เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 12

ใครบางคนเริ่มหึง

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
กลิ่นอายความหอมหวานของเมล็ดกาแฟคั่วบดออร์แกนิกผสมผสานกับความตึงเครียดที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ จนแทบจะใช้มือคว้าจับมันออกมาได้ มินตรากำลังยืนเท้าแขนอยู่กับเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนของคาเฟ่ชื่อดังใกล้สตูดิโอ ดวงตากลมโตคู่สวยมองชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบกริบที่กำลังส่งยิ้มพิมใจมาให้ เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะเคลิบเคลิ้มไปกับรอยยิ้มพร่ำเพรื่อของใคร โดยเฉพาะเมื่อรอยยิ้มนั้นมาพร้อมกับช่อดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ช่อใหญ่ที่ถูกยื่นมาตรงหน้า "สำหรับคนที่มีรสนิยมการออกแบบเฉียบคมที่สุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานด้วยครับ... คุณมินตรา" เสียงทุ้มนุ่มนวลของ ภาณุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ดังขึ้น เขาก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความสนใจที่ปิดไม่มิด ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่แค่คู่ค้ารายใหม่ที่เข้ามาประมูลโปรเจกต์ใหญ่ แต่เขากำลังรุกคืบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างชัดเจนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มินตราเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกขัน เธอไม่ได้ยื่นมือไปรับช่อดอกไม้นั้น ปล่อยให้มันค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอย่างไม่เกรงใจ "ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะคะคุณภาณุวัฒน์ แต่เกรงว่าโต๊ะทำงานของฉันจะรกเกินกว่าจะหาแจกันสวยๆ มาใส่ลิลลี่ช่อนี้ไหว เก็บไว้ประดับห้องทำงานของคุณเองน่าจะเข้าท่ากว่าค่ะ" คำปฏิเสธที่รื่นหูแต่เชือดเฉือนในทีทำให้รอยยิ้มของภาณุวัฒน์ชะงักไปนิด แต่เขากลับหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "คุณมินตรายังคงคมคายเหมือนเดิม... ผมชอบคนตรงไปตรงมาครับ แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย ว่าแต่วันนี้ผมมีข้อเสนอโปรเจกต์รีสอร์ทส่วนตัวที่เขาใหญ่ อยากให้คุณไปช่วยดูแบบให้เป็นกรณีพิเศษ สนใจไปทานมื้อเที่ยงคุยรายละเอียดกันหน่อยไหมครับ" ในจังหวะที่มินตรากำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำชวนที่รุกเร้าเกินพอดีนั้น ประตูกระจกใสของคาเฟ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น เสียงกระดิ่งเหนือประตูกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งดังลั่นราวกับเตือนภัย รวิศก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าเรียบเฉึง ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกวาดมองตรงมายังเคาน์เตอร์บาร์ด้วยรังสีความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างต้องหันมอง สถาปนิกหนุ่มในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกดูดิบเถื่อนและทรงพลังโดยไม่ต้องพยายาม เขาสสาวเท้าเข้ามาใกล้จุดที่พวกเธอยืนอยู่ด้วยจังหวะก้าวที่หนักแน่น "บังเอิญจังนะครับ..." เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นดังขึ้นขัดจังหวะ รวิศหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้บาร์ตัวถัดไปอย่างถือวิสาสะ สายตาคมกริบเหลือบมองช่อดอกไม้ในมือของภาณุวัฒน์ด้วยหางตาก่อนจะแค่น "หึ" ออกมาเบาๆ ในลำคอ "แถวนี้งานล้นมือจนต้องมาเดินแจกขนมจีบกันในเวลางานเลยหรือไงครับ คุณภาณุวัฒน์" ภาณุวัฒน์หันมามองผู้มาใหม่ รอยยิ้มทางการค้าถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว "อ้าว... คุณรวิศ สถาปนิกมือหนึ่งประจำโปรเจกต์นี่ครับ ผมนึกว่าคุณจะยุ่งอยู่กับการตรวจแบบโครงสร้างเสียอีก ถึงได้มีเวลามาเดินเล่นแถวคาเฟ่" "ผมก็แค่มาตรวจความเรียบร้อย... เผื่อจะมีใครแถวนี้เอางานราษฎร์มา ปะปน กับงานหลวง จนงานมันเละไม่เป็นท่า" รวิศเน้นเสียงคำว่าปะปนพร้อมกับปรายตามองมินตราที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตารู้ทัน มินตราหรี่ตามองชายหนุ่มจอมปากร้ายทันที ความหมั่นไส้พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนต้องสวนกลับ "งานหลวงหรืองานราษฎร์ฉันก็รับผิดชอบได้ดีเสมอค่ะคุณรวิศ ไม่เหมือนใครบางคนหรอกค่ะที่ว่างจัด จนต้องเดินตามสอดส่องชีวิตคนอื่นเหมือนไม่มีโปรเจกต์ให้ออกแบบ" รวิศหันขวับมามองหญิงสาวทันที ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาขยับตัวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์บาร์มากขึ้นจนไหล่แทบจะชิดกับเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกมินตราจนเธอต้องกลั้นหายใจ "ผมไม่ได้ว่าง..." รวิศกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ทว่าดังพอให้ภาณุวัฒน์ได้ยิน "แต่เผื่อคุณจะลืมว่าเรามีนัดประชุมแก้แบบตอนบ่ายโมงตรง และนี่มันก็เที่ยงสิบห้าแล้ว... หรือว่ามัวแต่เพลินกับ ดอกไม้ จนลืมหน้าที่ตัวเองไปหมดแล้วล่ะครับ ดีไซเนอร์คนเก่ง" มินตราเม้มปากแน่น ความโกรธตีรวนขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะโดนทวงงาน แต่เป็นเพราะท่าทีหึงหวงแบบเนียนๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้คำพูดถางถางนั่นต่างหาก เธอกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา "ฉันจำเวลาได้แม่นค่ะ ไม่ต้องมาเตือนหริรอก... ส่วนคุณภาณุวัฒน์คะ เรื่องโปรเจกต์ที่เขาใหญ่ ไว้เราค่อยนัดคุยกันผ่านอีเมลของบริษัทจะสะดวกกว่านะคะ วันนี้ฉันต้องขอตัวไปทำงานกับ สถาปนิกจอมจุ้น ก่อนค่ะ" เธอย้ำเสียงหนักตรงคำว่าสถาปนิกจอมจุ้น พร้อมกับปรายตามองรวิศที่ตอนนี้ใบหน้าคมคายบึ้งตึงลงถนัดหูเมื่อได้ยินเธอปฏิเสธคู่แข่งทางธุรกิจอย่างเยื่อใย ภาณุวัฒน์ยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อยแต่ก็ยังรักษามาดนักธุรกิจไว้ได้ "ตามสบายครับคุณมินตรา ไว้เราค่อยคุยกันใหม่" เขาโค้งศีรษะให้เล็กน้อยก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจากร้าน ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่คุุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะช็อตกันได้ทุกเมื่อ ทันทีที่ร่างของภาณุวัฒน์ลับสายตาไป รวิศก็คว้าข้อมือเรียวของมินตราไว้ทันที ไม่แน่นจนเจ็บแต่ก็เด็ดขาดพอที่จะไม่ยอมให้เธอขยับหนีไปไหน "ปล่อยนะคะรวิศ บ้าหรือไง มาจับมือถือแขนกลางสาธารณะแบบนี้" มินตราสะดุ้งรีบดึงข้อมือกลับแต่ไม่เป็นผล ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่อง "เมื่อกี้คุยอะไรกัน..." รวิศถามเสียงเข้ม สีหน้าจริงจังจนน่ากลัว สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "ทำไมต้องยิ้มระรื่นให้มันขนาดนั้น ช่อดอกไม้ทุเรศนั่นก็เกือบจะรับอยู่รอมร่อแล้วไม่ใช่หรือไง" "นี่คุณ!" มินตราโกรจนหน้าดำคร่ำเครียด เธอสะบัดข้อมือแรงๆ จนหลุดจากการพันธนาการ "ฉันจะคุยกับใคร ยิ้มให้ใคร หรือรับดอกไม้จากใคร มันก็เรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ คุณมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวาย ฮึ? เป็นพ่อ เป็นพี่ชาย หรือเป็นเจ้าหนี้ที่ฉันต้องคอยรายงานความประพฤติคะ" คำถามย้อนกลับที่เชือดเฉือนทำให้รวิศชะงักไป ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าสวยที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมก้มหัวให้ ความหึงหวงที่สุมอยู่ในอกทำให้เขาสติหลุดไปชั่วขณะ รวิศก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนมินตราต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกของร้าน พื้นที่ว่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นทาบกับกระจกข้างตัวเธอ เป็นการกักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ หัวใจของมินตรากระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วจนน่ากลัวเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นอายความดุดันและเอาแต่ใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนเธอพูดไม่ออก "สิทธิ์เหรอ..." รวิศกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ข้างใน "อยากรู้จริงๆ หรือว่าผมมีสิทธิ์อะไร..." เขานิ่งไปนิด ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามจะสลักชื่อตัวเองลงไปในความรู้สึกของเธอให้ลึกที่สุด ปลายจมูกโด่งเฉี่ยวเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียวจนมินตราต้องหลับตาปี๋ด้วยความตื่นตระหนก "ถ้าคุณยังกล้าไปรับดอกไม้จากไอ้หน้าไหนอีก... คุณจะได้รู้แน่ว่าผมมีสิทธิ์ทำอะไรกับคุณได้บ้าง" รวิศกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นระริก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมา—ประชิดริมฝีปากหยักลึกลงที่มุมปากของเธออย่างอุกอาจโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความฟินปนระอุในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%