“ผมมาทำหน้าที่เลขาฯ ส่วนตัวของคุณ ไม่ใช่แขกที่ต้องรอการ์ดเชิญ และผมก็คิดว่า... การที่คนระดับคุณธันวาไม่รู้วิธีการล็อกประตูห้องทำงานตัวเองก่อนจะทำเรื่องลับๆ ล่อๆ มันคงไม่ใช่ความผิดของผมหรอกนะครับ”
พอร์ชสวนกลับทันควัน นัยน์ตาเรียวคมจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้บึ้งตึงราวกับพายุเข้า ทั้งที่มือยังถือแฟ้มเอกสารแน่นเหมือนโล่กำบัง
ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาขยับตัวจากเก้าอี้หนังราคาแพง ก้าวยาวๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าพอร์ชจนคนตัวเล็กกว่าต้องถอยหลังไปพิงขอบโต๊ะทำงาน แผ่นอกแกร่งของชายหนุ่มบดบังแสงไฟจนเกิดเงาทาบทับร่างของเขา
“ปากเก่งนักนะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดใบหู “จำใส่กะลาหัวไว้ด้วยว่า ที่นี่กฎคืออะไร และคนอย่างผม... เกลียดที่สุดคือพวกชอบสอดรู้สอดเห็น”
“ถ้ากลัวคนสอดรู้ ก็จ้างคนที่เอาแต่ก้มหน้ารับคำสั่งสิครับ ไม่ใช่จ้างคนอย่างผม” พอร์ชเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเขาไม่มีแววหวาดหวั่น แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก “เพราะถ้าคุณอยากได้หุ่นยนต์ ผมแนะนำให้ไปซื้อในห้างสรรพสินค้าแทนการจ้างเลขานะครับคุณธันวา”
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของธันวาผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารและแรงอารมณ์คุกรุ่นที่อบอวลอยู่รอบตัว
จังหวะที่มือหนาของธันวากำลังจะเอื้อมมาคว้าข้อมือของพอร์ชเพื่อสั่งสอนให้รู้สำนึก เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบที่กำลังจะปะทุ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
ไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต บานประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ มินตราก้าวเข้ามาพร้อมชุดเดรสแบรนด์เนมราคาเหยียบแสน เธอกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาเหยียดหยามที่ปิดไม่มิด
“ธันวาคะ... มินได้ยินว่าคุณจ้างเลขาใหม่แล้ว ทำไมต้องเป็นผู้ชายหน้าตาจืดชืดแบบนี้ด้วยล่ะคะ หรือว่าช่วงนี้คุณมีรสนิยมเปลี่ยนไป?” น้ำเสียงของมินตรากรีดกรายราวกับเสียงกรีดกระจก พอร์ชขมวดคิ้วฉับ ไม่ใช่เพราะคำสบประมาท แต่เพราะรังสีความรำคาญที่เขาสัมผัสได้จากธันวา
ธันวาถอยห่างจากพอร์ชทันที ท่าทางของเขาเปลี่ยนจากเสือที่พร้อมขย้ำเป็นชายหนุ่มมาดนิ่งที่แสนเย็นชาอย่างกะทันหัน
“ผมทำงานอยู่ มินตรา... ถ้าคุณไม่มีเรื่องด่วนกรุณาออกไปก่อน”
“ด่วนสิคะ ก็งานเลี้ยงการกุศลวันเสาร์นี้ มินมีเรื่องจะปรึกษาเรื่องชุดกับคุณ... อ้อ แล้วก็เรื่องที่จะเปิดตัวมินในฐานะคู่หมั้นของคุณต่อหน้าสื่อด้วย” มินตราเดินเข้ามาใกล้ ธันวาเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนพลางส่งสายตาอาฆาตมาทางพอร์ชเป็นเชิงสั่งว่า *‘อย่าแม้แต่จะขยับไปไหน’*
พอร์ชทำเพียงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เขาเดินไปหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาจัดระเบียบราวกับคนไม่มีตัวตน แต่หูก็คอยเงี่ยฟังการสนทนาอย่างตั้งใจ
“ผมยังไม่ได้ยืนยันเรื่องงานเลี้ยง” ธันวากล่าวเสียงเรียบ “แล้วเรื่องคู่หมั้น... ผมว่าเราตกลงกันชัดเจนแล้วนะมินตรา อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ”
“แต่นั่นมันงานของผู้ใหญ่!” มินตราขึ้นเสียงสูง ใบหน้าสวยสะพรั่งเริ่มบิดเบี้ยวเพราะความไม่พอใจ ก่อนจะหันมาแผ่รังสีใส่พอร์ช “แก! ออกไปรอข้างนอกเดี๋ยวนี้ ฉันมีเรื่องส่วนตัวจะคุยกับธันวา”
พอร์ชเงยหน้าขึ้น สบตามินตราด้วยสายตาที่เรียบเฉยแต่เย็นเยือกจนอีกฝ่ายต้องชะงัก
“ขอโทษนะครับคุณมินตรา” พอร์ชเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแบบที่ฟังแล้วน่าหมั่นไส้ที่สุด “แต่หน้าที่ของผมคือจัดตารางงานให้คุณธันวา และตอนนี้ตารางของคุณธันวาคือการสะสางงานที่คั่งค้าง ไม่ใช่การรับแขก... โดยเฉพาะแขกที่ไม่ได้รับเชิญครับ”
“แกกล้าไล่ฉันเหรอ!” มินตราก้าวเข้ามาจะตบหน้าคนตรงหน้า แต่ธันวาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน
“พอร์ชออกไปก่อน” ธันวาสั่งด้วยน้ำเสียงดุดัน พอร์ชจ้องหน้าพระเอกหนุ่มก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยแล้วเดินไปที่ประตู
ทว่า... ในจังหวะที่มือของเขากำลังจะหมุนลูกบิดประตู แรงกระชากจากมือหนาของธันวาก็หยุดเขาไว้ พอร์ชเซไปปะทะแผ่นอกกว้างอีกครั้ง แต่คราวนี้ธันวาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างหูเขา
“ยังไปไหนไม่ได้... อยู่ตรงนี้แหละ” ธันวากระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจพอร์ชกระตุกวูบ “ในเมื่ออยากเป็นเลขาฯ ของผมนัก ก็ต้องรู้วิธีจัดการกับแขกที่น่ารำคาญพวกนี้ด้วย... ถ้าทำไม่ได้ ก็ลาออกไปซะตั้งแต่วินาทีนี้”
พอร์ชเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของคนเอาแต่ใจ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายแห่งการท้าทาย
“ได้ครับ... ถ้าคุณสั่ง ผมก็พร้อมจะจัดการ”
สิ้นคำพูดของพอร์ช เขาก็หันไปเผชิญหน้ากับมินตราอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูใจดีแต่แฝงไว้ด้วยความคมกริบแบบที่คนมองยังต้องขนลุก โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล
ในจังหวะที่มินตรากำลังจะอ้าปากด่าทอ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นสั้นๆ เขาเหลือบมองข้อความบนหน้าจอเพียงครู่เดียว ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นเคร่งขรึมและหวาดหวั่นอย่างประหลาด เขาปล่อยมือจากพอร์ชแล้วรีบคว้าสูทขึ้นมาสวมทันที
“ยกเลิกทุกตารางงานหลังจากนี้” ธันวาสั่งด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ก่อนจะมองมาที่พอร์ชด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก “พอร์ช... ตามฉันมา นี่ไม่ใช่คำสั่งเลขาฯ แต่นี่คือคำสั่งชีวิตของเธอ!”
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่กรูเข้ามาภายในห้องทำงานของธันวา ท่ามกลางความตกตะลึงของมินตรา พอร์ชสัมผัสได้ทันทีว่าเกมที่เขากำลังคุมอยู่ได้เปลี่ยนสถานะกลายเป็น 'เกมเอาชีวิตรอด' ไปเสียแล้ว
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 3 นะครับ ผมหวังว่าท่านจะสนุกกับความเข้มข้นในครั้งนี้ครับ
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 3
สงครามประสาทเริ่มขึ้นแล้ว
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!