เสียงกระแทกของถาดสเตนเลสกระทบกับเคาน์เตอร์ครัวดังสนั่นจนเศษน้ำแข็งกระเด็น อาคเนย์ไม่ได้หันไปมองต้นตอ เขายังคงจ้องเขม็งไปยังเด็กฝึกงานคนใหม่ที่ยืนเอามือซุกกระเป๋าเสื้อเชฟด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เส้นประสาทข้างขมับของเชฟอัจฉริยะกระตุกวูบ
"นี่คือห้องครัวของผม ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และคุณ... ไม่ใช่แขกวีไอพีที่จะมายืนทำเท่เป็นพระเอกเอ็มวีตรงนี้" อาคเนย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง กลิ่นหอมจางๆ ของเบอร์กามอตจากตัวรณกรปะทะเข้ากับกลิ่นไหม้เกรียมของเครื่องเทศในครัวปิด ทว่าเชฟหนุ่มกลับเลือกที่จะมองข้ามมันแล้วพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่ทันที "ถ้าคิดว่าจะมาทำหน้าหล่อๆ แล้วกอบโกยเรตติ้งให้ร้านที่มีหุ้นส่วนหัวใสคนนั้น ส่งใบลาออกไปซะตั้งแต่ตอนนี้ยังทัน"
รณกรไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมกราบกวาดมองเครื่องครัวราคาแพงระยับรอบตัวก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าบึ้งตึงของอาคเนย์ นัยน์ตาคู่นั้นนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในยามวิกาล ต่างจากอีกฝ่ายที่เดือดพล่านราวกับน้ำมันพืชโดนไฟ
"ถ้าผมออกตอนนี้ ใครจะคอยดูความบรรลัยที่คุณกำลังสร้างขึ้นล่ะครับ เชฟอาคเนย์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว รณกรขยับตัวเข้าใกล้จนระยะห่างระหว่างอกของทั้งคู่แทบไม่เหลือช่องว่าง ปลายจมูกแทบจะชนกันหากต่างฝ่ายต่างไม่ระวัง "ผมไม่ได้มาเพื่อเป็นเด็กฝึกงาน... แต่ผมมาเพื่อเคลียร์บางอย่างที่มันเน่าเฟะในครัวนี้ต่างหาก"
บรรยากาศในห้องครัวอุณหภูมิลดฮวบลงฉับพลัน ลูกมือคนอื่นๆ ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจแรง ทุกสายตาจับจ้องมาที่การปะทะกันของสองอัลฟ่าแห่งความดื้อรั้น อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุด้องวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
"ปากเก่งนักนะ... งั้นก็พิสูจน์สิว่าฝีปากกับฝีมือของคุณมันจะคมพอกันไหม" อาคเนย์คว้ามีดเชฟด้ามโปรดขึ้นมา วางแผ่นเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมลงบนเขียงด้วยแรงกระแทกที่รุนแรง "จัดการหั่นเนื้อพวกนี้ให้เสร็จภายในสิบนาที ความหนาต้องเท่ากันทุกชิ้น ไม่มีข้ออ้างเรื่องความเหนียวหรือลายไขมัน ถ้าทำไม่ได้... คุณไสหัวออกไปจากร้านนี้ทันที"
รณกรปรายตามองเนื้อวากิวชิ้นโตบนเขียงสลับกับใบหน้าหยิ่งผยองของอาคเนย์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอีกครั้งอย่างน่าหมั่นไส้ แทนที่จะรีบคว้ามีดตามคำสั่ง รณกรกลับยืนนิ่งเพื่อท้าทายอำนาจมืดของเชฟจอมเผด็จการ
"สิบนาทีมันนานเกินไปสำหรับผมนะเชฟ... แต่ถ้าจะให้ทำให้ดูจริงๆ ผมมีเงื่อนไข" รณกรโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของอาคเนย์ น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน "ถ้าผมทำได้ตามที่คุณต้องการ... คุณต้องตอบคำถามผมมาหนึ่งข้อโดยห้ามโกหก"
อาคเนย์ชะงักไปชั่วขณะ ขนอ่อนที่ต้นคูลุกชันขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของเด็กฝึกงานคนนี้ เชฟหนุ่มกัดกรามแน่น พยายามดึงสติกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้นสูงด้วยความถือดี
"ได้... แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณต้องคุกเข่าขอโทษผมกลางห้องครัวนี้"
สิ้นคำท้า รณกรก็เคลื่อนไหว ร่างสูงโปร่งขยับเข้าประชิดเขียงด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน มือเรียวหนาหยิบมีดเชฟขึ้นมาอย่างทะมัดทะแมง ท่วงท่าการจับด้ามมีดและการลงน้ำหนักของข้อมือนั้นคล่องแคล่วและแม่นยำยิ่งกว่าเชฟมืออาชีพเสียอีก เสียงคมมีดเฉือนผ่านเนื้อวากิวเนื้อนุ่มดังฉับๆๆ ต่อเนื่องราวกับจังหวะกลองรบ เศษเนื้อแต่ละชิ้นร่วงหล่นลงถาดด้วยความหนาที่เท่ากันราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด สายตาของอาคเนย์เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ความหยิ่งทะนงในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนทึ่ง
เจ็ดนาทีผ่านไป... เนื้อวากิวทั้งหมดถูกจัดเรียงอย่างสวยงามไร้ที่ติบนถาดสเตนเลส รณกรวางมีดลงกระทบเขียงเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตาอาคเนย์ที่ยืนค้างเติ่งอยู่กับที่
"ครบสิบนาทีพอดี... และผมไม่จำเป็นต้องคุกเข่า" รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยชัยชนะ "ทีนี้... ถึงตาผมถามคุณแล้ว เชฟอาคเนย์"
อาคเนย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความพ่ายแพ้ชั่วขณะตีรวนขึ้นมาในอกจนน่าหงุดหงิด เชฟหนุ่มเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกราบที่กำลังจดจ้องมา "ว่ามา... อยากรู้อะไรนักหนา"
รณกรก้าวเข้าไปประชิดตัวอาคเนย์อีกครั้งจนแผ่นหลังของเชฟหนุ่มชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์สเตนเลสด้านหลัง ปิดตายทุกทางหนี มือหนายื่นออกไปค้ำยันขอบชั้นวางไว้ทั้งสองข้าง กักตัวอาคเนย์ให้อยู่ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นเบอร์กามอตผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ห้อมล้อมจนหัวใจของอาคเนย์เต้นผิดจังหวะ
"คืนวันที่มินตราเซ็นสัญญาโอนหุ้นลับๆ คุณอยู่ที่ไหน... และทำไมบัญชีของร้านถึงมีชื่อของคุณเป็นผู้รับผลประโยชน์คนสุดท้าย?"
รณกรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ชิดริมหู ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอาคเนย์ที่สั่นไหววูบอย่างเห็นได้ชัด ความลับที่ควรถูกฝังกลบถูกขุดขึ้นมากลางห้องครัวร้อนระอุอย่างไม่มีตั้งตัว อาคเนย์อ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันว่าเด็กฝึกงานคนนี้ล่วงรู้เรื่องคดีฉ้อโกงระดับชาติข้อนี้ได้อย่างไร
ทว่า ก่อนที่อาคเนย์จะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือแก้ตัว เสียงตบมือดังขึ้นจากประตูทางเข้าห้องครัว ขัดจังหวะความเป็นความตายระหว่างคนทั้งคู่เสียก่อน
"โอ้โห... บรรยากาศการทำงานดูจริงจังและแนบชิดกันดีจังนะคะ เชฟอาคเนย์"
ร่างของมินตราก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิท สายตากวาดมองทั้งสองคนด้วยความสงสัยระคนจับผิด รณกรชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราวกำแพงน้ำแข็งในเสี้ยววินาที แต่อาคเนย์ยังคงหายใจหอบถี่ ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ยังค้างคา
"คุณเข้ามาทำไมที่นี่ มินตรา..." อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
"ฉันก็แค่มารับรองเด็กฝึกงานคนใหม่... และมาเตือนคุณด้วยว่า ตำรวจกองปราบกำลังมุ่งหน้ามาที่ร้านนี้แล้วค่ะ" มินตราโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังสะท้อนก้อง "เพราะมีคนแจ้งความว่า 'เซฟเฮาส์' ของคุณ... ซ่อนของกลางคดีใหญ่เอาไว้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดเตาความฟินและระอุไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟติสต์แตก•ตอนที่ 2
ไฟในครัวกับไฟในใจ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟติสต์แตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!