“เดรสตัวนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับให้คุณใส่ไปอ่อยใคร แต่ถ้าจะใส่ให้ผมมองคนเดียว... ก็ถือว่าสอบผ่าน”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูจนมินตราขนลุกซู่ เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับรวิศที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลัง สถาปนิกหนุ่มในชุดสูทสีเข้มคัตติ้งเนี้ยบกริบดูภูมิฐานจนน่าหมั่นไส้ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองเธอตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับจะประเมินมูลค่าความสวยของเธอให้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติส่วนตัว
“ปากเสียไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณรวิศ งานกาล่าการกุศลคืนนี้ไม่ได้มีไว้ให้คุณมาทำตัวเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน” มินตราเชิดหน้าตอบกลับ มือเรียวขยับเดรสผ้าไหมสีไวน์แดงที่เข้ารูปอวดสัดส่วนอย่างมั่นใจ “แล้วที่บอกว่าสอบผ่านน่ะ... ถามจริงเถอะ ในสายตาคุณเคยมีอะไรที่ ‘ไม่ผ่าน’ บ้างหรือเปล่า นอกจากฝีมือการออกแบบของคนอื่นน่ะค่ะ”
รวิศกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาร้อนรุ่มขึ้นมาถนัดตา “มีสิ... ความพยายามในการทำตัวเป็นศัตรูกับผมน่ะ พยายามเท่าไหร่คุณก็สอบตกทุกที เพราะสุดท้ายเราก็ต้องยืนอยู่ตรงนี้ด้วยกันอยู่ดี”
ไม่ทันที่มินตราจะได้สวนกลับ เสียงหัวเราะร่วนจากกลุ่มเพื่อนร่วมงานของรวิศที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ดังขัดจังหวะขึ้น
“โถ่เอ๊ย ไอ้คุณสถาปนิกปากแข็ง วันนี้แกจะทำตัวเป็นหมาหวงก้างไปถึงไหนวะ” ธันวา เพื่อนสนิทของรวิศแซวขึ้นพลางยกแก้วไวน์ในมือขึ้นจิบ “มองเขาตาเป็นมันขนาดนั้น ระวังเถอะ... ยืนจ้องนานๆ เข้า เดี๋ยวจะโดนแม่สาวดีไซเนอร์คนสวยหันมาฟาดด้วยรองเท้าส้นสูงเอา”
รวิศไม่ได้หันไปมองเพื่อน แต่สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่ของมินตรา ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นคลอนความรู้สึกของมินตราจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอมักจะรับมือกับคำด่าของเขาได้ดีเสมอ แต่เธอไม่เคยรับมือกับ ‘สายตา’ แบบนี้ของเขาได้เลย
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะไปหาดร.อรรถค่ะ” มินตราตัดบท พยายามเบี่ยงตัวหนีจากรัศมีอันตรายของเขา
แต่รวิศเร็วกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่แน่นจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงให้เธอหยุดอยู่กับที่ “ดร.อรรถกำลังติดพันอยู่กับนักลงทุนต่างชาติ ถ้าไม่อยากถูกลากไปคุยเรื่องโปรเจกต์น่าเบื่อจนหมดสนุก... ก็อยู่เฉยๆ แล้วยืนข้างผมตรงนี้”
“ทำไมฉันต้องฟังคุณด้วย?”
“เพราะในงานนี้...” รวิศโน้มใบหน้าลงมาอีกนิดจนปลายจมูกเฉียดผ่านพวงแก้มเนียน “คุณคือคนที่สวยที่สุด และผมก็เป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์หวง”
มินตรานิ่งอึ้ง คำพูดหยิ่งผยองที่แฝงไปด้วยความหึงหวงอย่างโจ่งแจ้งทำให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว เธอพยายามจะดึงมือออก แต่รวิศกลับถือโอกาสสอดนิ้วประสานเข้ากับมือของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่คลอเบาๆ ในห้องโถงกว้างของโรงแรมหรู
“หึ... หลงตัวเองขนาดนี้ ไปเป็นสถาปนิกหรือไปเป็นเทพเจ้าดีคะ?” เธอประชด พยายามเก็บซ่อนความประหม่าไว้ใต้ท่าทางหยิ่งทะนง
รวิศหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูมีความสุขอย่างประหลาดสำหรับคนที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในบริษัท “เทพเจ้าไม่ต้องการอะไรหรอกครับ แต่สำหรับรวิศ... บางอย่างเขาก็แค่ยอมรับความจริงว่าขาดไม่ได้”
ทว่าความโรแมนติกที่กำลังก่อตัวกลับถูกขัดจังหวะด้วยเงาร่างหนึ่งที่ก้าวเข้ามาหา ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
ดร.อรรถเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นนั้นกลับมีความหมายบางอย่างที่ทำให้มินตราสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล “คุณมินตราครับ ผมกำลังตามหาตัวคุณอยู่พอดี พอดีมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับแบบแปลนห้องโถงที่เพิ่งแก้ไป... ส่วนคุณรวิศ ผมคิดว่าทางผู้จัดงานน่าจะมีเรื่องอยากจะปรึกษาคุณที่ห้องรับรองด้านหลังนะครับ”
รวิศขมวดคิ้ว เขาหันไปสบตากับมินตราเป็นเชิงถามไถ่ แต่มินตรากลับส่งสัญญาณให้เขาไปก่อนด้วยสายตา เธอไม่อยากให้รวิศต้องมาเสียงานเพราะเธอกับดร.อรรถ
“ครับ... ผมจะไปเดี๋ยวนี้” รวิศตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันมามองมินตราอีกครั้ง “ถ้ามีอะไรเกินเลยกว่าเรื่องงาน... โทรหาผมทันที อย่าให้ใครมาทำอะไรที่ผมไม่ชอบใจ โดยเฉพาะคนที่ไม่น่าไว้วางใจ”
เขาทิ้งท้ายด้วยสายตาจิกกัดไปที่ดร.อรรถ ก่อนจะยอมเดินจากไปอย่างเสียไม่ได้
ทิ้งให้มินตราอยู่กับชายวัยกลางคนที่ขยับแว่นสายตาด้วยรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นจนเธอเผลอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว
“ไปเถอะครับมินตรา... เรามีเรื่องที่ต้อง ‘ตกลง’ กันให้เข้าใจก่อนที่งานเลี้ยงคืนนี้จะจบลง” ดร.อรรถพูดพลางผายมือไปทางระเบียงด้านนอกที่มืดสลัวและไร้ผู้คน
มินตรามองตามรวิศที่เดินห่างออกไปจนลับตา ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับดร.อรรถที่ดูราวกับกำลังวางแผนการบางอย่างที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตการทำงานของเธอไปตลอดกาล... โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ารวิศกำลังเดินย้อนกลับมาหาเธอด้วยใบหน้าถมึงทึง เพราะสัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่เห็น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เข้มข้นที่สุดไปกับไรต์นะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 11
ค่ำคืนในงานเลี้ยง
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!