เสียงกระดาษรายงานงบประมาณที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือใหญ่ของดามพ์ดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวหรู แววตาคมกริบราวกับพญาอินทรีที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรงขัง ทอดมองหญิงสาวผู้ยืนหลังตรงราวกับหุ่นเชิดที่พยายามซ่อนความสั่นเทาไว้ใต้เปลือกนอกอันเย่อหยิ่ง
“รอยร้าวเล็กๆ บนกระดาษแผ่นนี้… เธอกำลังคิดจะเอาอะไรมาอุดมันล่ะ พารินทร์”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าในยามค่ำคืนดังลอดไรฟัน ดามพ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างเชื่องช้า ทว่าคุกคามจนอากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลงทุกที กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับความดุดันเฉพาะตัวโอบล้อมร่างบางไว้จนแทบกระดิกตัวไม่ได้
พารินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยืดอกขึ้นอย่างถือดี แม้ว่าตัวเลขขาดทุนในโปรเจกต์รีสอร์ตริมผาที่เธอกุมบังเหียนอยู่จะกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ความผิดพลาดทางวิศวกรรมที่เธอยอมเอาชื่อเสียงและตำแหน่งเข้าแลกเพื่อปกปิดไม่ให้รวิศและคนนอกล่วงรู้ กลับกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยซาตานร้ายตรงหน้า
“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรค่ะ คุณดามพ์… ทางเราแค่กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างซัพพลายเออร์ชั่วคราว ความเสียหายอยู่ในเกณฑ์ที่ฉันควบคุมได้” พารินทร์เชิดหน้าตอบ เสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าฝ่ามือที่ประสานกันไว้ใต้โต๊ะกลับจิกเข้าหากันจนเล็บจิกเนื้อ
“ควบคุมได้งั้นเหรอ?” ดามพ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเอื้อมมือหนาออกไปไล้ปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าเรียวสวยของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสหยาบกร้านที่กดน้ำหนักลงบนผิวแก้มเนียนทำให้พารินทร์สะท้านเฮือก เธอเบือนหน้าหนีแต่ถูกนิ้วแกร่งบีบกรามมนไว้แน่นบังคับให้หันกลับมาสบตา “คนที่กำลังดิ้นรนหาเงินห้าสิบล้านมาโปะส่วนที่หายไปในบัญชี... คือคนที่ควบคุมสถานการณ์อยู่หรือไง หื้ม?”
หัวใจของพารินทร์กระตุกวูบ ข้อมูลนี้เป็นความลับสุดยอดที่เธอเพิ่งคุยกับฝ่ายบัญชีเมื่อเช้า แล้วเขารู้ได้อย่างไร… หรือว่าในทีมของเธอมีหนอนกระดืบอยู่? และหนอนตัวนั้นก็คงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนที่คอยป้อนข้อมูลให้มาเฟียผู้นี้เพื่อบีบเธอให้จนมุม
“คุณสอดรู้สอดเห็นเรื่องของฉันมากเกินไปแล้วนะคะ” พารินทร์ปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกต้อนจนจนมุม ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอยังคงทำเป็นเข้มแข็ง แม้ภายในจะเริ่มสั่นคลอน
“ฉันไม่ได้สอดรู้... แต่โลกธุรกิจมันไม่มีที่ให้คนโง่ที่เอาความลับไปซุกไว้ใต้พรมหรอกนะ พารินทร์” ดามพ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดพวงแก้มทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง ร่างกายจดจำสัมผัสอันตรายนี้ได้ดีเกินไป เปลวไฟแห่งความเร่าร้อนที่เคยแผดเผาเธอบนเตียงเมื่อคืนก่อนยังคงหลงเหลือไออุ่นเร่าร้อนอยู่ในกระแสเลือด “เธอคิดจะเอาตัวรอดด้วยการไปขอความช่วยเหลือจากไอ้รวิศอย่างนั้นสินะ ถึงได้ยอมเอาตัวเข้าแลกกับมันอีกรอบ”
“อย่ามาดูถูกกันนะ!” พารินทร์ตוาดกลับเสียงสั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ถูกมองเป็นผู้หญิงไร้ค่า “ฉันบริหารงานด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่เคยต้องเอาตัวเข้าแลกกับใครเหมือนที่คุณคิด!”
“ปากเก่งดีนี่… งั้นเรามาดูกันซิว่า ลำแข้งของเธอจะยืนหยัดได้นานแค่ไหน เมื่อฉันทำให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นศูนย์!”
สิ้นคำพูด ดามพ์ก็กระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกนุ่มแนบชิดกับแผงอกแกร่งไร้ช่องว่าง พารินทร์อุทานออกมาด้วยความตกใจ มือเล็กดันลาดไหล่กว้างไว้แต่ไม่อาจต้านทานพละกำลังมหาศาลของเขาได้ ดามพ์ก้มลงประกบเรียวปากหนาเข้ากับกลีบปากอิ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ บดขยี้ความเย่อหยิ่งและคำพูดอวดดีให้แหลกคาเรียวปาก รสจูบทั้งดิบเถื่อน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์ ทำให้พารินทร์แทบละลายคาอ้อมแขน สมองที่เคยประมวลผลอย่างเฉียบคมดับวูบลงในพริบตา เหลือเพียงความวابหวามที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี มือใหญ่อีกข้างเลื้อยลงมาบีบเคล้นเอวคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้าอย่างจาบจ้วง ลูบไล้ส่วนโค้งเว้าเพื่อแสดงความเป็นเจ้า
พารินทร์ส่งเสียงประท้วงในลำคอ ยิ่งเธอพยายามเบี่ยงหน้าหนี รสจูบยิ่งลึกล้ำและดุดันขึ้นจนริมฝีปากเจ็บแปลบ แต่ทว่า... ร่างกายเธอกลับทรยศ สัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้าทำให้เรียวขาอ่อนแรงลง ปลายเล็บที่เคยจิกไหล่เขาเปลี่ยนเป็นขยุ้มเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นเพื่อยึดเหนี่ยว
ดามพ์ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปล่อยให้หอบหายใจรดกันจนอกกระเพื่อมไหว แววตาคมกราบกรานมองริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจ นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำสีใสที่มุมปากให้อย่างเบามือราวกับตบหัวแล้วลูบหลัง
“จำไว้... ว่าเธอกำลังเล่นอยู่กับไฟ และไฟอย่างฉันนี่แหละที่จะแผดเผาเธอจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า” เขาพกระซิบพร่าชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำทำเอาขนลุกเกรียว “ถ้าไม่อยากให้โปรเจกต์พังคามือ และไม่อยากให้ไอ้รวิศมันรู้เรื่องความผิดพลาดนี้... คืนนี้ เธอก็ต้องมาหาฉันที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวด้วยเงื่อนไขของฉันคนเดียว”
พารินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความคับแค้นใจและตื่นกลัวในคราวเดียวกัน เธอเกลียดรอยยิ้มเหนือกว่าของเขา เกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ที่กำลังกัดกินหัวใจ แต่เธอกลับไม่มีทางเลือกอื่นเลยแม้แต่น้อย
ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำสั่งอันเย่อหยิ่งนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท รวิศก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพางพรายบนใบหน้าหล่อเหลาจอมปลอม โดยมีโทรศัพท์มือถือในมือเปิดหน้าจอค้างไว้ เผยให้เห็นภาพถ่ายเอกสารบัญชีลับของบริษัทที่เธอพยายามซ่อนไว้
“อุ๊ปส์... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย ดามพ์... พารินทร์?” รวิศยิ้มเยาะ ดวงตาเจ้าเล่ห์มองสภาพที่ทั้งสองคนยืนแนบชิดกัน “พอดีผมบังเอิญได้ 'เอกสารชิ้นสำคัญ' นี้มา เลยคิดว่าเราควรมานั่งคุยกันสามคน... ในฐานะหุ้นส่วนที่อาจจะต้องเข้ามาเทคโอเวอร์บริษัทของเธอนะ พารินทร์”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมจมดิ่งไปกับเกมรักอันร้อนแรงนี้นะคะ
— จูบแรกยามสายัณห์
ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ•ตอนที่ 3
รอยร้าวในแผนการ
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เถื่อนซ่อนพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!