เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 16

ความเงียบที่ไม่น่าภิรมย์

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงกลอนประตูห้องทำงานระดับลักชูรีถูกบิดเปิดออกด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของดร.อรรถที่ก้าวเข้ามาโดยไม่คิดจะเคาะขออนุญาตตามมารยาท รวิศไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ทันที นิ้วเรียวยาวของเขายังคงค้างอยู่บนแป้นพิมพ์แมคบุ๊กโปร เสียงคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าอึดอัด ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะค่อยๆ เอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาและรำคาญใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง "คุณไม่มีปุ่มเคาะประตูติดมาด้วยเหรอครับ... อ้อ หรือว่าที่บ้านไม่ได้สอนเรื่องมารยาทพื้นฐาน" คำพูดกระแทกกระทั้นที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกไม่ได้ทำให้ดร.อรรถสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบกวาดตามองรอบห้องด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่บานประตูห้องกระจกฝ้าอีกด้าน ซึ่งมินตราเพิ่งจะวิ่งหายเข้าไปด้วยสภาพที่ดวงตารื้นน้ำตา "ผมคงไม่ได้มารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณกับ... เด็กฝึกงานคนนั้นหรอกนะครับคุณรวิศ" ดร.อรรถเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือแววเยาะหยัน "ดูเหมือนโปรเจกต์นี้จะยุ่งเหยิงกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก แทนที่คุณจะเอาเวลามานั่งเคลียร์เรื่องส่วนตัว ทำไมไม่เอาสมาธิมาโฟกัสกับแบบแปลนที่ส่งให้ลูกค้าพรุ่งนี้ล่ะครับ" รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนอุณหภูมิห้องราวกับลดฮวบลงหลายองศา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่กดสายตามองผู้มาเยือนด้วยความรู้สึกคุกคามที่ปิดไม่มิด "เรื่องงานของผม ผมจัดการเองได้ดีกว่าที่คุณเอาเวลาว่างมาสอดรู้สอดเห็นแน่นอนครับ ดร.อรรถ" รวิศเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "และถ้าจำไม่ผิด ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของผม ถ้าไม่มีเรื่องงานที่คอขาดบาดตาย กรุณาไสหัวออกไปก่อนที่ผมจะหมดความอดทน" ดร.อรรถไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่ห้อ "ปากคราบคมดีนี่ครับ หวังว่าพรุ่งนี้ตอนนำเสนอแบบต่อหน้าบอร์ดบริหาร คุณจะยังรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้... อ้อ ฝากบอกแม่ดีไซเนอร์คนนั้นด้วยล่ะ ว่าอย่าเอาอารมณ์ส่วนตัวมาพังงานชิ้นโบว์แดงของบริษัท" สิ้นคำพูดนั้น ดร.อรรถก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องพร้อมกับเสียงปิดประตูกระแทกเบาๆ ทิ้งให้รวิศยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันอีกครั้ง ความเงียบ... ที่ในยามปกติเขาเคยโหยหาและใช้เป็นเกราะกำบังในการสร้างสรรค์งานออกแบบ แต่ในนาทีนี้ รวิศกลับพบว่าความเงียบมันช่างน่ารำคาญและน่าหงุดหงิดเสียจนเขาแทบจะควว้าแก้วกาแฟบนโต๊ะปาใส่ผนังให้รู้แล้วรู้รอด ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม ดวงตาคมกริบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดแบบแปลนสามมิติของโครงการค้างไว้ เส้นสายสถาปัตยกรรมที่เคยดูสมบูรณ์แบบและน่าหลงใหลในสายตาของเขา บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและไร้ชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด สมองของเขาไม่ยอมสั่งการ ปกติแล้ว รวิศเป็นคนที่มีสมาธิแน่วแน่ ต่อให้รอบข้างจะมีเสียงดังอึกทึกแค่ไหน เขาก็สามารถจดจ่ออยู่กับการคำนวณโครงสร้างและการจัดวางพื้นที่ได้อย่างไร้ที่ติ แต่ทว่า... ในวินาทีนี้ หัวสมองของเขากลับว่างเปล่า ภาพใบหน้าดื้อรั้นที่พยายามกลั้นน้ำตาของมินตราเมื่อครู่ กลับวนเวียนกลับเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับแผ่นเสียงตกร่อง เสียงเถียงฉอดๆ เสียงหัวเราะเยาะหยัน หรือแม้แต่แววตาท้าทายที่หล่อนมักจะส่งมาให้เสมอเวลาที่ทั้งคู่ปะทะฝปากกัน มันคือสิ่งที่เขาคุ้นชินและเสพติดมันโดยไม่รู้ตัว พอมินตราเงียบไป... พอไม่มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบของหล่อนเดินวนเวียนอยู่หน้าโต๊ะเขียนแบบ พอไม่มีเสียงถอนหายใจแรงๆ เวลาที่เขาจิกกัดเรื่องดีไซน์ รวิศถึงได้ตระหนักอย่างชัดเจนว่า... ตัวเองกำลังสูญเสียสมาธิในการทำงานไปโดยสิ้นเชิง "บ้าเอ้ย..." รวิศสบพำเบาๆ ในลำคอ มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองลวกๆ อย่างหัวเสีย เขากดเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานแรงๆ ก่อนจะหยิบซองลูกอมรสเปรี้ยวที่มินตราเคยขโมยหยิบกินเล่นแล้วโดนเขาดุออกมาวางไว้บนโต๊ะ ดวงตาคมจ้องมองซองพลาสติกสีสันสดใสนั้นนิ่งนาน ราวกับมันมีคำตอบว่าทำไมเขาถึงรู้สึกกระวนกระวายใจได้ขนาดนี้ ผู้หญิงคนนั้นมีอิทธิพลกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? จากที่ดีไซเนอร์ตัวแสบเข้ามาเพื่อกวนประสาทและสร้างความปวดหัวให้เขาในทุกๆ วัน ทำไมตอนนี้การไม่มีเสียงเถียงกลับของหล่อน ถึงทำให้ห้องทำงานกว้างๆ นี้มันดูอ้างว้างและเงียบเหงาจนน่าหงุดหงิดใจได้ถึงเพียงนี้ รวิศสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ นิ้วเรียวเตรียมจะจรดลงบนคีย์บอร์ดเพื่อเคลียร์งานที่ค้างคาให้เสร็จสิ้นก่อนฟ้าสาง แต่ทว่า... สัญชาตญาณบางอย่างกลับกระตุ้นเตือนให้เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างจากห้องทำงานด้านใน เสียงฝีเท้าแผ่วเบา... แทบไม่ได้ยิน ผสมกับเสียงสะอื้นไห้ที่เล็ดลอดออกมาจากบานประตูห้องกระจกฝ้า มินตราไม่ได้ออกไปจากออฟฟิศ หล่อนยังอยู่ข้างในนั้น... และกำลังร้องไห้เงียบๆ คนเดียว ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มไหววูบ ความลังเลฉายชัดขึ้นมาในแววตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ร่างสูงจะตัดสินใจผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง ขายาวก้าวตรงไปยังบานประตูบานนั้นด้วยจังหวะที่มั่นคงขึ้นกว่าเดิม มือหนาเอื้อมไปแตะที่ลูกบิดประตู หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับเริ่มเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อเขารู้ดีว่า... การก้าวเข้าไปในห้องนั้นในเวลานี้ จะทำให้เขาไม่มีทางถอยหลังกลับไปสู่ความสงบแบบเดิมได้อีกต่อไปแล้ว รวิศสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจออกแรงบิดลูกบิดประตูแล้วผลักมันให้เปิดออกอย่างช้าๆ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%