"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกแค่ก้าวเดียว ดิฉันจะถือว่าคุณกำลังวิ่งหนีความจริงนะคะคุณรวิศ"
น้ำเสียงหวานหยดแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดินโซนวีไอพีของสำนักงานสถาปนิกชื่อดัง รวิศชะלוฝีเท้าลงทันทีโดยไม่ต้องหันกลับมามอง เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่มินตราเกลียดนักเกลียดหนา ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับดีไซเนอร์สาวผู้กำลังหายใจหอบเล็กน้อยจากการต้องสาวเท้าก้าวตามเขาให้ทันตลอดสามนาทีเต็ม
เช้าวันนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสงบอย่างที่มินตราจินตนาการไว้เลยสักนิด ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ออฟฟิศ รวิศก็สวมวิญญาณเป็นทั้งเจ้ากรรมนายเวรและผู้ก่อกวนมืออาชีพ เขาจงใจเดินตัดผ่านหน้าโต๊ะทำงานของเธอ ทิ้งกองเอกสารแบบแปลนที่แก้ไขแล้วนับสิบชุดไว้ให้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแถมยังทิ้งท้ายด้วยประโยคกำกวมชวนประสาทกินจากเมื่อคืนไว้เป็นของแถม
มินตรากอดอกแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่คิดจะปิดบังความหงุดหงิด เธอเกลียดความรู้สึกที่ว่าตัวเองกำลังตกเป็นรอง และเกลียดรอยยิ้มพราวระยับในดวงตาคมกริบคู่นั้นของเขายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
"ความจริงอะไรของคุณคะ แปลนงานโครงสร้างโซนซีก็แก้ออกมาเรียบร้อยดีนี่ หรือว่าสมองคุณรวิศกำลังมีปัญหาเรื่องการประมวลผล ถึงได้ชอบหาเรื่องคนอื่นแต่เช้าแบบนี้" มินตราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะยอมก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่งสถาปนิกหนุ่มมือทองที่ใครๆ ต่างก็เกรงกลัว
รวิศไม่ได้โกรธ เขากลับสาวเท้าเข้าไปใกล้เธอก้าวหนึ่ง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจางๆ ลอยมาแตะจมูกจนมินตราต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจเธอเกินไป และเขาก็รู้ตัวดีเสียด้วย
"ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องงานหรอกครับคุณมินตรา..." รวิศโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงจนน่าใจหาย ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่กำลังขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธ "แต่หมายถึงเรื่องที่ ดร.อรรถ เรียกเราสองคนเข้าไปพบในห้องประชุมใหญ่ต่างหากล่ะครับ"
มินตราสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ ดร.อรรถคือหัวหน้าโครงการจอมเนี้ยบที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยว และการที่เขาเรียกประชุมด่วนแต่เช้าตรู่แบบนี้ย่อมไม่ใช่สัญญาณที่ดีแน่
"ทำไมคุณไม่บอกฉันให้เร็วกว่านี้ล่ะคะ!" มินตราโพล่งออกมาอย่างลืมตัว มือเรียวผลักอกแกร่งของเขาเบาๆ เพื่อถอยร่นระยะห่าง แต่รวิศกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้าน ซ้ำยังคว้าข้อมือเธอไว้หลวมๆ รั้งไม่ให้เธอเดินหนี
"ก็ผมอยากเห็นคุณทำหน้าตื่นเต้นแบบนี้นี่นา น่ารักดีออก..." รวิศกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเจือความหยอกเย้าที่ทำเอาซีกแก้มของมินตรา ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ นี่น่ะหรือคือ "ความหวังดี" ของเขา การจงใจแกล้งให้เธอหัวเสียเล่นนี่มันนิสัยเด็กอมมือชัดๆ!
"ปล่อยมือฉันนะคะรวิศ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า..."
"ให้เห็นสิครับ ผมจะได้ประกาศให้รู้ทั่วกันว่าดีไซเนอร์ปากเก่งคนนี้กำลังจะกลายเป็น... คู่หูตลอดชีพของผมในโปรเจกต์นี้"
ก่อนที่มินตราจะได้อ้าปากด่ากราดด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านหลังก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับร่างท้วมของ ดร.อรรถ ที่ก้าวออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ยืนทำอะไรกันอยู่ครับคุณรวิศ คุณมินตรา รีบเข้ามาข้างในได้แล้วครับ มีเรื่องด่วนที่ผมต้องประกาศให้ทราบเกี่ยวกับทิศทางของโปรเจกต์นี้"
รวิศยอมปล่อยข้อมือเธอในที่สุด แต่ไม่วายส่งยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์มาให้อีกครั้ง มินตราถลึงตาใส่เขาอย่างคาดโทษ รวบรวมสติแล้วก้าวตามหลังสถาปนิกหนุ่มเข้าไปในห้องประชุมด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด
บรรยากาศภายในห้องประชุมเย็นเฉียบ แอร์ตัวใหญ่เป่าลมปะทะผิวจนมินตราต้องลูบแขนตัวเองเบาๆ ดร.อรรถนั่งลงที่หัวโต๊ะยาว กางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะออกแล้วเงยหน้ามองคนทั้งคู่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ที่ผมเรียกพวกคุณมาด่วนในเช้าวันนี้..." ดร.อรรถเว้นจังหวะ กวาดสายตามองหน้าสถาปนิกหนุ่มและดีไซเนอร์สาวสลับกันไปมา "เพราะทางกลุ่มทุนใหญ่จากต่างประเทศเพิ่งส่งข้อเสนอใหม่มาเมื่อคืนนี้ พวกเขาต้องการให้โครงการนี้เสร็จเร็วกว่ากำหนดเดิมสามเดือน และมีเงื่อนไขเดียวเท่านั้น..."
มินตราขมวดคิ้วมุ่น เธอหันไปมองรวิศโดยสัญชาตญาณ และพบว่าดวงตาคมคายคู่นั้นไม่มีความตกใจหลงเหลืออยู่เลย ราวกับว่า... เขารู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว
"เงื่อนไขอะไรคะ ดร.อรรถ?" มินตราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น
ดร.อรรถถอนหายใจยาว วางเอกสารแผ่นสุดท้ายลงตรงหน้าคนทั้งคู่
"พวกเขาต้องการให้คุณรวิศและคุณมินตรา ย้ายเข้าไปพักและทำงานร่วมกันที่ไซต์ก่อสร้างจริง ณ รีสอร์ทริมผา เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... แบบไม่มีกำหนดกลับ"
มินตราเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที รวิศไม่ได้ตกใจเลยสักนิด เขายังคงรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ ที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ยินดีต้อนรับสู่เซฟโซนใหม่ของเรานะครับ... คุณมินตรา"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 8
กลยุทธ์ยั่วโมโห
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!