กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวูดดี้ปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ของธันวาอบอวลอยู่เต็มพื้นที่แคบๆ ในห้องทำงานส่วนตัว แรงกดดันจากร่างสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวทำให้พอร์ชต้องถอยหลังจนสะโพชนิดชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* เบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ
"ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะสนุกกว่าที่คิดแล้วล่ะครับคุณธันวา"
พอร์ชทวนคำพูดทิ้งท้ายของตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปาก ทว่าดวงตากลับคมกริบไร้ความเกรงกลัว ร่างโปร่งเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุจพญาเหยี่ยวของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ แม้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับเจ้าของอาณาจักรธุรกิจร้อยล้านแห่งนี้จะเหลือเพียงแค่คืบเดียวก็ตาม
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาของมาเฟียหนุ่มเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ถูกซ่อนภายใต้หน้ากากความนิ่งสนิท นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาคว้าปลายคางมนของคนตรงหน้าไว้ด้วยแรงบีบพอเหมาะ บังคับให้พอร์ชเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ
"ปากดี... นายคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอะไรอยู่พอร์ช เกมที่นายคิดจะปั่นหัวฉันเพื่อความสนุกอย่างนั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ ธันวากวาดสายตามองริมฝีปากที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขาเมื่อครู่ด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งอยากจะจัดการให้เข็ดหลาบและอยากจะ... ปิดปากรั้นๆ นั่นเสียให้สิ้นเรื่อง
"แล้วคุณธันวาล่ะครับ กำลังหงุดหงิดเพราะเกมมันไม่เป็นไปตามแผน หรือเพราะว่า... เริ่มคุมตัวเองไม่ได้กันแน่" พอร์ชสวนกลับทันควันโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน มือเรียวยกขึ้นแตะทับข้อมือแกร่งที่บีบคางตัวเองอยู่ ออกแรงผลักออกช้าๆ แต่ทว่ามั่น and เด็ดเดี่ยว "ปล่อยครับ ผมไม่ได้ว่างมาเล่นขายของกับคุณทั้งวัน"
"หึ คิดว่าฉันล้อเล่นงั้นสินะ"
ธันวาไม่ยอมปล่อย ยิ่งอีกฝ่ายพยายามดิ้นรน เขากยิ่งเพิ่มแรงตรึงร่างนั้นให้แนบชิดกับโต๊ะทำงานมากขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระส่ำ ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"ฟังให้ดีนะพอร์ช... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป นายมีสถานะเป็นแค่คนของฉัน จำไว้ว่าห้ามไปยุ่ง ห้ามไปส่งยิ้ม ห้ามแม้แต่จะชายตามองหน้าไอ้หน้าอ่อนที่ไหนอีกทั้งสิ้น... เข้าใจที่ฉันพูดไหม"
คำประกาศิตที่มาพร้อมกับน้ำเสียงจริงจังและแววตาหวงก้างแบบไม่ปิดบังทำเอาพอร์ชชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนฉุนเฉียว นี่มันไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่มันคือการแสดงความเป็นเจ้าของที่ไร้เหตุผลสิ้นดี!
"นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไงครับ! ผมเป็นคนนะ ไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานในบ้านของคุณ ถึงมาออกคำสั่งบ้าๆ แบบนี้ใส่" พอร์ชตวาดกลับด้วยความเหลืออด แรงกดดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ "ผมจะคุยกับใคร จะยิ้มให้ใคร มันก็เรื่องของผม คุณเป็นใครถึงมามีสิทธิ์กำหนดกฎเกณฑ์พวกนี้!"
"ฉันเป็นเจ้าหนี้ เป็นคนที่นายต้องชดใช้... และเป็นคนเดียวที่จะสั่งนายได้!" ธันวาตอกกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่ยอมรับพุ่งทะยานจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ "อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นไอ้รุ่นพี่คณะบริหารคนนั้นที่มันเดินมาส่งนายที่หน้าตึกเมื่อวาน หรือไอ้พวกเวรที่มันพยายามเข้ามาทำความรู้จักนายในงานเลี้ยง... ถ้าไม่อยากให้คนพวกนั้นเดือดร้อน ก็ทำตามที่ฉันสั่งซะ!"
บรรยากาศในห้องคุกรุ่นไปด้วยประกายไฟแห่งความขัดแย้ง พอร์ชนัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรำ การที่อีกฝ่ายก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวและขู่จะทำร้ายคนรอบข้าง ทำให้ความอดทนของเขาขาดผึ่งลงทันที
"คุณมันเผด็จการ... เอาแต่ใจตัวเองเป็นเด็กๆ!" พอร์ชเค้นเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชระคนหงุดหงิด "คิดว่าตัวเองมีอำนาจแล้วจะทำอะไรกับใครก็ได้งั้นสิครับ? ฝันไปเถอะว่าคนอย่างพอร์ชจะยอมก้มหัวให้กฎงี่เง่าพวกนั้น!"
สิ้นคำพูด ท่าทางดื้อรั้นและดวงตาที่เปล่งประกายความท้าทายนั้นกลับยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในตัวธันวาให้ลุกโชนขึ้นไปอีก แทนที่จะโกรธ ธันวากลับรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงจนผิดจังหวะ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูขาวสะอาด เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดผ่านไรฟันด้วยความอันตราย
"ถ้านายยังดื้อด้าน... นายก็ลองดูสิ ว่าฉันจะทำอะไรกับคนที่กล้าขัดคำสั่งฉันได้บ้าง"
สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจที่รินรดอยู่ข้างแก้มทำให้ขนลุกซู่ พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ หวาดหวั่น และ... แปลกประหลาดจนอธิบายไม่ถูก เคมีที่ปะทะกันอย่างรุนแรงทำให้ห้องทำงานกว้างดูแคบลงถนัดตา
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศตึงเครียดและสั่นประสาทในห้องลงทันที ธันวาสบถออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ ผละตัวออกจากร่างของพอร์ชด้วยความไม่เต็มใจนัก นัยน์ตาคมกริบหันไปมองบานประตูด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
"เข้ามา" ธันวาปรับน้ำเสียงให้กลับมาเรียบนิ่งเยือกเย็นดังเดิม พยายามซ่อนความระอุที่ยังค้างคาอยู่ในอก
แอ๊ด...
ประตูบานเก๋ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มอย่างประณีตปรากฏขึ้นต่อสายตาของทั้งสองคน
"ธันวาคะ มินรอนานเลย... อ้าว พอร์ช ก็อยู่ด้วยเหรอคะเนี่ย?"
มินตรากวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนใกล้กันเกินความจำเป็นด้วยประกายตาวาววับ รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงงดงาม แต่แววตาที่มองพอร์ชนั้นเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรและคำถามมากมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
พอร์ชถอยหลังเว้นระยะห่างจากธันวาโดยอัตโนมัติ ใบหน้าเรียบเฉยลงทันทีเมื่อเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ขณะที่ธันวากลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่เห็นคู่หมั้นสาวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวโดยไม่นัดหมาย
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรทำลายความเงียบ ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อตรงขึ้นมายังชั้นบนสุดก็เกิดส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากลิฟต์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถือแฟ้มเอกสารสำคัญพุ่งตรงมาที่หน้าห้องทำงาน... และเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องดิ่งวูบลงทันที
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ หุ้นส่วนรายใหญ่ถอนทุนกะทันหัน และคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้... คือคนใกล้ตัวของคุณครับ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนแบล็กสมิธในตำนานเสมอนะครับ
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 5
ห้ามทำเกินคำสั่ง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!