คุณหนูผู้สูงศักดิ์กับภารกิจพลิกโฉมอาณาจักรเวทมนตร์•ตอนที่ 3

ดอกไม้เวทมนตร์กลางห้องโถง

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยในห้องโถงจัดเลี้ยงกว้างใหญ่ยังไม่ทันจางหายไปในอากาศ บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด "มาช้าเสียจริงนะคะ... ตาแก่" น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของเอลีน่า วานเดอร์วอลล์ดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างระหงในชุดราตรีสีมรกตปักด้ายทองอร่ามก้าวเข้าสู่ใจกลางห้องโถงทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวแฝงไว้ด้วยสง่าราศีของสตรีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความลังเล มีเพียงแววตานิ่งสงบที่สะท้อนภาพของเหล่าขุนนางชั้นสูงผู้กำลังหน้าซีดเผือด เคานต์โรเบิร์ต วัยชelผู้ครองดินแดนทางเหนือ หน้าชาวาบด้วยความโกรธ ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อถูกเด็กสาวที่เขาเพิ่งเหยียดหยามเมื่อครู่ตอกกลับด้วยวาจาไร้ความยำเกรง "นัง... นังเด็กสามหาว! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาสามหาวต่อหน้าข้า ผู้เป็นถึงอาวุโสแห่งสภาเวทมนตร์!" เอลีน่าเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามราวกับดอกกุหลาบพิษที่กำลังแย้มกลีบในยามราตรี แต่มันกลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอมองชายชราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนกำลังมองมดปลวก "อาวุโสหรือคะ? น่าเสียดายนะคะที่ข้าเห็นเพียงชายแก่ผู้หลงใหลในอำนาจปลอมๆ และใช้ชีวิตอยู่บนความเสื่อมถอยของตระกูลวานเดอร์วอลล์มาเนิ่นนาน" เอลีน่าก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนเคานต์โรเบิร์ตต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เวทมนตร์สายพฤกษาที่ท่านและสภาเวทมนตร์ตราหน้าว่าเป็น 'เศษซากไร้ค่า' เพราะมันไม่สามารถใช้ทำลายล้างหรือเข่นฆ่าผู้คนได้... ท่านแน่ใจแล้วหรือคะว่ามันไร้ค่าจริง?" รอบกายของเอลีน่าเริ่มมีละอองแสงสีเขียวมรกตเรืองรองออกมาอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าและดินชื้นหลังฝนตกอบอวลไปทั่วห้องโถงหรูหรา ทว่ามันไม่ใช่กลิ่นหอมธรรมดา มันคือแรงกดดันมหาศาลจากพลังเวทโบราณที่หลับใหลมานับร้อยปี! เจ้าชายอาร์เธอร์ที่ประทับอยู่บนเก้าอี้ประธาน ทรงขมวดพระขนมแน่นจนเป็นปม ดวงตาคู่คมจ้องมองอดีตคู่หมั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งประหลาดใจ หงุดหงิด และหวาดระแวง พระองค์ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเอลีน่าผู้เคยอ่อนแอและยอมจำนนต่อพระองค์มาตลอด จะมีรัศมีที่เจิดจ้าและน่าเกรงขามถึงเพียงนี้ "เอลีน่า เจ้ากำลังเล่นสนุกอะไรอยู่" เจ้าชายอาร์เธอร์ตรัสด้วยพระสุรเสียงราบเรียบแต่แฝงแววคุกคาม "การแสดงปาหี่อวดอตรีตตระกูลที่เสื่อมสลายไม่ได้ทำให้เจ้าดูสูงส่งขึ้นมาหรอกนะ กลับไปนั่งที่เสีย แล้วถอนคำพูดเมื่อครู่ซะ ข้าจะถือว่าเจ้าแค่เสียสติไปชั่วขณะ" เอลีน่าหันไปสบพระเนตรของเจ้าชายอาร์เธอร์ทันที ไม่มีร่องรอยความรักหรือความเทิดทูนหลงเหลืออยู่ในดวงตาสีนิลคู่นั้นอีกต่อไป มีเพียงความเยື้ยงยันและความเหยียดหยามที่ปิดไม่มิด "เสียสติหรือเพคะ ฝ่าบาท..." เอลีน่าแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับคมกริบราวน้ำแข็ง "หม่อมฉันมีสติตระหนักรู้ดีกว่าผู้ใดทั้งหมด... และหม่อมฉันมา ณ ที่นี้ ก็เพื่อทวงคืนทุกสิ่งที่พวกท่านเคย 'ปล้น' ไปจากตระกูลวานเดอร์วอลล์อย่างไรล่ะเพคะ" สิ้นคำพูดนั้น เอลีน่าก็สะบัดมือเรียวบางเบาครั้งหนึ่ง! *ครืนนน—!* พื้นหินอ่อนขัดเงาล้ำค่าของห้องโถงจัดเลี้ยงสั่นสะเทือนเบาๆ ท่ามกลางความตกใจของแขกผู้มีเกียรติหลายร้อยชีวิต รากไม้สีทองอร่ามและเถาวัลย์เวทมนตร์หนาแน่นนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุกระเบื้องขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต พวกมันเลื้อยพันเสาหินอ่อนสลักลวดลายวิจิตรอย่างนิ่มนวล ก่อนจะเบ่งบานออกเป็นดอกไม้เรืองแสงนับพันดอกที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ความงามที่เกินกว่าจินตนาการนั้นทำให้ทุกคนในห้องโถงอ้าปากค้าง ลืมหายใจไปชั่วขณะ ดอกไม้เวทมนตร์พฤกษาไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา แต่ละกลีบดอกกำลังปล่อยละอองเวทบริสุทธิ์ที่ฟื้นฟูบรรยากาศรอบตัวให้สดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหล่าขุนนานที่เคยป่วยเรื้อรังต่างรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่ไหลเวียนกลับคืนมาในร่างกายอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่า สำหรับเคานต์โรเบิร์ตและเหล่าขุนนางฝ่ายตรงข้าม รากไม้เหล่านั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บแหลมคมที่เลื้อยมาพันธนาการข้อเท้าของพวกเขาไว้แน่นจนขยับเขยื้อนไม่ได้! "อะ... อะไรกันนี่! เวทมนตร์บ้านี่มันอะไรกัน!" เคานต์โรเบิร์ตกรีดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก พยายามใช้พลังเวทของตนเองทำลายรากไม้สีทองแต่ก็ไร้ผล ยิ่งดิ้น รากไม้ก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น ราวกับพวกมันกำลังสูบพลังเวทของเขาไปจนหมดสิ้น ไม่มีใครกล้าขยับตัว ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแทรก แม้แต่ทหารองครักษ์ประจำราชสำนักนับร้อยที่ยืนล้อมรอบห้อง ก็ยังต้องชะงักค้างเมื่อพบว่าดาบในมือของพวกเขาเริ่มมีใบไม้สีเขียวงอกเงยออกมาและปกคลุมจนใช้การไม่ได้ ลูเซียน คาเวลล์ ดยุกหนุ่มผู้เย็นชาและเก็บตัวมาโดยตลอด ซึ่งนั่งอยู่มุมมืดที่สุดของห้องโถง ค่อยๆ วางแก้วไวน์ในมือลงช้าๆ นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นประกายแสงวาวโรจน์ด้วยความสนใจอย่างถึงที่สุด เขามองหญิงสาวใจกลางห้องที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางทะเลดอกไม้เวทมนตร์ รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา *ผู้หญิงคนนี้... น่าสนใจเกินไปแล้วสินะ* ลูเซียนคิดในใจ เอลีน่าก้าวเข้าไปหาเคานต์โรเบิร์ตที่ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความอับอาย เธอก้มลงมองชายชราที่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว รอยยิ้มบนใบหน้าของเธองดงามราวกับเทพธิดา แต่ในสายตาของคนอื่น เธอกลับดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจจากขุมนรก "จำเอาไว้นะคะ..." เอลีน่ากระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงบ "สิ่งที่ท่านเรียกว่า 'ขยะ' เมื่อครู่... คือสิ่งที่กุมชะตาชีวิตของพวกท่านเอาไว้ทั้งหมดในตอนนี้" บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อแขกเหรื่อต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์สงบลงแล้ว เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานใสก็ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังเวที "ช่างเป็นโชว์ที่น่าประทับใจเสียจริง... พระชายาตัวน้อยของข้า" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอันตรายดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีดำปักด้ายเงินล้ำค่า ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพบุตรแต่แววตากลับว่างเปล่าไร้หัวใจ—องค์ชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรข้างเคียง ผู้ซึ่งควรจะอยู่ที่ชายแดนทางใต้! เอลีน่าชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่คนนั้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้สูงศักดิ์กับภารกิจพลิกโฉมอาณาจักรเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%