"ถอยไป!"
เสียงตะคอกพร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นลั่นห้องทำงานหรู กลิ่นอายของความตายและควันปืนจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง ชายชุดดำไม่ต่ำกว่าห้าคนพรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเอกสารลับบนโต๊ะทำงานและตัวของธันวาเองที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
มินตารากรีดร้องเสียงหลงจนแก้วหูแทบแตก หล่อนวิ่งไปหลบอยู่หลังโซฟาตัวใหญ่ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ผิดกับพอร์ชที่ดวงตาสีดำสนิทกลับวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างท้าทาย ในสถานการณ์ที่ลมหายใจแขวนอยู่บนเส้นด้าย สมองของเขาไม่ได้สั่งให้วิ่งหนี แต่มันกำลังคำนวณความน่าจะเป็นและจุดอ่อนของศัตรูอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักร
"อย่าขยับ!" หัวหน้ากลุ่มชุดดำตะثاردคำราม พร้อมกับเล็งกระบอกปืนเก็บเสียงมาตรงที่ธันวา
ทว่า ก่อนที่นิ้วของมันจะเหนี่ยวไก ร่างสูงโปร่งของพอร์ชก็พุ่งเข้าใส่เก้าอี้หนังแท้แล้วไถลตัวเตะตัดขาเข้าที่ข้อพับของชายฉกรรจ์คนนั้นอย่างแม่นยำ ปืนในมือหลุดร่วงกระแทกพื้น เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นตามด้วยความชุลมุนที่ปะทุขึ้นในเสี้ยววินาที
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มหน้าหวานที่เขาเพิ่งต่อปากต่อคำด้วยเมื่อครู่ จะมีสัญชาตญาณนักล่าซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มเยارยันนั่น
"ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะครับคุณธันวา! อยากเป็นเป้านิ่งให้พวกลูกน้องกระจอกนี่ซ้อมมือหรือไง!" พอร์ชตะโกนลั่นห้องขณะหลบหมัดของชายชุดดำอีกคนที่พุ่งเข้ามา แล้วใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของมันเต็มแรงจนทรุดฮวบคาที่
ธันวากัดฟันกรอด ความหงุดหงิดระคนทึ่งแล่นพล่านในอก มาเฟียหนุ่มไม่ยอมเสียหน้าให้เด็กเมื่อวานซืนดูถูกเป็นครั้งที่สอง ร่างหนาพุ่งเข้าประชิดตัวศัตรูคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ คว้าคอเสื้อแล้วเหวี่ยงกระแทกกระจกตู้โชว์แตกกระจายเสียงดังสนั่น ก่อนจะหันมามองพอร์ชที่ยืนหอบหายใจเบาๆ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ทว่าสายตายังคงคมกริบไม่ต่างจากมีดโกน
ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงซากความเสียหายและร่างของชายชุดดำที่นอนหมดสติเกลื่อนพื้น
มินตราโผล่หน้าออกมาจากหลังโซฟา ใบหน้าซีดเผือด เครื่องสำอางเลอะคราบน้ำตา หล่อนพยายามจะวิ่งเข้าไปเกาะแขนธันวาเพื่อแสดงความหวาดกลัว แต่กลับถูกสายตานิ่งสนิทของชายหนุ่มปัดตกอย่างไม่ไยดี
"ออกไปรอข้างนอก" ธันวาสั่งเสียงเรียบ เย็นชาจนมินตราสะดุ้ง หล่อนเม้มปากแน่นด้วยความแค้นเคืองปนอับอาย ก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปอย่างจำยอม
เมื่อประตูห้องปิดลง ความอึดอัดระลอกใหม่ก็พัดเข้ามาแทนที่ ธันวาหันขวับมามองตัวต้นเหตุที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเพิ่งผ่านการดูหนังรอบดึกมาหมาดๆ ไม่มีความตื่นตระหนกเหลืออยู่บนใบหน้านั้นเลยแม้แต่น้อย
"นายทำบ้าอะไรลงรู้ตัวไหมพอร์ช" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเจือความเกรี้ยวกราดที่พยายามกดไว้ใต้ความนิ่ง "พวกมันไม่ใช่โจรสมัครเล่น! ถ้าพลาดขึ้นมา นายคิดว่าตัวเองจะมีกี่ชีวิตให้ผลาญเล่น!"
พอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มตวัดมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ขาก้าวเข้าไปประชิดตัวมาเฟียหนุ่มทีละก้าวอย่างคุกคาม จนธันวาต้องเป็นฝ่ายถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"แล้วถ้าผมไม่ทำแบบนั้น ป่านนี้คุณคงพรุนเป็นรังผึ้งไปแล้วล่ะครับคุณธันวา" พอร์ชสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย้ยหยันแต่คมคายบาดลึก "ปากบอกว่าเป็นถึงมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล แต่ปล่อยให้คนบุกเข้ามาถึงถิ่นแถมเกือบเอาชีวิตไม่รอด... น่าสมเพชเป็นบ้าเลยนะครับ"
"พอร์ช!" ธันวาคำรามลั่น ขยับเข้าไปประชิดตัวจนหน้าผากเกือบชนกัน ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้แรงกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของอีกฝ่ายไว้แน่น หมายจะให้สำนึกความผิด แต่พอร์ชกลับไม่มีทีท่าจะสะทกสะทอง ดวงตาคู่สวยจ้องมองกลับอย่างท้าทาย ไม่มีแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
"ทำไมครับ? จะฆ่าผมปิดปากอีกคนหรือไง" พอร์ชเอียงคอถาม รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ายวนแต่ท้าทายในคราวเดียวกัน "เชิญเลยครับ ถ้าคิดว่ามือสะอาดพอ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าถ้าไม่มีผม คดีนี้คุณไม่มีวันสาวไปถึงตัว 'หนอนบ่อนไส้' ในบริษัทของคุณได้แน่ๆ"
ธันวาชะงัก นิ้วที่บีบคางอีกฝ่ายคลายน้ำหนักลงโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นอายความตึงเครียดทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด เขารู้ดีว่าเด็กนี่พูดความจริง... เอกสารที่พวกมันต้องการซ่อนอยู่ในเซฟ และมีเพียงพอร์ชกับเขาเท่านั้นที่รู้รหัส
"นายฉลาดเกินไปพอร์ช..." ธันวากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักอยู่ห่างจากริมฝีปากของอีกฝ่ายเพียงแค่คืบ ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันและกัน "และความฉลาดของนายเนี่ยแหละ ที่มันกำลังทำให้ฉัน... อยากจะล่ามโซ่นายขังไว้ไม่ให้ไปไหนซะจริง"
พอร์ชหัวเราะในลำคอเบาๆ ไม่ได้ถอยหนี แถมยังจงใจขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนรู้สึกได้ถึงแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหว
"ฝันไปเถอะครับ..." พอร์ชกระซิบตอบเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม "คนอย่างผม ไม่มีวันยอมตกเป็นเบี้ยล่างของใครทั้งนั้น... โดยเฉพาะคนปากแข็งใจปลาซิวอย่างคุณ"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ มาเฟียหนุ่มจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเจรจาพาทีอย่างถือดีด้วยความรู้สึกที่ยากจะควบคุม เขาอยากจะกดจูบปิดปากช่างเจรจานี่เสียให้เข็ด แต่ก่อนที่สติของเขาจะหลุดลอยไปกับความเย้ายวนตรงหน้า...
*ก๊อกๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของเลขานุการส่วนตัวของธันวาก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนแทบสิ้นสติ
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ตำรวจ... ตำรวจกำลังปิดล้อมตึกเราอยู่ครับ!"
ธันวาและพอร์ชผละออกจากกันทันที ดวงตาของมาเฟียหนุ่มหันขวับกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์วงจรปิดที่กำลังแสดงภาพรถตำรวจนับสิบคันแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าตึกสำนักงานใหญ่
พอร์ชหันกลับมามองธันวา รอยยิ้มบางเบาที่แฝงความหมายลึกซึ้งปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
"ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะสนุกกว่าที่คิดแล้วล่ะครับคุณธันวา"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 4
อย่าคิดว่าผมจะยอม
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!