ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ•ตอนที่ 22

กลางสมรภูมิธุรกิจ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงปรบมือแปะๆ สองสามครั้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าภายในห้องประชุมใหญ่ของอาณาจักรธุรกิจเดชานนท์ มันไม่ใช่เสียงแสดงความยินดี แต่เป็นเสียงเยาะหยันที่เสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกดำ ประตูบานคู่สีมะฮอกกานีถูกผลักเปิดออกด้วยปลายนิ้วของชายผู้มาใหม่ รวิศก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาจอมปลอม ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วโต๊ะประชุมยาวเหยียด ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างระหงของพารินทร์ซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่เคียงข้างร่างสูงใหญ่ของดามพ์ บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ กลิ่นอายความเป็นความตายอบอวลอยู่ในอากาศราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่าน "ขอโทษทีค่ะ... ที่ฉันคงต้องเข้ามาขัดจังหวะเกมการเมืองอันแสนสนุกของคุณดามพ์เขาสักหน่อย" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด "พอดีว่าเอกสารลับชิ้นสำคัญที่พวกคุณกำลังตามหากันให้ควั่ก มันดันมาอยู่ในมือของคนนอกอย่างฉันเสียได้" พารินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ คลื่นความโกรธและสับสนตีรวนขึ้นมาจุกอก เมื่อครู่นี้ เธอกำลังจะเปิดโปงรายชื่อของ "หนอนบ่อนไส้" ที่แอบขายข้อมูลบริษัทให้กับคู่แข่ง แต่สถานการณ์กลับพลิกผันราวกับเล่นกล รวิศโผล่เข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารตัวจริงที่ควรจะอยู่ในตู้นิรภัยที่เข้ารหัสไว้ถึงสามชั้น "คุณเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร รวิศ" พารินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววเย่อหยิ่งดื้อรั้น แม้ภายในใจจะเริ่มสั่นคลอนกับความจริงที่ว่า... มีคนในองค์กรทรยศ และคนคนนั้นอาจจะอยู่ใกล้ตัวเธอมากกว่าที่คิด "ถามได้น่ารักนี่คะ พารินทร์" รวิศหัวเราะในลำคอ เดินน่องทอดน่องเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งยืนอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว "ก็เพราะว่า... คนที่เปิดประตูต้อนรับฉัน ไม่ใช่ รปภ. ข้างล่างหรอกค่ะ แต่เป็นมือขวาคนสนิทของคุณเองต่างหากล่ะ!" สิ้นคำพูดนั้น ศุภชัย ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสผู้กุมบังเหียนด้านบัญชีมานานนับทศวรรษก็ก้มหน้าหลบสายตา เดินไปยืนเคียงข้างรวิศอย่างจำนนต่อหลักฐาน พารินทร์เบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำซัดรัวราวกับถูกค้อนทุบ ศุภชัย... คนที่เธอไว้ใจที่สุด คนที่คอยช่วยเหลือเธอดำเนินกิจการมาตลอดหลายปี กลายเป็นงูพิษที่แว้งกัดบ้านหลังนี้ได้อย่างเลือดเย็น ทว่า... ท่ามกลางความโกลาหลและสายตาตกตะลึงของเหล่าคณะกรรมการบริหาร ดามพ์กลับไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบยังคงยืนนิ่งสนิท มือหน้างับกระดุมเสื้อสูทออกข้างหนึ่งอย่างใจเย็น แววตาดุจพยัคฆ์ร้ายกวาดมองรวิศและศุภชัยด้วยรอยยิ้มเหยียดหยันที่มุมปาก มันเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยวเสียอีก "เล่นละครเก่งนี่... รวิศ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับสะท้าน ดามพ์ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว แรงกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านกดทับทุกคนจนแทบหายใจไม่ออก "นึกว่าขนหนอนมา1ตัว แล้วจะโค่นต้นไม้ใหญ่คู่นี้ลงได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ" "ระวังปากหน่อยเถอะค่ะ คุณดามพ์" รวิศหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเจอรัศมีความน่ากลัวกดดัน "ตอนนี้หลักฐานการทุจริตและการฟอกเงินของบริษัทคุณอยู่ในมือฉันแล้ว ถ้าฉันส่งเอกสารชุดนี้ให้ DSI หรือสื่อมวลชนพรุ่งนี้เช้า... อาณาจักรเดชานนท์ของคุณจะพังทลายลงไม่เป็นท่า!" พารินทร์หันขวับไปมองหน้าดามพ์ หัวใจของเธอบีบตัวเข้าหากันด้วยความกังวล แม้เธอจะเกลียดความดิบเถื่อนและเผด็จการของเขา แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าบริษัทนี้คือเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อที่เธอสร้างมากับมือ "ดามพ์..." พารินทร์เอ่ยเสียงแผ่ว ยื่นมือไปแตะแขนแกร่งของเขาโดยไม่รู้ตัว "เราต้องรีบจัดการ..." ดามพ์เหลือบสายตาลงมองเรียวหนונที่สั่นระริกบนแขนของเธอ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือหนาเอื้อมไปกุมมือบางของเธอไว้ บีบมันแน่นจนฝ่ามือชื้นเหงื่อสัมผัสกัน แรงสัมผัสอันคุ้นเคยจากฝ่ามือหยาบกร้านนี้แผ่ซ่านความร้อนรุ่มเข้ามาในอกของหญิงสาว ทำให้สติที่กระจัดกระจายเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง "เงียบก่อน... ที่รัก" ดามพ์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ "เกมนี้... ฉันเป็นคนแจกไพ่ ตั้งแต่แรกแล้ว" สิ้นเสียงนั้น ดามพ์ก็ตบมือเบาๆ สองครั้ง ประตูห้องประชุมอีกด้านหนึ่งก็เปิดออก พร้อมกับร่างของทนายความส่วนตัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงในเครื่องแบบเต็มยศเดินเรียงหน้าเข้ามา พร้อมกับแฟ้มเอกสารอีกแฟ้มที่หนากว่าของรวิศหลายเท่า รวิศหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มจอมปลอมมลายหายไปจากใบหน้า ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เดินตรงเข้ามาหาตนและศุภชัย "นี่มัน... หมายความว่ายังไง!" รวิศตוาดลั่น หันไปมองศุภชัยที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ตาแตก "หมายความว่า แกติดกับดักของฉันตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตึกนี้แล้วไงไอ้หนู" ดามพ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวรวิศ ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจนเกิดเงาทะมึนครอบ ם รวิศไว้มิดชิด มือหนากระชากคอเสื้อของรวิศเข้ามาใกล้จนใบหน้าเกือบชิดกัน "คิดว่าคนอย่าง ดามพ์ เดชานนท์ จะโง่ให้แกหลอกเอาข้อมูลไปเล่นสนุกโดยไม่รู้ตัวอย่างนั้นเหรอ? แกมันก็แค่เบี้ยตัวกระจอกที่ฉันจงใจปล่อยให้เดินเกม เพื่อจะได้ลากคอมารoser ทั้งฝูงออกมาเชือดทีเดียวในคราวเดียว!" ความดุดันและอำนาจดิบเถื่อนที่พวยพุ่งออกมาจากตัวมาเฟียหนุ่ม ทำให้พารินทร์ถึงกับยืนนิ่งงัน เธอมองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัว ทั้งทึ่ง และ... หัวใจที่เต้นระรัวอย่างไม่รักดี เธอมักจะพ่ายแพ้ให้กับความเย่อหยิ่งและเด็ดขาดของผู้ชายคนนี้เสมอ ไม่ว่าจะพยายามเกลียดเขาแค่ไหนก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวศุภชัยและยึดเอกสารของรวิศไว้ทั้งหมด รวิศดิ้นรนขัดขืนและตะโกนด่าทอด้วยความเคียดแค้น แต่ก็ถูกลากตัวออกไปจากห้องอย่างไม่ไยดี เหลือเพียงความเงียบงันที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง เมื่อห้องประชุมเหลือเพียงแค่เขากับเธอ ดามพ์ก็หันกลับมามองพารินทร์ สายตาคมกริบคู่นั้นดาร์กวาวและเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจอันดุเดือด "จบเรื่องธุรกิจแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ขณะที่มือหนารวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างระหว่างกันแม้แต่น้อย "ทีนี้... มาเคลียร์เรื่องของเราสองคนต่อดีกว่า พารินทร์" พารินทร์หายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อแผ่นหลังของเธอถูกดันถอยร่นจนกระทั่งแนบชิดติดกับผนกระจกใสบานใหญ่ ที่มองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองหลวงเบื้องล่าง แสงไฟระยิบระยับนับล้านดวงกลายเป็นเพียงฉากหลัง ขณะที่สายตาของเธอถูกสะกดไว้ด้วยดวงตาสสีเข้มที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาของซาตานร้ายในคราบนักธุรกิจ "ปล่อยฉันนะ... ดามพ์ ที่นี่ห้องทำงาน..." เธอยังคงพยายามใช้เสียงแข็งขัดขืน แม้เรียวขาจะเริ่มอ่อนแรงลงทุกทีเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขากำลังลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าแพรบางเบาบริเวณเอวสอบอย่างจงใจ "ห้องทำงานของฉัน... ใครจะทำไมล่ะ" ดามพ์โน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนเธอต้องเสหน้าหนี แต่คางมนก็ถูกนิ้วแกร่งเชยขึ้นบังคับให้สบตา "เธอกล้ามากนะพารินทร์ ที่แอบไปทำข้อตกลงลับหลังฉัน คิดจะหลุดพ้นจากเงื้อมมือฉันงั้นเหรอ... ฝันไปเถอะ" ริมฝีปากร้อนจัดประทับกลืนคำพูดท้าทายทั้งหมดของเธอลงไปในลำคออย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่เป็นรสจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเอาแต่ใจ ปรารถนาจะแผดเผาให้ร่างบางหลอมละลายคามือ พารินทร์ครางประท้วงในลำคอ มือเรียวพยายามทุบตีไหล่หนาแต่ก็ราวกับตีลงบนกำแพงเหล็ก แรงดึงดูดอันมหาศาลระหว่างเขากับเธอดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่ถูกบังคับให้ชนกัน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขายิ่งทำให้เธอมึนงง สติสัมปชัญญะที่เคยมีแตกกระซ่านซ่ายเซ็น รสจูบที่ลึกล้ำและยาวนานทำให้ลมหายใจของเธอกระชั้นชิด ดามพ์ผละริมฝีปากออกนิดเดียวเพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศ ทว่าสายตาคมกริบที่มองสำรวจเรือนร่างของเธอราวกับจะกลืนกินทั้งตัว ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน นิ้วเรียวแกร่งของเขาไล่ต่ำลงมาปลดกระดุมเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของหญิงสาว พารินทร์สะดุ้งเฮือกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ซ่อนอยู่ภายใน ลมหายใจของเธอติดขัด ร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมาทันทีราวกับถูกไฟแผดเผา "ดามพ์... อย่า..." เสียงเธอกระท่อนกระแท่น ขาดห้วงเมื่อริมฝีปากของเขาซุกไซร้ลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงกุหลาบตัดกับผิวเนียน ทว่า... ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังครอบงำสติสัมปชัญญะของทั้งคู่จนแทบกู่ไม่กลับ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับไฟสำรองสีแดงฉานที่กะพริบวูบวาบสลับกันไปมาในความมืด ดามพ์ชะงักกึก เงยหน้าขึ้นจากซอกคอของเธอ แววตาดุจพยัคฆ์ร้ายฉายแววระแวดระวังขึ้นมาทันที ขณะที่พารินทร์หอบหายใจสะท้าน รีบดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความตกใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาใกล้ประตูห้องประชุม พร้อมกับเสียงทุบประตูดังปังๆ ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ "คุณดามพ์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ชั้นใต้ดิน... ห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์หลักถูกระเบิด!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางในเกมรักอันดาสปอตนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%