เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาตึกสูงระฟ้าของย่านใจกลางเมืองดังสนั่น ลมหายใจอุ่นๆ ของพอร์ชพ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดระคนเหลือเชื่อ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบกริบของธันวา ผู้ชายที่กำลังนั่งไขว่ห้างประสานมือมองเขาด้วยสายตานิ่งเรียบราวกับเจ้าชีวิต
"เลขาหน้าห้อง?" พอร์ชทวนคำ เสียงลอดไรฟัน "คุณสมقองเพี้ยนไปแล้วหรือไงธันวา สัญญาแต่งงานบ้าบออะไรนั่นเราก็ตกลงกันแค่ในกระดาษ เพื่อตบตาผู้ใหญ่ไม่ใช่หรือไง ทำไมผมต้องมานั่งตอกบัตรเป็นเบ๊คุณด้วย"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ทว่ากดดัน "ตบตาผู้ใหญ่? นายคิดตื้นเกินไปหรือเปล่าพอร์ช คนอย่างพ่อฉันถ้าไม่เห็นหลักฐานตำตาว่าเรา 'ข้าวใหม่ปลามัน' จนต้องตัวติดกันแจ มีหวังแผนทุกอย่างล่มไม่เป็นท่า... และอีกอย่าง ในฐานะที่นายได้ชื่อว่าเป็น 'ภรรยา' ในนาม การทำหน้าที่ดูแลสามีตั้งแต่ก้าวเข้าบริษัท มันก็สมเหตุสมผลดีไม่ใช่หรือไง"
คำว่า *ภรรยาในนาม* ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำพักน้ำแรงที่กวนประสาทเป็นบ้า พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ขยับเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือเรียวท้าวสะเอวอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีมาเฟียหน้าไหนทั้งสิ้น
"ฝันไปเถอะ! ผมเป็นหุ้นส่วนชีวิตตามสัญญา ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย อยากได้เลขาชงกาแฟเดินเอกสาร เชิญไปเปิดรับสมัครสอบข้อเขียนโน่นครับท่านประธานผู้สูงส่ง!"
ธันวาไม่โกรธสักนิด กลับหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสีเข้มคมกริบไหววูบชั่วขณะยามที่พอร์ชโน้มตัวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละก้าวอย่างคุกคาม จนพอร์ชต้องผถอยหลังกรูดไปติดขอบกระจกใสโดยอัตโนมัติ
"เงินเดือนห้าแสน โบนัสปลายปีอีกสี่เดือน สวัสดิการรักษาพยาบาลยันโคตรเหง้า... ยังน้อยไปสำหรับตำแหน่ง 'เลขาหน้าห้อง' ของฉันอีกงั้นเหรอพอร์ช" ธันวาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าชิดริมใบหู "หรือกลัวว่า... ถ้าต้องมานั่งใกล้ฉันทั้งวัน นายจะห้ามใจตัวเองไม่ให้มองหน้าฉันไม่ไหว?"
พอร์ชสะท้านเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปและไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านเข้ามา ปากเก่งๆ ของเขาเกือบจะพ่นคำด่าทอออกไปแล้ว หากแต่ดวงตาคมกริบที่มองตรงมานั้นกลับสะท้อนเงาของเขาชัดเจนเกินไป—เงาของความหวั่นไหวที่พอร์ชเกลียดนักหนา
"หลงตัวเองชะมัด" พอร์ชสวนกลับทันควัน มือบางดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่ธันวากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน "คนอย่างคุณต่อให้เหลือผู้ชายคนสุดท้ายบนโลก ผมก็ไม่มีวันเอามาทำสามีหรอกครับ... จำใส่กะโหลกไว้ด้วย!"
"ปากดีนัก" ธันวาพึมพำ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่กำลังดันอกตัวเองไว้ รวบมันรวบเดียวแล้วตรึงไว้กับกระจกด้านหลังอย่างง่ายดาย ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นรดรินอยู่บนพวงแก้ม "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นหน่อยสิว่านายแน่จริง... เริ่มงานตั้งแต่ตอนนี้เลย เลิกงาน ห้ามกลับก่อนฉันเข้าใจไหม"
พอร์ชนัยน์ตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เคมีที่ประทะกันรุนแรงทำให้ห้องทำงานกว้างขวางดูแคบลงถนัดตา เขากำกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบสักประโยค
ทว่า...
*แกร็ก!*
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีชะงักกึกทันทีที่เห็นภาพคนทั้งสองยืนชิดติดกันแนบชิดในระยะประชิด
"ธันวาคะ? นี่มัน... หมายความว่ายังไงกัน"
มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว ปลายนิ้วที่ถือกระเป๋าแบรนด์ดังจิกแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน ดวงตาสาดประกายความริษยามาที่พอร์ชอย่างไม่ปิดบัง
ธันวาผละตัวออกจากพอร์ชอย่างรวดเร็ว สีหน้าแววตาเปลี่ยนกลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งไวกว่าพลิฝ่ามือ ร่างสูงจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่พลางปรายตามองคู่หมั้นสาวที่บุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยความรำคาญใจ
"เธอมาทำอะไรที่นี่ มินตรา... ใครอนุญาตให้เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 2
ปากดีนัก ระวังตัวให้ดี
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!