เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 9

รอยร้าวในแบบแปลน

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
หน้าจอแท็บเล็ตในมือของมินตรากำลังสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากระบบปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดังแห่งนี้ แต่เป็นเพราะตัวเลขและเส้นสายกราฟิก 3D บนหน้าจอที่พังไม่เป็นท่าจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหายนะระดับชาติของโปรเจกต์ "โครงสร้างรับน้ำหนักของปีกอาคารทิศเหนือคลาดเคลื่อนไปสובเซนติเมตรค่ะ... คุณรวิศ" น้ำเสียงของมินตราไม่ได้สั่นเครือ แม้ว่าภายในใจจะรู้สึกเหมือนมีหินผาก้อนใหญ่หล่นทับลงมาตรงกลางอก เธอกวาดสายตาคมกริบมองไปยังเจ้าของโปรเจกต์หนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของรวิศเรียบนิ่งจนน่ากลัว ดวงตาคมปลาทูทองเหลืองคู่นั้นกวาดมองเอกสารในมือ ก่อนจะเงยขึ้นมาสบตากับเธอด้วยแววตาที่เยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั้น ห้วน และเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงกระดูก "สิบเซนติเมตร? สำหรับคุณ มันอาจจะเป็นแค่ตัวเลขหลักหน่วยที่ปัดตกได้ง่ายๆ ในโปรแกรมดีไซน์นะคะคุณมินตรา แต่สำหรับงานโครงสร้าง มันหมายถึงความล่มสลายทั้งโปรเจกต์ และที่สำคัญที่สุด... มันคือความสะเพร่าที่ไม่น่าให้อภัยของดีไซน์เนอร์ที่เอาแต่ใจตัวเอง" คำพูดเชือดเฉือนพุ่งตรงมาปักกลางใจแบบไม่ต้องเสียเวลาปรานี มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวบางกำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบไม่แพ้กัน แต่เสียงเปิดประตูห้องประชุมก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ดร. อรรถ ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เอกสารในมือถูกวางกระแทกโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น "เกิดอะไรขึ้นกับแบบแปลนโครงสร้างเฟสสอง ทำไมระบบซิมูเลชันถึงฟ้องว่ามันรับน้ำหนักไม่ได้ตามมาตรฐานความปลอดภัย!" ดร. อรรถตวาดเสียงกร้าว สายตาดุดันกวาดมองทั้งรวิศและมินตราสลับกัน "นี่มันความผิดพลาดระดับมหันต์ ถ้าข่าวนี้หลุดออกไปถึงบอร์ดบริหาร ชื่อเสียงของบริษัทเราป่นปี้แน่!" มินตราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เธอไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อความผิดพลาดนี้ไม่ได้เริ่มต้นมาจากฝั่งเธอคนเดียว "ดิฉันตรวจสอบไฟล์ต้นแบบที่ส่งมาจากทีมสถาปนิกแล้วค่ะ ดร.อรรถ" มินตราเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองรวิศอย่างท้าทาย "พิกัดแกน Z ของเสาหลักถูกปรับแก้โดยสิทธิ์แอดมินเมื่อคืนนี้ ซึ่งคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงระดับนั้น... มีแค่หัวหน้าทีมสถาปนิกคนเดียวเท่านั้นค่ะ" สิ้นคำพูดของมินตรา บรรยากาศในห้องประชุมก็ดิ่งวูบลงราวกับติดลบ รวิศไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือลนลานแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งนิ่ง สายตาคมกริบหันกลับมาจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวมินตราอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับความกดดันรอบตัวทำให้หญิงสาวต้องผถะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ แต่ทิฐิก็ค้ำคอ100% ทำให้เธอยังคงยืนหยัดสบตาเขาตรงๆ ไม่ยอมหลบ "คุณกำลังจะบอกว่าผมจงใจ sabotage งานของตัวเองงั้นเหรอ มินตรา?" รวิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าดุดันจนหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "สมองอันชาญฉลาดของคุณคิดได้แค่นี้จริงๆ หรือว่ากำลังหาแพะรับบาปเพื่อกลบเกลื่อนความสะเพร่าของตัวเองกันแน่" "ฉันไม่เคยโยนความขี้ขลาดให้ใคร และถ้าคุณมีความเป็นมือมากพอ... เราควรมาดูกันหน้าจอเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นคนแก้โค้ดตัวนั้น!" มินตราสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เคมีที่คุกรุ่นและแรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างทั้งคู่พุ่งทะยานจนแทบจะจุดประกายไฟในอากาศได้ ดร. อรรถกระแอมไอเสียงดังเพื่อเบรกสงครามขนาดย่อมตรงหน้า "พอได้แล้วทั้งคู่! ผมไม่อยากฟังข้อแก้ตัว ผมต้องการทางแก้ปัญหา และภายในสามวัน... คุณสองคนต้องพิสูจน์ให้ผมเห็นว่าโปรเจกต์นี้ยังไปต่อได้ ไม่อย่างนั้น... เตรียมตัวรับผิดชอบค่าเสียหายทางกฎหมายได้เลย!" พูดจบ ดร. อรรถก็สะบัดหน้าเดินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน มินตราพรูลมหายใจร้อนๆ ออกมาอย่างสุดกลั้น เธอหันไปมองรวิศที่ยังคงยืนกอดอกมองเธอด้วยรอยยิ้มเยาะกวนประสาท "พอใจหรือยังคะ ที่ทำให้สถานการณ์มันแย่ลงกว่าเดิมได้เนี่ย" เธอกระแทกเสียงใส่ รวิศไม่ตอบทันที เขายื่นมือหนามาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ แต่แน่นหนาจนเธอสะบัดไม่หลุด ก่อนจะดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนแผ่นหลังของเธอเกือบจะชิดกับขอบกระจก ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอด้วยประกายความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว—จากความเกรี้ยวกราด กลายเป็นความลุ่มลึกที่อ่านไม่ออก "ถ้าอยากพิสูจน์ว่าใครถูก... ก็มาพิสูจน์กันที่ห้องทำงานของผมตอนนี้เลยดีกว่าครับ คุณดีไซเนอร์ปากเก่ง" รวิศกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลแต่แฝงความบังคับกลายๆ "เพราะคืนนี้... เราคงต้องอยู่เคลียร์กันยาวจนถึงเช้าแน่ๆ" มินตรากำลังจะอفاقปฏิเสธและสะบัดข้อมือออก ทว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ประตูกระจกบานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ในเวลานี้ พร้อมกับเอกสารซองสีน้ำตาลในมือที่เปลี่ยนทิศทางของเกมทั้งหมดไปในพริบตา... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มซึนคนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%