ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลอัศวเรืองรองในยามค่ำคืนนี้ ช่างหนักอึ้งเสียจนราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น กลิ่นอายของซิการ์ราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศ ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดราวกับเส้นลวดที่ถูกดึงจนแทบขาด
พารินทร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวระริกของเรียวปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง แววตาคู่คมที่เคยฉายแววท้าทาย บัดนี้กลับซ่อนความร้าวรานและความระแวงระวังไว้อย่างมิดชิด กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองถูกก่อขึ้นสูงลิ่ว จนแม้แต่เงาของเธอก็ยังทอดตัวยาวเหยียดราวกับต้องการตีเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเขากับเธอให้เด็ดขาด
"คุณคิดว่าความเงียบของคุณ จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากสิ่งที่ทำลงไปได้งั้นเหรอ พารินทร์"
เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันนั้นลงอย่างไม่ไยดี ดามพ์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นจดจ้องมองมาที่เธอราวกับจะกลืนกิน ลมหายใจของเขาพ่นออกมาอย่างสะกดกลั้นความกรุ่นโกรธ ร่างหนาภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักเลือนราง ยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนและอันตรายออกมาจนน่าหวาดหวั่น
"ฉันไม่มีอะไรจะพูดค่ะ" พารินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งความเกรงกลัว ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นกระหน่ำรัวรากับกลองเพลิง "ในเมื่อคุณเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นและหูได้ยินจากปากคนอื่นไปหมดแล้ว คำอธิบายของฉันก็คงไม่มีค่าอะไรในสายตาของคุณอีก"
ดามพ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเหยียด เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำเคลื่อนไหวเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า ทว่าคุกคามราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "รวิศมันมอบอะไรให้คุณ ถึงทำให้ผู้หญิงที่ฉลาดเป็นกรดอย่างคุณยอมเอาอนาคตตัวเองไปเสี่ยง... หืม?"
"อย่าเอาความคิดสกปรกของคุณมาตัดสินฉันนะ!" พารินทร์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธขึง เธอยอมรับไม่ได้กับการถูกดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีเช่นนี้ "ฉันจะทำอะไร กับใคร หรือเพื่ออะไร มันก็เรื่องของฉัน! คุณไม่มีสิทธิ์มาผูกขาดชีวิตฉัน ดามพ์!"
สิทธิ์... คำๆ นั้นพุ่งชนประสาทสัมผัสของมาเฟียหนุ่มเข้าอย่างจัง
ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยไฟโทสะ ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียวเขาก็ประชิดตัวหญิงสาวได้จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างจัง ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างวงแขนแข็งแรงที่ยันกับชั้นหนังสือไว้ทั้งสองข้าง กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเธอกอปรกับกลิ่นอายอันคุ้นเคยยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ..." ดามพ์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกับแก้มเนียน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอจนพารินทร์ต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัด "จำใส่สมองอันชาญฉลาดของคุณไว้ให้ดี พารินทร์... ร่างกายนี้ หัวใจที่ดื้อรั้นดวงนี้ หรือแม้กระทั่งลมหายใจของคุณ มันเป็นของฉัน ตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในโลกของฉันแล้ว"
"ปล่อยนะ..." เธอพยายามผลักไสแผงอกกว้างออกด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่มันก็ไร้ความหมายราวกับการผลักภูเขาเหล็ก "อย่ามาทำตัวไร้เหตุผล ป่าเถื่อน และใช้อำนาจกดขี่คนอื่นแบบนี้!"
"หึ ป่าเถื่อนงั้นเหรอ คุณยังไม่เคยเห็นความป่าเถื่อนที่แท้จริงของผมหรอก พารินทร์"
สิ้นเสียงคำรามต่ำในลำคอ ริมฝีปากหนาก็บดขยี้ลงมาบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวันระเบิดออกมาเป็นจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และจาบจ้วง พารินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามเม้มปากแน่นและสะบัดหน้าหนีเพื่อขัดขืน ทว่ามือใหญ่ข้างหนึ่งกลับตรึงท้ายทอยของเธอไว้มั่น บังคับให้รับรสจูบอันป่าเถื่อนที่แฝงไว้ด้วยความหึงหวงและโกรธเกรี้ยวอย่างเต็มพิกัด
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความเค็มปร่าจากหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าและรสชาติอันคุ้นเคยผสมปนเปกันไปหมด ความโกรธขึงแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่ค่อยๆ กัดเซาะกำแพงในใจของเธอทีละน้อย สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของเอวคอดกิ่ว ทำให้ร่างกายของพารินทร์สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ แรงต่อต้านที่เคยมีเริ่มอ่อนยวบลง ทรวงอกอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นชิด
ดามพ์รับรู้ได้ถึงความอ่อนยวบของร่างบางในอ้อมแขน ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มหลอมละลายกลายเป็นความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่โหมกระหน่ำ เขาถอนริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้เธอได้หายใจ ทว่าดวงตากลับทอประกายระอุอุ่นเต็มไปด้วยเพลิงสวาทที่ยากจะดับลง
นิ้วเรียวยาวเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบอย่างทะนุถนอมระคนคาดโทษ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นพร่ากระซิบข้างใบหูที่แดงก่ำ "อย่าท้าทายความอดทนของผมอีก... พารินทร์ เพราะถ้าคุณยังดื้อดึง ผมอาจจะไม่หยุดแค่รอยจูบนี้แน่"
พารินทร์หอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีไข้ เธอยังคงพยายามรักษาความเย่อหยิ่งเฮือกสุดท้ายไว้ด้วยการจ้องมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ "คุณคิดว่าใช้ร่างกายข่มขู่ฉัน แล้วทุกอย่างมันจะจบลงด้วยดีหรือไงคะ... เรามันก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ใช้กันและกันเป็นเครื่องมือเท่านั้นแหละ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ดามพ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ดวงตาดำมืดสนิทด้วยความเจ็บแปลบที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดิบเถื่อน ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบโต้อะไร เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังสนั่นขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนทะลุบานประตูเข้ามาด้วยความร้อนรน "คุณรวิศ... พาคนบุกเข้ามาที่หน้าคฤหาสน์ พร้อมกับหมายค้นและตำรวจเศรษฐกิจแล้วครับ!"
ดามพ์ชะงักไปชั่วพริบตา ดวงตาคมกริบหันกลับมามองหน้าพารินทร์ทันที ความระแวงสงสัยฉายชัดขึ้นในแววตาคู่นั้นอีกครั้ง ราวกับภาพความไว้วางใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ถูกพังทลายลงในพริบตา
พารินทร์หน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น เธอส่ายหน้าช้าๆ โดยไม่รู้ตัว "ไม่ใช่ฉันนะ... ฉันไม่ได้บอกเขา..."
ดามพ์แค่นยิ้มหยันออกมาอย่างน่ากลัว เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ทั้งสิ้น เขากระชากร่างเธอลากเข้าไปหลบหลังร่างหนาของตนเอง ก่อนจะคว้าปืนพกสีดำสนิทออกจากลิ้นชักโต๊ะทำงานขึ้นมาขึ้นลำกล้องอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบมองตรงไปยังประตูห้องด้วยความเหี้ยมเกรียม
"เกมมันเพิ่งเริ่มต้นต่างหากล่ะ... ที่รัก"
*จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ*
ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ•ตอนที่ 19
ความเงียบที่น่าอึดอัด
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!