เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้ากำลังจะฉีกขาดเป็นสองท่อน พร้อมๆ กับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะปรานีใคร น้ำฝนเม็ดโตสาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างรถกระบะคันเก่าจนเกิดเสียงดังสนั่น ทัศนวิสัยบนถนนลูกรังแคบๆ แทบจะเป็นศูนย์ มินตรากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าเรียวสวยบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้า นี่ไม่ใช่แผนที่เธอวางไว้เลยสักนิด เธอควรจะได้กลับไปนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มอุ่นๆ ในห้องพัก ไม่ใช่มาติดแหง็กอยู่กลางป่าลึกกับผู้ชายที่ปากจัดที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอในรอบสواتปี
"ถ้าขับรถแย่ขนาดนี้ รอบหน้าเดินมาเถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระให้ฉันต้องมานั่งลุ้นว่าเราจะตกลงไปตายในเหวข้างทางไหม"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นจากเบาะข้างๆ รวิศไขว่ห้างกอดอก ใบหล่อเหลายังคงเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างไม่สะทกสะท้านกับสถานการณ์วิกฤตตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
"ถ้าคุณปากดีแล้วมันทำให้ถนนมันดีขึ้น ฉันคงยอมให้คุณด่าไปตลอดทางแล้วค่ะคุณรวิศ!" มินตราตอกกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด หันไปมองค้อนใส่คนข้างๆ จนตาแทบคว่ำ "แล้วนี่ก็ไม่ใช่เพราะใครหรอกนะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งบ้าๆ ของ... *ดร.อรรถ!*"
เธอกัดฟันกรอดเมื่อนึกถึงต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด บ่ายวันนี้พวกเขามีคิวต้องลงพื้นที่สำรวจไซต์งานออกแบบรีสอร์ทกลางหุบเขาตามคำสั่งเฉียบขาดของดร.อรรถ หัวหน้าโครงการผู้ไม่เคยปรานีใคร มินตราในฐานะดีไซน์เนอร์อิสระจำต้องแบกสังขารมากับรวิศ สถาปนิกหนุ่มคู่กัดที่แค่หายใจร่วมกันเธอก็รู้สึกเปลืองออกซิเจนแล้ว และพายุลูกใหญ่ก็ดันตกลงมาอย่างไร้ความปรานี ตัดขาดเส้นทางกลับเข้าเมืองโดยสมบูรณ์ ทางเลือกเดียวที่มีคือโฮมสเตย์ไม้เก่าแก่หลังเดียวที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางป่าลึกแห่งนี้
รถกระบะจอดสนิทหน้าเรือนไม้สักยกพื้นสูงที่ดูเก่าแก่แต่สะอาดสะอ้าน ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง เสียงฝนที่โหมกระหน่ำก็ยิ่งชัดเจนขึ้นจนกลប់เสียงทุกอย่าง รวิศก้าวลงจากรถก่อนจะเปิดร่มคันใหญ่กางบังให้มินตรา แม้การกระทำจะดูเป็นสุภาพบุรุษ แต่คำพูดที่ตามมากลับทำให้อยากเอาส้นสูงฟาดหน้าผากเขาเสียจริง
"ลงมาได้แล้วค่ะคุณดีไซเนอร์ หรือจะรอให้ฉันอุ้มเข้าไป กลัวเปียกฝนจนเมคอัพหลุดหรือไง"
"ปากแบบนี้ระวังจะไม่ได้กลับออกไปจากปภานะคะคุณสถาปนิก" มินตราสะบัดตัวหลบ ร่มเงาของรวิศที่เอื้อมมาบังให้ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เธอคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้ววิ่งฝ่าสายฝนขึ้นไปยังระเบียงโฮมสเตย์ด้วยความเร็วสูง ปล่อยให้รวิศยืนมองตามด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจือความเอ็นดูระคนหมั่นไส้อย่างปิดไม่มิด
เจ้าของโฮมสเตย์เป็นหญิงสูงวัยใจดีที่ออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แต่ข่าวร้ายที่ทำเอามินตราแทบอยากจะลมจับก็คือ...
"ห้องพักเต็มหมดแล้วค่ะคุณหนู เหลือแค่ห้องสุดท้ายห้องนี้ห้องเดียว เพราะแขกกลุ่มอื่นเขาย้ายไปรวมกันที่เรือนใหญ่หมดแล้ว เหลือห้องริมสุดนี้แหละจ่ะที่เตียงคู่พอดิบพอดี"
มินตราเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าผู้ชายที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลัง รวิศเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่เห็นเธอกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ห้องเดียว? หรืองDค่ะคุณป้า... ฉันนอนระเบียงก็ได้นะคะ หรือไม่ก็ให้นายรวิศนี่แหละออกไปนอนในรถ" มินตราพยายามต่อรองเสียงแข็ง
"ดึกดื่นป่านนี้ พายุเข้า ฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างขนาดนั้น ใครเขาจะไล่แขกไปนอนตากฝนกันล่ะจ๊ะหนู มินตราเอ๊ย อยู่ห้องเดียวกันนั่นแหละ โตๆ กันแล้ว นอนเตียงเดียวกัน หรือแยกเตียงกันก็จัดเอาตามสบายเถอะ ป้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้ก่อนนะ" คุณป้าพูดตัดบทอย่างใจดีก่อนจะเดินหายลับไปทางครัวหลังบ้าน ทิ้งให้คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในความเงียบที่มีเพียงเสียงฝนสาดซะ
มินตราสูดหายใจเข้าลึก ภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดตกแต่งด้วยไม้สักทอง มีเตียงนอนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง กลิ่นอายความเป็นธรรมชาติอบอวลไปทั่ว แต่บรรยากาศระหว่างเธอกับรวิศกลับร้อนระอุเสียจนแทบจะจุดไฟติด
"ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะคะ หรืออยากจะนอนหน้าห้องจริงๆ เชิญตามสบายนะ ฉันไม่ขัด" รวิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถอดเสื้อแจ็คเก็ตเปียกชื้นออก เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อยืดสีดำแนบเนื้อที่ชุ่มน้ำฝนจนเห็นสัดส่วนชัดเจน
มินตราเบือนหน้าหนีทันที แก้มเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ไม่ใช่เพราะเขิน แต่เพราะผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจในโหมดที่ไม่ควรจะเป็นเอาเสียเลย!
"ฉันต่างหากที่จะนอนบนเตียง ส่วนคุณ... เชิญโซฟานั่นค่ะ!" มินตราชี้นิ้วไปยังโซฟาไม้ตัวยาวที่ดูแข็งกระด้างและสั้นเกินกว่าส่วนสูงของสถาปนิกหนุ่ม
รวิศหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม ความกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้มินตราต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ รวิศใช้แขนข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวเธอไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นฝนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ
"เตียงออกจะกว้างนะคะคุณมินตรา... แน่ใจเหรอคะว่าจะให้ฉันไปนอนโซฟาแคบๆ นั้น คนใจร้ายอย่างคุณไม่กลัวบาปเหรอ ที่ปล่อยให้ผู้ชายรูปหล่อต้องหลังขดหลังแข็งนอนทรมานทั้งคืน"
เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบอยู่ริมหู หัวใจของมินตรารัวระรัวราวกับกลองเพล เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามสบตากับเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่มือไม้เริ่มสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นที่ควบคุมไม่ได้
"ถอยไปเลยนะคะรวิศ! อย่ามาเล่นลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้กับฉัน..."
"ไม่ได้เล่นค่ะ... และฉันก็ไม่ได้พูดเล่นด้วย" รวิศเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นฉายแววความลุ่มลึกที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันวาวโรจน์และร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงท่ามกลางสายฝนหนתเหน็บ "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่คุณมองฉันเป็นแค่คู่กัด ทั้งที่ในใจคุณ... รู้อยู่แก่ใจว่าฉันคิดอะไรอยู่"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงฝนด้านนอก มินตราเม้มปากแน่น สมองขาวโพลน คิดหาคำพูดมาสวนกลับไม่ถูก รวิศค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างแค่คืบ ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของเขายื่นมาแตะไล้เบาๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา จนเธอสะท้านเฮือก
"รวิศ... คุณ..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนพายุอารมณ์ในห้องอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา รวิศชะงัก ถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสีย ขณะที่มินตราใช้จังหวะนั้นผลอกอกเขาเต็มแรงแล้ววิ่งไปเปิดประตูด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
หน้าประตูห้อง ประตูไม้เปิดออกเผยให้เห็นร่างเปียกโชกของใครบางคนยืนหอบหายใจรดต้นคอ น้ำฝนหยดติ๋งจากชายเสื้อสูทราคาแพง ดวงตาคมกวาดมองเข้ามาในห้องก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของรวิศและมินตราที่ยืนอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น
รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของแขกยามวิกาลผู้นั้น พร้อมกับประโยคที่ทำเอาทั้งคู่แทบหยุดหายใจ
"ขอโทษทีครับ... พอดีผมหลงทางมาที่นี่เหมือนกัน... มีห้องว่างเหลือให้ผมสักมุมไหมครับ คุณมินตรา คุณรวิศ"
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความแซ่บในตอนนี้ด้วยนะคะ*
เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 5
ติดฝนกลางป่า
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!