ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 37

ตามหาหัวใจคืน

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงกระแทกประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยชั้นบนสุดดังสนั่นจนโครงสร้างแทบสะเทือน ธันวาไม่สนใจว่าเลขาหน้าห้องจะทำหน้าตื่นตระหนกแค่ไหนเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมเยือกเย็น กำลังเดินดุ่มๆ ออกไปด้วยสีหน้าถมึงทึงราวกับยมทูตถือเคียว มาดประธานบริษัทผู้ไร้เทียมทานและมาเฟียผู้คุมเครือข่ายธุรกิจใต้ดินถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปตั้งแต่ประโยคสุดท้ายที่เขาพ่นใส่โทรศัพท์มือถือเมื่อสิบนาทีที่แล้ว *“คืนนี้... นายเตรียมตัวรับโทษหนักได้เลยพอร์ช ในฐานะที่ทำให้ฉันต้องทรมานมาสามวันเต็มๆ...”* แต่นั่นคือเสียงปลายสายที่ตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ตามด้วยสัญญาณตู้โทรศัพท์สาธารณะแถบชานเมืองที่ไร้การตอบรับ ให้ตายสิ... กล้าดียังไงถึงหนีเขาไปอีกรอบ! ภายในรถยนต์สปอร์ตคันหรูที่พุ่งทะยานผ่านสายฝนโปรยปรายยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร ธันวากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วปูดโปน ดวงตาคมกริบกวาดมองสองข้างทางผ่านกระจกที่ถูกปัดด้วยใบปัดน้ำฝนความเร็วสูงสุด ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านในอกจนแทบหายใจไม่ออก แต่มันไม่ใช่ความโกรธเกลียด... มันคือความร้อนรนบ้าคลั่งที่กัดกินหัวใจเขามาสามวันเต็ม นับตั้งแต่วันที่พอร์ชทิ้งกระดาษโน้ตแผ่นเล็กไว้บนโต๊ะ พร้อมกับแหวนหมั้นที่เขาเคยยัดเยียดให้ *“ถ้าไม่อยากให้ผมอ้วกใส่หน้าคุณอีกรอบ กรุณาอย่าส่งผู้หญิงคนนั้นมาให้ผมเห็นหน้าอีก... และขอบคุณสำหรับเงินค่าจ้างสามวันที่ผ่านมาครับ คุณธันวา”* ข้อความกวนประสาทที่ยังติดอยู่ในหัวทำให้มุมปากของคนตัวโตกระตุกเกร็ง มินตรางั้นเหรอ? ผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้นเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ผู้ใหญ่จัดฉับพลันเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ไอ้เด็กดื้อพอร์ชกลับใช้มันเป็นข้ออ้างในการตีตัวออกห่าง ประชดประชัน และระเหิดหายไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย รถสปอร์ตเบรกเอี๊ยดเข้าจอดหน้าอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ย่านฝั่งธนฯ สถานที่หลบภัยแห่งเดียวที่ไอ้ตัวแสบชอบใช้ซุกหัวนอนเวลาหนีปัญหา ธันวาไม่แม้แต่จะรอให้เครื่องยนต์ดับสนิท เขาสกิดเปิดประตูแล้วก้าวลงไปท่ามกลางสายฝนโดยไม่สนว่าสูทราคาแพงจะเปียกชุ่ม เสื้อผ้าแนบไปกับแผงอกกว้าง ขับเน้นรูปร่างสง่างามเยี่ยงนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว ก๊อกๆๆ! เสียงทุบประตูห้องพักหมายเลข 404 ดังสนั่นลั่นตึก ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบงันที่เสียดแทงประสาท "พอร์ช! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" ธันวาตะโกนคำรามลอดไรฟัน เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกระลอกจนห้องข้างๆ เปิดประตูออกมามองด้วยความตกใจ แต่พอเจอสายตาดุร้ายระดับฆาตกรของมาเฟียหนุ่มเข้าไป เจ้าของห้องก็รีบงับประตูกลับแล้วล็อกกลอนแทบไม่ทัน "อย่าให้ผมต้องพังประตูเข้าไปนะพอร์ช คุณรู้ว่าผมทำจริง!" แกร็ก... เสียงกลอนประตูด้านในหมุนขยับ ธันวาไม่รอช้า เขากระชากบานประตูเปิดผางด้วยแรงทั้งหมดที่มี ร่างสูงโปร่งของพอร์ชที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉยปรากฏแก่สายตา ดวงตากลมโตคู่สวยมองเขาอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย ท่าทีสุขุมเกินเบอร์นั้นยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในอกของธันวา "พังประตูเข้ามาแบบนี้... ถ้าค่าซ่อมบานพับหลุด ผมไม่จ่ายหรอกนะครับคุณธันวา" พอร์ชเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ รอยยิ้มเยาะหยันบางเบาปรากฏบนริมฝีปากหยักสวย ธันวาก้าวพรวดเดียวเข้าไปประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ แผ่ซ่านคุกคามพื้นที่ส่วนตัวจนพอร์ชต้องเผลอกลั้นหายใจ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วกระชากเข้ามาประชิดแผงอก แຮງบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันสั่นเทาด้วยความอัดอั้นที่เก็บกดมาสามวัน "สนุกมากไหมที่ทำให้ฉันเป็นบ้าอยู่คนเดียว?" ธันวากัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "สามวัน... นายหายหัวไปสามวันโดยไม่บอกกล่าว ทิ้งข้อความทุเรศๆ ไว้ แล้วยังกล้าบล็อกเบอร์ฉันอีกเหรอพอร์ช!" พอร์ชหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจสภาพของมาเฟียหนุ่มที่ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวเปียกโชก เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงปรกลานตาสุดเซ็กซี่ แต่วิธีการพูดกลับสวนทางกับความหล่อเหลานั้นโดยสิ้นเชิง "อ้าว นึกว่าคุณธันวาจะยุ่งอยู่กับคู่หมั้นคนสวยซะอีก เห็นควงกันไปดินเนอร์ออกสื่อจนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ซะขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราว... เอ้ย อดีตลูกจ้าง จะกล้าไปรบกวนเวลาสวีทได้ยังไงล่ะครับ" "หึง?" ธันวาหรี่ตาลง น้ำเสียงทุบต่ำลงจนน่ากลัว แต่แฝงไปด้วยประกายความไหววูบในแววตาที่พอร์ชไม่อาจมองข้าม "นายกำลังหึงเรื่องมินตรา?" "เพ้อเจ้อ!" พอร์ชสวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความฮึดฮัด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธหรือเพราะความจริงที่ถูกจี้ใจดำ "ผมแค่รำคาญ! รำคาญเสียงโทรศัพท์ที่โทรมาจิกหัวใช้ราวกับผมเป็นทาสในเรือนเบี้ย และรำคาญหน้าคุณที่ตามหลอกหลอนแม้กระทั่งในความฝัน!" "ดี..." ธันวาแค่นAยิ้มเหี้ยม มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นล็อกท้ายทอยของคนตัวเล็กกว่า บังคับให้แหงนเงยขึ้นรับสัมผัสร้อนผ่าวจากปลายนิ้วที่ลูบไล้กรอบหน้า "ในเมื่อบอกว่าฉันตามหลอกหลอนในฝัน งั้นก็ตื่นมารับความจริงซะที... ว่านายหนีฉันไม่พ้นหรอกพอร์ช" หัวใจของพอร์ชกระตุกวูบ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ชิดทำให้สติที่ตั้งกำแพงมาตลอดสามวันเริ่มสั่นคลอน ปากเก่งๆ ที่เคยต่อล้อต่อเถียงเริ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสายตาคมกริบคู่นั้นเคลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากของเขาอย่างจดจ่อ "ปล่อยนะ..." พอร์ชพยายามดันอกแกร่งออก แต่แรงของเขากลับเทียบไม่ได้เลยกับอ้อมแขนที่โอบรัดราวกับคีมเหล็กของคนตรงหน้า "ไม่ปล่อย จนกว่าจะได้ยินคำตอบ..." ธันวากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความพร่าสั่นที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างแนบเนียน "ทำไมถึงหนี? ตอบฉันมาพอร์ช... ถ้านายกล้าพูดว่าไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะยอมปล่อยนายไป" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักแคบๆ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงซัดสาดกระทบกระจกด้านนอก พอร์ชเบือนหน้าหนีสายตาคุกเข่าอ้อนวอนที่แฝงอยู่ในแววตาของมาเฟียหนุ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ไอ้คนบ้าเอ๊ย... ทำไมต้องใช้ไม้นี้ตลอดวะ! มือบางที่ดันแผงอกเขาอยู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทเปียกชื้นของอีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สมองประมวลผลความเสี่ยงทั้งหมด แต่มันกลับพังทลายลงราบคาบเมื่อปลายนิ้วอุ่นของธันวาเกลี่ยไล้ลงบนพวงแก้มแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้ขอบตาของพอร์ชร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "คุณมัน... เอาแต่ใจที่สุด..." พอร์ชพึมพำเสียงเครือ ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นของตัวเองและคนตรงหน้าในที่สุด "รู้ตัวก็ดี..." ธันวาอมยิ้มมุมปาก ประกายตาพึงพอใจฉายชัด เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดจนร้อนผ่าว "เตรียมตัวเก็บกระเป๋าซะ... คืนนี้ นายต้องกลับไปนอนเตียงเดียวกับฉัน" พอร์ชเบิกตากว้าง หันขวับกลับมาเตรียมจะด่ากราดใส่ความเผด็จการนั้น แต่ทว่า... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงหวานแหลมที่ตะโกนทะลุเข้ามาจากด้านนอก ทำให้ทั้งธันวาและพอร์ชต้องชะביกึกไปพร้อมกัน "พี่ธันวาคะ! อยู่ข้างในหรือเปล่า? มินตราเดินหาทั่วตึกแล้วนะ... ทำไมไม่รับโทรศัพท์น้องล่ะคะ!" สิ้นเสียงนั้น สีหน้าของธันวาที่กำลังเคลิบเคลิ้มแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนดั่งพายุเข้าทันที ในขณะที่พอร์ชกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างเยдяยัน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความท้าทาย "อ้าว... คู่หมั้นตัวจริงเสียงจริงมาตามหาถึงที่นี่แล้วนี่ครับ" พอร์ชเอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยชาย ดันอกแกร่งออกเบาๆ แล้วผถายมือไปทางประตู "เชิญคุณธันวาเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อนเถอะครับ... เชิญ!" ธันวากัดฟันกรอดด้วยความหัวเสียขั้นสุด เขาสบถในลำคออย่างหัวเสียก่อนจะหันกลับมามองคนตัวแสบที่ทำท่าลอยชายไม่รู้ร้อนรู้หนาว "อย่าเพิ่งได้ใจไปพอร์ช..." ธันวาโน้มตัวกระซิบด้วยน้ำเสียงกดต่ำจนอันตราย "จัดการยัยนี่เสร็จเมื่อไหร่... ตาพอร์ชต่อแน่นอน เตรียมตัวรับโทษหนักได้เลย!" พูดจบ มาเฟียหนุ่มก็หันหลังก้าวฉับๆ ตรงไปกระชากประตูห้องเปิดผางออกเผชิญหน้ากับต้นเหตุความวุ่นวายด้านนอก ทิ้งให้พอร์ชยืนใจเต้นรัวอยู่เบื้องหลังพร้อมกับรอยยิ้มท้าทายที่จุดประกายขึ้นในความมืด --- ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%