เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 7

เช้าวันที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงกระแอมกระไอในลำคอของ ดร.อรรถ ดังขึ้นราวกับจังหวะเคาะระฆังประหารชีวิต... หรืออย่างน้อย นั่นคือสิ่งที่มินตรากำลังรู้สึกในวินาทีนี้ "ดูท่าทาง... ห้องทำงานนี้เมื่อคืนจะอากาศร้อนเป็นพิเศษสินะครับคุณรวิศ ถึงได้ต้องคลายกระดุมระบายความร้อนออกถึงสองเม็ดแบบนั้น" สายตาของหัวหน้าโครงการรุ่นใหญ่กวาดมองตั้งแต่รอยยับยู่ยี่บนเสื้อเชิ้ตของสถาปนิกหนุ่ม ไล่เรื่อยลงมายังกระดุมที่หลุดลุ่ย ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าแดงก่ำราวกับผลมะเขือเทศสุกของดีไซเนอร์สาวที่ยืนเว้นระยะห่างออกไปไม่ถึงก้าว รอยยิ้มรู้ทันของคนอายุมากกว่าฉาบอยู่บนใบหน้าอย่างปิดไม่มิด มินตรารู้สึกเหมือนมีคนเอาแผ่นน้ำแข็งมาแปะกลางหลังสลับกับสาดน้ำร้อนใส่หน้าในเวลาเดียวกัน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาให้เร็วที่สุด มือเรียวรีบยกขึ้นจัดปกเสื้อของตัวเองโดยอัตโนมัติ พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้คนตัวสูงกว่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เป็นเชิงโทษฐานที่ไม่ยอมเช็กสภาพตัวเองให้ดีก่อนเปิดประตู "พอดีแอร์ในห้องมันรวนน่ะครับ ดร.อรรถ... ร้อนจนเกือบไหม้เลยล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำของรวิศตอบกลับหน้าตาเฉย ไม่มีพิรุธให้จับแม้แต่น้อย หากแต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้มินตราอยากจะยกแฟ้มแบบร่างในมือฟาดหน้าเขาให้สติหลุดสักที สถาปนิกปากร้ายคนนี้มีความสามารถพิเศษในการทำเรื่องน่าอายให้กลายเป็นเรื่องปกติได้อย่างหน้าด้านที่สุดในสามโลก "อ๋อ... รวนแบบที่ทำให้สถาปนิกมือหนึ่งกับดีไซเนอร์ฝีปากกล้าเกือบจะสิงร่างกันอยู่แล้วสินะครับ" ดร.อรรถหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "เอาเถอะ ผมไม่รบกวนเวลาอันมีค่า... เอ่อ หรือเวลาส่วนตัวของพวกคุณแล้ว แบบร่างตึกนิทรรศการโซนใหม่ ส่งให้ผมทางอีเมลภายในเที่ยงนี้ก็แล้วกัน หวังว่าจะเสร็จทันนะ เพราะดูจากสภาพพวกคุณเมื่อคืนแล้ว น่าจะมีไอเดียพรั่งพรูออกมาเพียบ" พูดจบ หัวหน้าโครงการตัวแสบก็หมุนตัวเดินกลับออกไป พร้อมกับทิ้งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำไว้เบื้องหลัง ปิดประตูห้องทำงานลงอย่างเบามือราวกับจะไว้ชีวิตคนทั้งคู่ ปัง! ทันทีที่บานประตูไม้ปิดสนิท มินตราก็หันขวับกลับมาประจันหน้ากับต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองระคนกระอักกระอ่วน "เพราะคุณคนเดียวเลยรวิศ! ตาแก่พطต้อมอารมณ์ดีนั่นต้องเอาไปนินทาทั้งออฟฟิศแน่ ๆ ว่าเราสองคนทำอะไรกันในห้องนี้!" รวิศเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่ยี่หระ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวมินตราทีละน้อยจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "ทำอะไร? เมื่อคืนเราแค่เคลียร์งานกันจนดึกดื่นไม่ใช่เหรอครับคุณมินตรา หรือว่าคุณ... กำลังคิดไปไกลถึงเรื่องอื่นอยู่คนเดียว?" "ฉันไม่ได้คิด! แล้วก็หยุดเดินเข้ามาใกล้สักทีนะ!" มินตราชูแฟ้มในมือขึ้นกั้นระหว่างอกแกร่งกับตัวเธอเอง หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรำทำเพลงไม่เป็นจังหวะขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ตอนที่ริมฝีปากของเขากับเธอเกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ ความทรงจำที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ บนตัวเขายังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทอย่างเด่นชัด รวิศหยุดเดินตามคำสั่ง แต่สายตาคมกริบกลับกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของหญิงสาวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา ความนิ่งเงียบโรยตัวปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวไม่ได้อึดอัดเหมือนตอนที่ ดร.อรรถอยู่ แต่มันกลับเต็มไปด้วย "ความเงียบ" ที่เปี่ยมล้นไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ความตึงเครียดแบบใหม่ที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ไม่มีการปะทะฝีปากแบบเผ็ดร้อนเหมือนทุกวัน ไม่มีคำพูดจาถากถางเพื่อเอาชนะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ และสายตาของเขากำลังทำให้มินตราแทบหายใจไม่ทั่วท้อง "หน้าแดงใหญ่แล้วนะ" รวิศเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงไม่ได้ติดตลกเหมือนเคย แต่มันเจือความอ่อนโยนบางเบาที่ทำเอาคนฟังถึงกับขนลุกชัน "เปล่าซะหน่อย! แอร์ห้องคุณมันร้อนต่างหากเล่า!" มินตราเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความรaунร่าบนพวงแก้มด้วยการสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น "หลบไปเลยนะ ฉันต้องไปเคลียร์แบบสีของโซนแฟชั่นต่อแล้ว ขืนอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ สมองฉันคงตีourกับความกวนประสาทของคุณจนพังพอดี" หญิงสาวทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไปทางด้านข้าง แต่รวิศกลับไว igh กว่า มือหนาเอื้อมไปทาบลงบนขอบโต๊ะทำงาน ปิดกั้นทางหนีของเธอไว้โดยสมบูรณ์ กลายเป็นอ้อมแขนกลาย ๆ ที่โอบล้อมเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัว "ปล่อยนะรวิศ!" "ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย..." รวิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน มินตราต้องเอนตัวหนีจนแผ่นหลังแนบชิดกับชั้นหนังสือด้านหลัง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เรื่องเมื่อคืน... ที่เกือบจะเลยเถิดไปไกล คุณไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ เหรอครับ?" คำถามนั้นตรงไปตรงมาจนมินตราสำลักน้ำลายตัวเอง เธอจ้องมองนัยน์ตาคมกริบที่สะท้อนเงาของเธอเองอยู่ในนั้น ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วอกจนต้องเม้มปากแน่น หัวสมองที่เคยฉลาดเป็นกรดกลับขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกสักคำ ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว! ในจังหวะที่หัวใจของมินตรากำลังจะกระโดดออกมานอกอก และเธอกำลังจะอ้าปากด่าเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายนั้นเอง— ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาตจากเจ้าของห้อง "คุณรวิศคะ! แย่แล้วค่ะ! แบบร่างโครงสร้างหลักของโซนพาวิลเลียนที่เพิ่งส่งมาจากทีมวิศวกร... เกิดปัญหาใหญ่แล้วค่ะ!" เสียงร้อนรนของเลขาหน้าห้องดังแทรกเข้ามา พร้อมกับร่างที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่ทันได้สังเกตบรรยากาศอันชวนใจเต้นระทึกของคนทั้งคู่ มินตราบังคับตัวเองให้ผลักอกรวิศออกเบามือแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าวด้วยความเร็วแสง ราวกับเด็กนักเรียนที่กำลังทำเรื่องผิดระเบียบแล้วครูฝ่ายปกครองเดินมาเจอ รวิศสบถเบา ๆ ในลำคออย่างขัดใจ ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่ความพยายามจะคาดคั้นคำตอบถูกขัดจังหวะลงอย่างไม่น่าให้อภัย สถาปนิกหนุ่มปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปมองเลขาที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าโต๊ะ "เกิดอะไรขึ้น?" รวิศเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเย็นชา เลขาหน้าห้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยื่นแท็บเล็ตในมือมาข้างหน้า "ทีมวิศวกรแจ้งมาว่า... เสาหลักรับน้ำหนักของโซนพาวิลเลียนเกิดรอยร้าวจากการคำนวณโครงสร้างเมื่อคืน และถ้าเราไม่แก้ไขแบบดีไซน์ใหม่ทันทีภายในวันนี้... ทั้งตึกอาจจะต้องรื้อสร้างใหม่ทั้งหมดค่ะ!" มินตราเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองรวิศทันที ความกระอักกระอ่วนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยวิกฤตครั้งใหญ่ที่กำลังจะกลืนกินโปรเจกต์ร้อยล้านของพวกเขา รวิศหันกลับมาสบตากลับมินตราอีกครั้ง แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงความจริงจังและดุดันของสถาปนิกผู้กุมชะตากรรมของงานทั้งหมดไว้ในมือ "ดูท่าทาง..." รวิศพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาท "เช้าวันนี้... จะไม่ได้มีแค่เรื่องของเราสองคนที่ทำให้ตื่นเต้นซะแล้วล่ะครับคุณมินตรา" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ป่วน ๆ นี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%