กลิ่นไอน้ำอุ่นจัดผสมผสานกับกลิ่นกายบุรุษอันทรงพลัง คละคลุ้งอยู่ในห้องสูทเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร แรงอารมณ์ที่เพิ่งมอดดับลงทิ้งร่องรอยความระอุไว้บนเรือนร่างเปลือยเปล่าของพารินทร์ ลมหายใจอุ่นร้อนของดามพ์ยังคงรดอยู่แถวต้นคอระหง ขณะที่ท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งโซ่ตรวนเหล็กกล้าตรึงร่างอรชรให้แนบชิดติดแผ่นอกกว้างของเขาอย่างไม่ยอมให้ดิ้นหลุดรอด
"คุณมัน... คนเผด็จการไร้ยางอาย..." เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยลอดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการถูกบดขยี้อย่างเอาแต่ใจ
ดามพ์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านแผ่นอกหนาจนพารินทร์สัมผัสได้ มือหนารวบเส้นผมสีดำขลับที่สยายรกเรื้อขึ้นพันไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะกระชากใบหน้าหวานให้เงີบขึ้นสบตา ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยกุหลาบแดงจากฝีมือตนเองด้วยความพึงพอใจดิบเถื่อน
"ไร้ยางอายแต่ก็ทำให้คุณครางชื่อผมจนเสียงแหบไม่ใช่หรือ พารินทร์..."
คำพูดเยาะหยันที่แฝงไว้ด้วยกระแสเสน่หาอันร้อนรุ่ม ทำให้เลือดในกายของหญิงสาวสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยความโกรธปนความอפרาย พารินทร์เม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเย่อหยิ่งดื้อดึง เธอเกลียดตัวเองเหลือเกินที่ร่างกายทรยศความรู้สึก สมองสั่งให้ผลักไส แต่ผิวเนื้อกลับร้อนรุ่มทุกครั้งที่ปลายนิ้วสากระคายไล้ผ่านส่วนโค้งเว้า
ก่อนที่ดามพ์จะได้ก้มลงมาทัณฑ์ความอวดดีของเธอด้วยรสจูบระอุอีกระลอก เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะหน้าห้องก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศตึงเครียด แสงไฟสีแดงกะพริบวับวาบสะท้อนผนังกระจกใส
ดามพ์ชะงักกรามขบเข้าหากันจนสันกรามูนนูนขึ้น ความหงุดหงิดฉายชัดในแววตาเมื่อถูกขัดจังหวะ เขายอมผละริมฝีปากออกจากซอกคอหอมกรุ่นอย่างเสียดาย คว้าเสื้อคลุมผ้าไหมมาสวมลวกๆ ก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ ไปยังประตูหน้าด้วยความระแวดระวัง
ทันทีที่บานประตูอัตโนมัติเลื่อนเปิดออก ร่างสูงโปรดในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบกริบของ ‘รวิศ’ ก็ปรากฏแก่สายตา พร้อมรอยยิ้มพางพกที่เคลือบไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"ขอโทษทีที่มารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณกับ... ว่าที่คู่หมั้นของผม ดามพ์" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน สายตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มกวาดมองเข้าไปในห้องพักราวกับจะสำรวจร่องรอยความสัมพันธ์ที่เพิ่งผ่านพ้น
ดามพ์ยืนขวางประตูปิดกั้นทางเข้า รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวเยือกเย็นลงทันตาเห็น "แกกล้าดียังไงถึงบุกเข้ามาถึงห้องฉัน รวิศ คิดว่าเส้นสายของแกมันใหญ่คับฟ้าพอที่จะเหยียบเข้ามาในอาณาเขตของฉันได้งั้นรึ"
"ใจเย็นน่า ดามพ์ ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง" รวิศยกมือขึ้นเชิงยอมแพ้ รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับอยู่ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึก "ฉันแค่เป็นห่วงคุณพารินทร์... คนสวยที่ถูกนายกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในกรงทองแห่งนี้ โดยที่เจ้าตัวเขาอาจจะไม่เต็มใจเลยสักนิด"
พารินทร์ที่เดินตามออกมาโดยสวมเสื้อคลุมเรียบร้อยแล้ว ชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของดามพ์สลับกับรวิศที่ยืนยันตัวตนอยู่หน้าห้อง ความคิดมากมายตีรวนอยู่ในหัว รวิศรู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่? และจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาเยือนกะทันหันนี้คืออะไรกันแน่?
"ถอยไป ดามพ์" พารินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว เธอเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มจนได้กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ "ฉันขอคุยกับคุณรวิศเป็นการส่วนตัว"
ดามพ์หันขวับกลับมามองหญิงสาว นัยน์ตาดำมืดวาวโรจน์ด้วยความกริ้ว "คุณไม่มีสิทธิ์สั่งผม พารินทร์! กลับเข้าไปในห้องเดี๋ยวนี้!"
"ฉันไม่ใช่ทาสของคุณนะดามพ์!" พารินทร์เชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ "ในเมื่อคุณรวิศมาหาฉันด้วยธุระบางอย่าง ฉันมีสิทธิ์ที่จะรับฟัง!"
บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์พลันคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แรงกดดันระหว่างมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและคู่แข่งทางธุรกิจจ้องหน้ากันราศีกินกันไม่ลง โดยมีพารินทร์ยืนคั่นกลางทำตัวเป็นตัวแปรที่ดามพ์คาดไม่ถึงว่าจะกล้าต่อรอง
รวิศลอบยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะเมื่อเห็นรอยร้าวเล็กๆ ระหว่างทั้งคู่ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่สนใจสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของเจ้าของถิ่น
"คุณพารินทร์พูดถูกแล้วล่ะดามพ์..." รวิศเอ่ยเสียงนุ่ม เดินเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกนิดจนแทบจะระยะประชิด "ข้อเสนอที่ผมเคยคุยไว้เมื่อวันก่อน... ตอนนี้มันพร้อมสำหรับการตัดสินใจแล้ว คุณพารินทร์สนใจจะเปลี่ยนบรรยากาศ จากการเป็นนักโทษในกรงนี้ ไปเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ทรงเกียรติเคียงข้างผมไหมล่ะครับ?"
ดามพ์แค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น แววตาดิบเถื่อนฉายประกายความอำมหิตพุ่งพล่าน มือหนาเอื้อมไปกระชากต้นแขนของพารินทร์อย่างแรงจนร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะแผ่นอกกว้างของเขาอีกครั้ง พารินทร์อุทานเบาๆ ด้วยความตกใจแต่ไม่ยอมปริปากร้องขอความปรานี
"แกไม่มีวันได้เธอไป รวิศ..." ดามพ์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างหนาก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่องของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ส่วนเธอ พารินทร์... กล้ามากนะที่หาญกล้าชักศึกเข้าบ้านต่อหน้าฉันแบบนี้ คืนนี้... บทลงโทษของคุณมันจะไม่ได้จบแค่บนเตียงอีกต่อไปแน่!"
รวิศมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา ขณะที่พารินทร์สะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วสاقะคายของดามพ์ลูบไล้ลงมาที่ต้นคออย่างคุกคาม พร้อมกับที่ประตูห้องด้านหลังถูกปิดล็อกลงด้วยระบบอัตโนมัติอย่างแน่นหนา... ขังพวกเขาทั้งสามคนไว้ในเกมเดิมพันที่อันตรายและเร่าร้อนถึงขีดสุด
จูบแรกยามสายัณห์นะคะ
ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ•ตอนที่ 9
ตัวแปรที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!