เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 14

เส้นตายที่ใกล้เข้ามา

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"ถ้าคุณยังแก้บลูพริ้นต์ชุดนี้ไม่ได้ภายในสามสัปดาห์ โปรเจกต์มิลเลนเนียมก็เตรียมตัวลงโลงได้เลยค่ะคุณมินตรา" เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสของ ดร.อรรถ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ กลิ่นอายความกดดันระดับสิบแมกนีจูดแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก มินตรายังคงยืนนิ่งหลังตรง เธอไม่ได้กะพริบตาหนີสายตากดดันคู่ปรับตัวฉกาจที่จ้องมองมาอย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำเม้มเข้าหากันนิด ๆ ก่อนจะคลายออกเผยรอยยิ้มเยาะหยันที่มักจะทำให้คนมองอยากกระชากวิญญาณเธอออกจากร่าง "ลงโลงเหรอคะ ดร.อรรถ? น่าเสียดายนะคะที่ฉันคิดว่ามันเพิ่งจะเริ่มฟื้นคืนชีพต่างหาก ถ้าสถาปัตยกรรมโครงสร้างของคุณมันแข็งแรงพอตั้งแต่แรก ฉันคงไม่ต้องมานั่งรื้อแก้ดีไซน์ภายในรอบที่สี่แบบนี้หรอกค่ะ" น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เชือดเฉือนทุกอณูของมินตราทำให้ ดร.อรรถ ถึงกับขbกฟันกรอดด้วยความโกรธ ดีไซเนอร์สาวคนนี้ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจใด ๆ ในบริษัทแห่งนี้เลยสักครั้ง ยิ่งเวลางานงวดเข้ามาใกล้เส้นตายแบบนี้ เธอกลับยิ่งพยศและทวีความจัดจ้านขึ้นเป็นเท่าตัว "คุณจะอวดดีเกินไปแล้วนะมินตรา! สัญญาจ้างมูลค่าหลายสิบล้านไม่ได้มีไว้ให้คุณมาเล่นขายของ!" "พอได้แล้วครับ ดร.อรรถ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเยียบเย็นและทรงพลังดังแทรกขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุม รวิศที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำสนิทมานานค่อย ๆ เคลื่อนตัวลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเทาเข้มไร้ที่ติเดินตรงเข้ามาหยุดยืนคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวเขาลอยแตะจมูกมินตราทันทีที่เขาขยับเข้าใกล้ รวิศไม่ได้มองหน้า ดร.อรรถ เขากลับกวาดสายตาคมกริบลงมองดีไซเนอร์สาวที่ยังคงเชิดหน้าท้าทายเขาไม่เลิก กระดาษแผ่นยับยู่ยี่จากเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทร่วมกับปมปัญหาชวนขนลุกที่ยังไม่ได้สะสาง แต่วินาทีนี้ สงครามตรงหน้ากลับเรียกร้องสมาธิมากกว่าสิ่งอื่นใด "เรื่องดีไซน์ภายใน เดี๋ยวผมจัดการร่วมกับคุณมินตราเองครับ อาจารย์กลับไปดูเรื่องโครงสร้างหลักต่อเถอะครับ ก่อนที่มันจะพังลงมาจริงๆ" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบขาด ชนิดที่ดร.อรรถจำต้องกลืนความไม่พอใจลงคอแล้วสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องกระแทกประตูปิดดังปัง! บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง เหลือเพียงความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบจะคว้ามาคั้นเป็นน้ำได้ มินตราถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง มือเรียวยกขึ้นเสยผมปรกหน้าผากอย่างหงุดหงิด ความเครียดสะสมจากโปรเจกต์และจดหมายเตือนภัยลึกลับเมื่อคืนกำลังกัดกินสมาธิเธอทีละนิด แม้เธอจะพยายามทำเป็นเข้มแข็งแค่ไหน แต่ร่างกายมันก็ฟ้องความล้าออกมาทางรอยคล้ำใต้ดวงตา "เหนื่อยมากเหรอครับ?" เสียงที่เคยกระด้างและจิกกัดตลอดเวลาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน จนมินตราต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ รวิศย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ระดับสายตาเราเท่ากัน มือหนายื่นแก้วกาแฟร้อนที่เพิ่งสั่งมาส่งให้เธอ แต่เจ้าตัวกลับชักมือกลับเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังฟอร์มจัดอยู่ "เอ่อ... ผมแค่เห็นว่าคุณหน้าซีด เดี๋ยวงานพังแล้วบริษัทผมจะซวยไปด้วย ไม่ได้เป็นห่วงอะไรหรอกนะ" รวิศรีบแก้ตัวเสียงแข็ง พร้อมกับวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระแทกแรงกว่าปกตินิดหน่อยเพื่อกลบเกลื่อนความเก้อเขิน มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เธอรับแก้วกาแฟอุ่นขึ้นมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสไออุ่นที่ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจได้บ้าง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองผู้ชายปากแข็งตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นทั้งดื้อรั้นและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน "ขอบคุณค่ะ... สำหรับความปากแข็งของคุณเนี่ย" มินตราเอ่ยยิ้มๆ "แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ถึงฉันจะใกล้ตายคาโต๊ะเขียนแบบ ฉันก็ไม่ยอมแพ้ให้คุณมาหัวเราะเยาะหรอกค่ะรวิศ" รวิศจ้องมองรอยยิ้มนั้น หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างแรง ผู้หญิงบ้าอะไร... เวลาเครียดใกล้ตาย เธอกลับดูมีเสน่ห์จนเขาอยากจะดึงร่างบางนั่นเข้ามาซุกซ่อนไว้ในอ้อมแขน ป้องกันเธอจากทุกความกดดันและอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่ทว่า... สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวเขากลับดังขึ้นเสียก่อน ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขานุการส่วนตัวของรวิศ ใบหน้าของเธอลนลานจนซีดเผือด "คุณรวิศคะ... เกิดเรื่องแล้วค่ะ! บล็อกเกอร์สายสถาปัตยกรรมชื่อดังเพิ่งปล่อยโพสต์โจมตีโปรเจกต์เราเมื่อนาทีที่แล้วนี่เองค่ะ พวกเขาบอกว่าแบบแปลนโครงสร้างหลักของเราลอกเลียนแบบโปรเจกต์ดังในต่างประเทศ! และตอนนี้... สื่อกำลังติดต่อขอสัมภาษณ์ด่วนค่ะ!" รวิศหน้าเครียดขรึมลงในพริบตาเดียว บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การโจมตีเรื่องการลอกเลียนแบบแปลนโครงสร้างในจังหวะเวลางานงวดแบบนี้ มีเพียงคนวงในเท่านั้นที่ทำได้ เขาก้าวฉับๆ ไปที่ประตู แต่ก่อนจะก้าวออกไป รวิศหันกลับมามองมินตราที่ยืนนิ่งค้างไปกับข่าวช็อกโลก ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "ล็อกประตูห้องนี้ไว้ซะมินตรา..." รวิศสั่งเสียงเข้ม ดวงตาจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "อย่าให้ใครเข้ามา... จนกว่าผมจะกลับมา เพราะดูเหมือนว่า ‘หนู’ ที่เล่นตลกเมื่อคืน กำลังจะเดินมาติดกับดักที่เราขุดไว้แล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเข้มข้นนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%