แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนพื้นผิวกระจกโต๊ะทำงานราคาแพงจนเกิดเสียงดังสนั่น พารินทร์สะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น ชซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้แววตาที่แข็งกร้าวและนิ่งสงบ
“คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้วนะพารินทร์”
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังลอดไรฟันของดามพ์ ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจมืดครึ่งหนึ่งของเมืองหลวงยืนค้ำหัวเธออยู่ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติแผ่รังสีความกดดันออกมาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
พารินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยกมือขึ้นกอดอก พยายามสร้างกำแพงล่องหนขึ้นมาปกป้องตัวเองจากแรงดึงดูดดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะท่านประธานดามพ์ ฉันแค่กำลังทวงคืนอิสรภาพของตัวเอง” เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นน้อยๆ ที่ปลายเสียง “สัญญาระหว่างเรามันสิ้นสุดลงตั้งแต่คุณใช้ฉันเป็นเครื่องมือในบอร์ดบริหารเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว”
“อิสรภาพงั้นเหรอ?” ดามพ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเยียบเย็นจนน่าขนลุก เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ช1ายหนุ่มก้าวเพียงสองก้าวก็ประชิดโต๊ะทำงานจนพารินทร์ต้องเอนกายถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ “ใครอนุญาตให้เธอคิดจะบินหนีจากกรงของฉัน... หืม?”
กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของชายหนุ่มโชยเข้าแตะจมูก ทำให้พารินทร์หัวใจเต้นระส่ำ เธอพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสคุกคาม แต่มือหนากลับเอื้อมมาคว้าคางสลักเสลาของเธอไว้ด้วยความเร็วดุจสายฟ้า บังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขา
นิ้วโป้งหยาบกร้านไล้คลึงบนริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างดื้อรั้น ดามพ์จ้องมองความเย่อหยิ่งในแววตานั้นด้วยความรู้สึกผสมผสานระหว่างความเร่าร้อนและโทสะ ยิ่งเธอดิ้นรนตีตัวออกห่าง ยิ่งทำให้สัญชาตญาณความเป็นนักล่าในตัวเขาอยากจะบดขยี้และสยบให้ราบคาบ
“ปล่อยนะ!” พารินทร์กัดฟันกรอด มือเล็กพยายามแกะมือแข็งราวคีมเหล็กนั้นออก “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน รวิศรอฉันอยู่ข้างล่าง เขาจะขึ้นมาตามถ้าฉันลงไปช้า”
เพล้ง! ชื่อของ "รวิศ" ทำให้อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นถึงขีดอันตรายในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบของดามพ์วาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ มือหนาบีบคางเธอแน่นขึ้นจนพารินทร์ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“ไอ้คุณชายเปลือกนอกที่จ้องจะแทงข้างหลังฉันน่ะเหรอ ที่ทำให้เธออาจหาญกล้าต่อรองกับฉัน” ดามพ์โน้มใบหน้าลงมาจนชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน น้ำเสียงกระซิบพร่าต่ำแต่ทรงพลังจนสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ “เธอคิดว่ามันจะปกป้องเธอจากเงื้อมมือฉันได้งั้นรึ พารินทร์... เธอประเมินความอดทนของฉันต่ำเกินไปแล้ว”
“ฉันไม่ใช่สมบัติของคุณ!” เธอสวนกลับเสียงแข็ง แม้หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นจะเอ่อคลอเบ้า “ฉันมีสมอง มีชีวิต และมีสิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง ไม่ใช่กສูญเสียตัวตนอยู่ใต้เงาเถื่อนๆ ของคุณแบบนี้!”
“ทางเดินงั้นเหรอ?” ดามพ์ยิ้มเยาะ รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่บั่นทอนสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย “เส้นทางเดียวที่เธอมี... คือทางที่ฉันปูไว้ให้ใต้ร่างของฉันเท่านั้น”
สิ้นคำพูด ดามพ์ก็กระชากข้อมือเล็กสลัดหลุดจากโต๊ะ ร่างบางถูกดึงเข้าหาอกแกร่งอย่างแรงจนปะทะกับแผงอกหนั่นแน่น พารินทร์อุทานออกมาด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันได้ขัดขืน ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงประท้วงทั้งหมดไว้ทันที
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือจูบทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความดุดัน เอาแต่ใจ และเรียกร้องสิทธิ์ ความโกรธเกรี้ยวหลอมรวมเข้ากับแรงเสน่หาที่อัดอั้น ดามพ์ขบเม้มริมฝีปากเธอบังคับให้เปิดทางรับสัมผัสอันลึกซึ้ง ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความดื้อรั้นถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดใต้สัมผัสอันเร่าร้อนที่แสนคุ้นเคยและพ่ายแพ้
พารินทร์พยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง ทว่ามือที่เคยแข็งขืนกลับเริ่มอ่อนแรงลงอย่างน่าสมเพช ร่างกายทรรยศด้วยการตอบสนองต่อสัมผัสวาบหวามที่เขาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและเอวคอด กลิ่นอายของอำนาจและความดิบเถื่อนโอบล้อมเธอไว้ราวกับตาข่ายเพลิงที่หลอมละลายทุกเกราะป้องกัน
มือหนาเลื่อนขึ้นสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวย บังคับองศาให้เธอยอมรับรสจูบที่ทวีความรุนแรงและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากของชายหนุ่ม ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเพลิงเสน่หาที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ สัมผัสจากมือใหญ่ที่ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในกายให้ตื่นขึ้น จนพารินทร์ต้องแอ่นกายเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว
ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่กำลังดำดิ่งสู่ความซาบซ่านอันมืดมน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูจากด้านนอก
“คุณพารินทร์ครับ อยู่ข้างในหรือเปล่า...” เสียงของรวิศดังแทรกเข้ามา พร้อมกับบานประตูที่เริ่มขยับเปิดออกทีละน้อย
ดามพ์ผละริมฝีปากออกช้าๆ หน้าอกกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาสดใสแต่ดุดันก้มมองหญิงสาวที่หอบหายใจจนตัวโยน ริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำจากการถูกรุกราน เขายกนิ้วขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำใสที่หางตาเธอแผ่วเบา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างผู้เหนือกว่า
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูที่แดงก่ำของพารินทร์ เสียงทุ้มพร่าต่ำราวกระซิบคำสั่งจากซาตาน
“บอกมันสิคนสวย... ว่าตอนนี้เธอกำลังยุ่งอยู่กับการชดใช้หนี้สวาทให้ฉัน”
จูบแรกยามสายัณห์นะคะ
ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ•ตอนที่ 10
เกมซ้อนกล
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!