"ดูเหมือนว่ากระผมจะมาทันชมการแสดงละครสัตว์พอดีสินะครับ..."
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังแหวกความเงียบงันขึ้นกลางงานเลี้ยงรับรองของราชสำนัก ร่างสูงสง่าในชุดสูทปักดิ้นเงินชั้นสูงก้าวผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้โดยอัตโนมัติ ลูเซียน คาเวลล์ ดยุกหนุ่มผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของสภาสูงปรากฏกายขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่คมสีรัตติกาลนั้นเลยแม้แต่น้อย
สายตาของเขากวาดมองผ่านเจ้าชายอาร์เธอร์ที่หน้าถอดสี ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางในชุดกระโปรงสีมรกตของเอลีน่า วานเดอร์วอลล์ ดยุกหนุ่มโค้งคำนับอย่างงดงามตามแบบฉบับขุนนางชั้นสูง ก่อนจะเอื้อnเอวาจาที่ทำเอาทั้งห้องโถงแทบหยุดหายใจ
"และกระผม... ขอยื่นข้อเสนอซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลวานเดอร์วอลล์ ด้วยวงเงินไม่จำกัด พร้อมขอแต่งงานกับคุณหนูเอลีน่าในค่ำคืนนี้เลย... จะเป็นการรบกวนเกินไปไหมครับ?"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นราวกับรังผึ้งแตก บรรดาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ต่างอ้าปากค้างด้วยความริษยาและตกตะลึง ส่วนเจ้าชายอาร์เธอร์ถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน เขาพยายามจะอ้าปากแย้งแต่ทว่า...
"อุ๊ย ตายจริง..."
เอลีน่าไม่ได้กรีดร้องโวยวาย หรือหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายอย่างที่ทุกคนคาดคิด หญิงสาวกลับหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับก้องกังวานชัดเจนไปทั่วทุกมุมห้อง ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแว่bโง่งามและดื้อรั้น บัดนี้กลับพินิจพิเคราะห์ลูเซียนด้วยประกายตาวาววับราวกับนักธุรกิจกำลังประเมินสินค้าชิ้นเอก
เธอค่อยๆ ยกพัดลูกไม้ขึ้นปิดเรียวปากที่กำลังแย้มยิ้ม ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้บุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักรอย่างไม่เกรงกลัว
"ท่านดยุกคาเวลล์คะ ข้อเสนอของคุณช่างน่าสนใจเสียจนดิฉันเกือบจะเคลิ้มตามเลยทีเดียวค่ะ..." เอลีน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับทรงพลังจนลูเซียนเองยังต้องเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความประหลาดใจ "แต่เกรงว่า... กิจการเหมืองมานาและสวนพฤกษาเวทมนตร์ของตระกูลวานเดอร์วอลล์ จะมีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าที่ใครคนใดคนหนึ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านดยุกผู้มั่งคั่ง จะสามารถเหมาซื้อได้ด้วยเงินเพียงก้อนเดียวในค่ำคืนนี้นะคะ"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมฮอลล์จัดเลี้ยงอีกครั้งในทันที ไม่มีใครคาดคิดว่าคุณหนูตกอับที่เพิ่งถูกถอนหมั้น จะกล้าปฏิเสธข้อเสนอแต่งงานที่มาพร้อมความร่ำรวยระดับพลิกแผ่นดินต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้!
เจ้าชายอาร์เธอร์แค่น L เสียง "หึ!" ออกมาอย่างสมเพช พร้อมกับก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน "เอลีน่า! เธอเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้กล้าปฏิเสธท่านดยุกคาเวลล์ หรือเพราะสมองเธอมันมีปัญหาตั้งแต่เกิดกันแน่ ถึงได้ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่!"
เอลีน่าหันไปมองอาร์เธอร์ด้วยหางตา แววตาคู่นั้นเยียบเย็นจนเจ้าชายหนุ่มถึงกับเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"หม่อมฉันมีสติครบถ้วนดีทุกประการเพคะ ฝ่าบาท..." เอลีน่าย่อกายถวายความเคารพอย่างเยาะเย้ย "และที่สำคัญ... ดิฉันรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ มากกว่าที่ฝ่าบาททรงทราบเสียอีกนะคะ ว่าเงินในท้องพระคลังตอนนี้เหลือพอที่จะจ่ายค่าอาหารให้ประชาชนในปีนี้หรือเปล่า"
"เธอ!" อาร์เธอร์หน้าชาดิก ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าแดงก่ำ เขาชี้หน้าเธอด้วยความลืมตัว "กล้าดียังไงมาสามหาวต่อหน้าองค์รัชทายาท! ทหาร! ลากตัวผู้หญิงเสียสติคนนี้ออกไปจากงาน!"
ไม่มีทหารคนไหนขยับเขยื้อน...
เพราะในวินาทีนั้นเอง อากาศรอบตัวก็เริ่มเย็นยะเยือกจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายเวทมนตร์อันทรงพลังและกดดันกดทับลงมาจนทุกคนแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลูเซียน คาเวลล์ ก้าวเข้ามาขวางหน้าเอลีน่าไว้ ดวงตาสีรัตติกาลของเขาจ้องมององค์รัชทายาทราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อ
"ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือครับ ว่างานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ จัดขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของสภาสูง..." ลูเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงคำรามของอสูรกาย "และการที่พระองค์จะขับไล่ใครออกจากงานนี้ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากกระผมเสียก่อน... หรือพระองค์ทรงต้องการให้กระผมทบทวนงบประมาณประจำปีของราชสำนักใหม่อีกรอบดีล่ะครับ?"
อาร์เธอร์กัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก เขาทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีด้วยความคับแค้นใจ เพราะอำนาจทางการเงินและกองกำลังในมือของลูเซียนนั้นเหนือกว่าราชสำนักในยามนี้เสียอีก
เมื่อความวุ่นวายเริ่มสงบลง ลูเซียนจึงหันกลับมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนสง่านิ่งราวกับเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาเปลี่ยนเป็นความสนใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การแกล้งหยอกเย้าเหมือนเมื่อครู่
"คุณหนูเอลีน่า... ดูเหมือนว่าผมจะประเมินคุณต่ำเกินไปจริงๆ สินะครับ" ลูเซียนกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน "คุณเปลี่ยนไปมาก... น่าสนใจเสียจนผมเริ่มอยากรู้แล้วสิว่า ความลับใต้พรมของตระกูลวานเดอร์วอลล์ยังมีอะไรซ่อนอยู่อีก"
เอลีน่ายิ้มรับบางเบา เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์และสนป่าจากตัวของดยุกหนุ่ม ก่อนจะกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจของบุรุษผู้เย็นชาถึงกับกระตุกวูบ
"ถ้าท่านดยุกอยากรู้... พรุ่งนี้เช้า เชิญที่คฤหาสน์วานเดอร์วอลล์นะคะ ดิฉันจะเปิดประตูต้อนรับท่านด้วยตัวเอง... ในฐานะ 'หุ้นส่วนทางธุรกิจ' คนใหม่ค่ะ"
ลูเซียนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาทีเมื่อได้ยินคำว่า 'หุ้นส่วน' แทนที่จะเป็นภรรยาหรือลูกไก่ในกำมืออย่างที่เขาคาดคิด รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของเขาเป็นครั้งแรก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างไร้แรงต้าน ประตูบานใหญ่ยักษ์ของห้องโถงก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินเกราะทองคำนับสิบชีวิตกรูเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเขาไว้
และร่างของชายชราในชุดคลุมนักเวทชั้นสูงผู้มีศักดิ์เป็นถึง 'ประมุขแห่งหอคอยเวทมนตร์' ก็ก้าวเท้าเข้ามา พร้อมกับประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดังที่ทำให้ทุกลมหายใจในงานเลี้ยงต้องสะดุด
"จับตัวนังเด็กปีศาจตระกูลวานเดอร์วอลล์คนนั้นไว้! ฐานใช้เวทมนตร์ต้องห้ามและขโมยสมบัติศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักร!"
เอลีน่าหันไปมองกลุ่มอัศวินที่พุ่งตรงเข้ามาหาเธอ แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทอประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานกับของเล่นชิ้นใหม่
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยออร่าสีเขียวมรกตจางๆ แผ่ขยายออกจากปลายนิ้ว ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ
"มาช้าเสียจริงนะคะ... ตาแก่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมเดินทางพลิกโฉมอาณาจักรไปกับเอลีน่านะคะ!
คุณหนูผู้สูงศักดิ์กับภารกิจพลิกโฉมอาณาจักรเวทมนตร์•ตอนที่ 2
จุดยืนใหม่ที่ไม่มีใครคาดถึง
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้สูงศักดิ์กับภารกิจพลิกโฉมอาณาจักรเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!