาส์' ที่คุณปากแข็งนัก มันมีรอยรั่วขนาดไหนต่างหาก" รณกรตอบเสียงเรียบ ไร้พิรุธ
อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวรณกรทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นกายเฉพาะตัวผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของห้องแอร์ทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดอากาศหายใจ เชฟอัจฉริยะหยุดยืนห่างจากเขาเพียงคืบเดียว ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักสืบหนุ่มราวกับจะค้นหาความจริง
"รอยรั่วอะไรกันครับ... ในเมื่อคนๆ เดียวที่กำลังทำลายความสงบของที่นี่ คือตัวคุณเองต่างหาก" อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปาก รินรดความร้อนผ่าวผ่านอากาศเย็นเยียบ "คุณอยากได้บัญชีลับของมินตรามากจนตัวสั่นเลยสินะ ถึงได้ยอมเสี่ยงทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้ตอนตีสอง"
"ถ้าผมไม่ทำ แล้วใครจะลากคอคนที่ซ่อนเงินทอนในครัวหลังร้านออกมารับแสงสว่างล่ะครับ" รณกรไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้าวเดียว เขาก้มลงสบตากับเชฟจอมทิฐิด้วยแววตาท้าทาย เคมีที่คุกรุ่นระหว่างความดื้อรั้นและความหยิ่งทะนงปะทะกันจนเกิดประกายไฟในความเงียบ
อาคเนย์นิ่งงัดไปชั่วขณะ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะปกเสื้อเชิ้ตของรณกรอย่างถือดี แรงกดเบาๆ นั้นไม่ได้คุกคาม แต่เป็นการแสดงออกถึงความเหนือกว่าที่เจ้าตัวถนัดนัก
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านกว่าที่ผมคิดเสียอีกนะรณกร" อาคเนย์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าอกแทบแนบชิดกัน "แต่รู้ไหมครับว่าความอยากรู้อยากเห็นของคุณ มันกำลังจะพาคุณไปเจอเรื่องที่อันตรายกว่าแค่บัญชีปลอมๆ พวกนั้น"
รณกรหรี่ตาลงเล็กน้อย สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของอีกฝ่ายที่แตะอยู่บนอกเสื้อกำลังทำลายสมาธิอันสุขุมของเขาอย่างร้ายกาจ แต่นักสืบมืออาชีพไม่มีทางเสียท่าให้ใครมองเห็นความปั่นป่วนในใจ
"ถ้าหมายถึงคุณ... ผมคิดว่าผมรับมือไหว" รณกรสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ความเกรงกลัว
"ปากเก่ง..." อาคเนย์พึมพำ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากของนักสืบหนุ่มแวบหนึ่งก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา "ระวังเถอะครับ ปากเก่งมากๆ สุดท้ายอาจจะต้องมาขอร้องให้ผมช่วยปิดปากให้แทน"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของทั้งคู่แข่งกับเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความปรานี รณกรเกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่างเตรียมรับมือหากอีกฝ่ายจะเล่นตุกติก แต่อาคเนย์กลับลดมือลงอย่างช้าๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ตกลงอยากได้หลักฐานนักใช่ไหมครับ... ตามมาสิครับ ผมจะพาไปดูว่าของจริงเขาเก็บไว้ที่ไหน" อาคเนย์หันหลังให้แล้วเดินนำไปยังประตูเชื่อมไปยังห้องเก็บวัตถุดิบใต้ดิน รณกรขมวดคิ้วด้วยความระแวง แต่ก็ยอมสาวเท้าก้าวตามไปติดๆ
ความเย็นยะเยือกของห้องใต้ดินพัดปะทะใบหน้าทันทีที่ประตูเหล็กหนาถูกผลักเปิดออก กลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าผสมกับกลิ่นไวน์ชั้นดีลอยอบอวล อาคเนย์เดินนำไปหยุดอยู่หน้าชั้นวางขวดไวน์วินเทจขนาดยักษ์ ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดขวดบอร์โดซ์ปี 1982 ตามจังหวะที่ซับซ้อน
คลิก... เสียงกลไกซ่อนเร้นดังขึ้นเบาๆ ผนังไม้สักด้านหลังชั้นวางขวดไวน์ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นแสงไฟสีส้มสลัวจากห้องลับอีกห้องหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน
รณกรหรี่ตามองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง นี่ไม่ใช่แค่ห้องเก็บเอกสารบัญชีธรรมดา แต่มันคือห้องควบคุมระบบข้อมูลทั้งหมดของเครือข่ายร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมือง และบนโต๊ะทำงานกลางห้องนั้น มีแฟ้มเอกสารสีดำสนิทวางเด่นเป็นสง่า พร้อมตราประทับลับของมินตรา
"เชิญครับ..." อาคเนย์ผายมือด้วยท่าทีสุภาพเยี่ยงสุภาพบุรุษจอมปลอม "อยากรู้อะไร เชิญหยิบไปดูให้พอใจ... ก่อนที่คุณจะไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกต่อไป"
รณกรก้าวเข้าไปในห้องลับอย่างระแวดระวัง เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางบันไดทางเข้าหลัก พร้อมกับเสียงทุบประตูด้านนอกที่ดังสนั่นหวั่นไหว
ปัง! ปัง! ปัง!
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ตำรวจตรวจค้นตามหมายศาล!" เสียงตะโกนก้องกังวานจากด้านนอกทำให้อาคเนย์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาสีเข้มหันขวับมามองรณกรด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว
รณกรหันกลับไปสบตาอาคเนย์ทันที ความตระหนักรู้สายฟ้าแลบพุ่งวาบเข้ามาในหัว
*นี่ไม่ใช่แผนของอาคเนย์... และใครบางคนกำลังตลบหลังพวกเขาทั้งคู่!*
ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว ประตูเหล็กด้านนอกก็ถูกพังกระแทกจนหลุดจากวงกบ ร่างของมินตราก้าวเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบหลายนาย เธอยกยิ้มมุมปากด้วยแววตาเยือกเย็นสะใจ ขณะกวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนอยู่กลางรังลับ
"โอ้... ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะการสืบสวนคดีส่วนตัวของพวกคุณสินะคะ..." มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงพิษร้าย "หวังว่าเอกสารบนโต๊ะนั่น... จะอธิบายได้นะคะว่าพวกคุณสองคนกำลังทำอะไรลับหลังฉันอยู่"
——————————————————————————
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับเกมอันตรายนี้เสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟติสต์แตก•ตอนที่ 4
ความลับใต้ฝาหม้อ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟติสต์แตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!