ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ•ตอนที่ 23

ความใกล้ชิดหลังวิกฤต

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
ควันสีเทาคลุ้งตลบอบอวลผสมกลิ่นฉุนกึกของแผงวงจรไหม้เกรียม ความมืดสลัวในชั้นใต้ดินถูกแทนที่ด้วยแสงไฟฉุกเฉินสีแดงชาดที่กะพริบไหวราวกับสัญญาณเตือนภัยจากขุมนรก เสียงระบบระบายอากาศคำรามต่ำคล้ายเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บ พารินทร์ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางความโกลาหล หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อตระหนักว่าการระเบิดห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์หลักไม่ได้เป็นเพียงแค่การก่อวินาศกรรมธรรมดา แต่มันคือการเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบ "คุณดามพ์..." เสียงของเธอขาดห้วing เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วดั่งเงาดำ ดามพ์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายราวกับสลักด้วยหินผานั้นเรียบเฉย เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยอำนาจมืดที่แผ่ขยายกดดันบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองความเสียหายตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนกลับมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก เขาก้าวเข้ามาอีกก้าว จนกระทั่งแผ่นอกกว้างแนบชิดกับลาดไหล่บอบบาง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายของดินปืนและหยาดเหงื่อจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่ง "คิดว่าพวกมันจะตัดแขนตัดขาฉันได้งั้นเหรอ พารินทร์" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนขนลุกซู่ มันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการประกาศิตจากผู้ล่าที่เหนือกว่าทุกเกม "นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องเกมอำนาจของคุณนะ ดามพ์! ข้อมูลทั้งหมดในนั้น... แผนธุรกิจ การเคลื่อนไหวของรวิศ มันกำลังถูกลบ!" พารินทร์หันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววเย่อหยิ่งและดื้อรั้นแม้ในสถานการณ์คับขัน เธอยกมือขึ้นดันแผ่นอกแกร่งไว้ แต่สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เนื้อผ้ากลับทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังผลักกำแพงเหล็ก ดามพ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน มือหนาเอื้อมออกไปอย่างรวดเร็วราวกับคีมเหล็ก รวบข้อมือบางทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงบิดเพียงน้อยนิดทำให้พารินทร์ต้องอุทานออกมาเบาๆ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกกระชากเข้ามาปะทะกับแผ่นอกแกร่งอย่างไร้ทางสู้ "ปล่อยฉันนะ!" เธอพยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งดิ้นรน อ้อมแขนที่โอบกอดรัดรอบเอวคอดก็ยิ่งตึงแน่นขึ้น ราวกับงูยักษ์ที่กำลังขดรัดเหยื่อให้จมดิ่งสู่ความอึดอัด "ดื้อด้านไม่เปลี่ยน... ทั้งที่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่บนปากเหวแท้ๆ" ดามพ์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สายตาของเขาไม่ได้มองไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังไหม้เกรียมเลยแม้แต่น้อย แต่มันกำลังจดจ้องอยู่บนเรียวปากสั่นระริกคู่นั้นด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม ความใกล้ชิดหลังวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวให้แก่พารินทร์เท่ากับความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านมาจากสัมผัสของเขา ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน อะดรีนาลีนจากเหตุการณ์ระเบิดผสมผสานเข้ากับฮอร์โมนแห่งความตึงเครียด แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่พุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด เธอกำลังโกรธ เธอกำลังหวาดระแวง แต่ในขณะเดียวกัน... ร่างกายกลับตอบสนองต่อแรงดึงดูดอันป่าเถื่อนนี้อย่างน่าละอาย ดามพ์ไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว ใบหน้าคมคายโน้มลงมาประทับริมฝีปากหนาบดขยี้ลงบนกลีบปากนุ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ "อื้อ..." เสียงประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปในลำคอ รสจูบครั้งนี้ไม่มีความอ่อนโยนหรือประนีประนอม มันคือการจูบเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ เพื่อลงทัณฑ์ และเพื่อบดขยี้ศักดิ์ศรีอันแข็งกร้าวของเธอให้หลอมละลายลงคาอ้อมแขน ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม มือใหญ่ที่เคยล็อกข้อมือเลื่อนขึ้นมาสอดเข้าใต้เส้นผมสลวย บังคับล็อกท้ายทอยของเธอให้เงยหน้ารับสัมผัสที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งขึ้น พารินทร์พยายามทุบตีแผงอกเขาเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดกลับกลายเป็นการจุดไฟให้มาเฟียหนุ่มยิ่งฮึกเหิม รสจูบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรสฝาดของเลือดจางๆ คละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก แต่ไม่มีใครยอมผ่อนปรน ดามพ์ขบเม้มริมฝีปากเธอก่อนจะดูดดึงจนบวมเจ่อ มืออีกข้างที่ว่างเลื่อนลงมาโอบกระชับสะโพกมน บีบเค้นเนื้อนุ่มผ่านเนื้อผ้าจนเธอต้องสะดุ้งเฮือกด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปถึงกระดูกสันหลัง โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงสัญญาณเตือนภัยรอบตัวเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธแค้นในอดีต บาดแผลจากการถูกหักหลัง และเกมอำนาจอันตึงเครียด ถูกหลอมรวมและเผาไหม้จนหมดสิ้นภายใต้เพลิงเสน่หาที่ไร้การควบคุมนี้ เมื่อดามพ์ยอมผ่อนริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้อากาศเข้าสู่ปอด ใบหน้าของพารินทร์ก็แดงก่ำ ดวงตากลมโตฉายแววหยาดเยิ้มและเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้ที่เธอเกลียดชังตัวเองนัก "คุณมัน... คนเผด็จการ..." เธอหอบหายใจตัวโยน หน้าอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งสูง ริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำราวกับผลไม้สุกงอมที่รอให้เด็ดดม "ใช่... และเธอคือเชลยของฉัน พารินทร์" ดามพ์กระซิบเสียงพร่ามัว ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม มือหนาลูบไล้ขึ้นมาตามแนวคางเรียว ก่อนจะใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากที่เพิ่งผ่านการจูบอันดุเดือดอย่างหลงใหล "ไม่ว่าใครหน้าไหนจะพยายามทำลายฉัน หรือทำลายสิ่งที่ฉันสร้าง... ไม่มีวันพรากเธอไปจากกรงของฉันได้" เขากดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างหนักแน่นครั้งหนึ่ง ก่อนจะผละออกห่างเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ภายนอก แต่ยังคงกุมมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย บรรยากาศในห้องใต้ดินที่มืดสลัวยังคงคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดและกลิ่นไอของความเร่าร้อนที่ยังไม่มอดดับ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุม ชายหนุ่มก็ชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังมุมมืดที่สุดของห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นจุดอับสายตาที่เปลวเพลิงยังเข้าไม่ถึง เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบ "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... คุณดามพ์ ในยวินาทีที่อาณาจักรกำลังพังทลาย คุณยังมีอารมณ์มาสวีทกับเชลยสาวอยู่ได้" เสียงทุ้มหวานที่เป็นเอกลักษณ์และรอยยิ้มจอมปลอมที่คุ้นเคยดี ทำให้พารินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รวิศยืนอยู่ที่นั่น สวมชุดสูทเนียบไร้รอยยับ ราวกับไม่ได้เป็นผู้สั่งระเบิดสถานที่แห่งนี้ด้วยซ้ำ และข้างกายของเขากลับมีบุคคลที่พารินทร์ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นยืนอยู่ด้วย—เลขาคนสนทรผู้กุมความลับทั้งหมดของเธอกำลังยืนก้มหัวให้รวิศด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "จูบแรกยามสายัณห์" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%