ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 36

เมื่อไม่มีนายอยู่ข้างๆ

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าเอกสารชุดนี้ต้องเซ็นอนุมัติก่อนเที่ยง!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบจนน่ารำคาญ บัดนี้กลับตวัดสูงด้วยความหงุดหงิดจนเลขาฯ หน้าห้องสะดุ้งสุดตัว ธันวาขว้างปากี่ยมูฟฟาร์ลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองรายงานในมือราวกับมันคือศัตรูคู่อาฆาต แต่หากใครได้สังเกตลึกลงไปในแววูบไหวคู่นั้น จะรู้ทันทีว่าความหัวเสียในเวลานี้ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของบริษัท แต่มันเกิดจาก 'ความเงียบ' เงียบเกินไป... คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยมีเสียงฝีเท้ากวนประสาท เสียงบ่นงึมงำ หรือแม้แต่เสียงเปิดตู้เย็นหาของกินตอนตีสองของใครบางคน บัดนี้มันว่างเปล่าจนน่าหงุดหงิด ตั้งแต่ที่พอร์ชหิ้วกระเป๋าใบเล็กออกจากเพนต์เฮาส์ไปเมื่อสามวันก่อน โดยทิ้งแหวนหมั้นราคาแพงไว้บนโต๊ะรับแขกพร้อมข้อความสั้นๆ ว่า *‘หมดเวลาเล่นเกมจับผิดแล้วครับคุณธันวา เชิญเล่นคนเดียวให้สนุกนะ’* ธันวาแค่นหัวเราะกับตัวเองเบาๆ พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ปากร้ายๆ เคยบอกตัวเองว่าดีเสียอีกที่เด็กนั่นออกไป ชีวิตเขาจะได้กลับมาสงบสุข ไร้เสียงเถียงคำไม่ตกฟาก ไร้สายตาดื้อรั้นที่ชอบท้าทายอำนาจมืดของเขา... แต่ทำไมวะ? ทำไมลมหายใจแต่ละเฮือกในช่วงสามวันที่ผ่านมามันถึงได้กร่อยสิ้นดี กาแฟรสชาติเยี่ยมบนโต๊ะกลับจืดชืด รสชาติอาหารในภัตตาคารหรูไร้ความน่าพิสมัย และที่สำคัญที่สุด... หัวใจที่เคยแข็งกระด้างราวกับหินผา กลับรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ จนร้าวราน "คุณธันวาครับ... คุณมินตรามารอพบที่ห้องรับแขกด้านล่างครับ" เสียงเลขาฯ ดังผ่านอินเตอร์คอม ดึงสติมาเฟียหนุ่มให้หลุดออกจากภวังค์ ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจทวีคูณ มินตรา... คู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ ยัยผู้หญิงที่พยายามเข้ามาตีสนิทจนน่ารำคาญ และเป็นต้นเหตุทางอ้อมที่ทำให้พอร์ชตัดสินใจหันหลังเดินจากไปในวันนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะคุณผู้หญิงที่บ้านบังคับให้เขาต้องรักษามารยาททางสังคม ป่านนี้เขาคงสั่งให้บอดี้การ์ดโยนเธอออกนอกตึกไปนานแล้ว "บอกเธอว่าผมไม่ว่าง ติดประชุมสำคัญ" ธันวาตอบเสียงห้วน เตรียมกดตัดสาย "เอ่อ... แต่คุณมินตราอ้างว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคุณพอร์ชมาแจ้งครับ..." กริ๊ก! ธันวาวางสายทันทีโดยไม่ต้องรอให้เลขาฯ พูดจบ เก้าอี้หนังราคาแพงหมุนวนกลับด้วยแรงเหวี่ยงที่เจ้าตัวลุกขึ้นยืนพรวด ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานด้วยท่าทีคุกคาม นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความกังวลที่ถูกซ่อนภายใต้หน้ากากความเย็นชา พอร์ชน่ะรึ? ยัยเด็กดื้อนั่นไปเกี่ยวอะไรกับมินตราอีก หรือว่าผู้หญิงคนนั้นกล้าไปหาเรื่องพอร์ชถึงที่ทำงาน! เมื่อก้าวลงมาถึงห้องรับแขกวีไอพี มินตรากำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาด้วยท่าทีระรื่น นัยน์ตาคู่สวยภายใต้ขนตาปลอมหนาชำเลืองมองมาทางเขาด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า "มาช้าจนะคะคุณธันวา นึกว่ามัวแต่คิดถึงใครจนลืมว่ายังมีคู่หมั้นรออยู่ซะอีก" มินตราเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ "มีธุระอะไรก็ว่ามา ผมมีเวลาให้คุณไม่ถึงห้า นาที" ธันวาไม่เสียเวลาอ้อมค่ำ มือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกงสลوبท่าทีเย่อหยิ่ง ทว่าสันกรามกลับขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน "แล้วอย่าเอabeชื่อพอร์ชมาเล่นตลก ไม่งั้นคุณจะไม่มีที่ยืนในสังคมไฮโซนี่แน่" มินตราหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเจอสายตาดุร้ายของชายหนุ่ม เธอวางถ้วยแบล็กทีลงกระทบจานรองเสียงดังกร๊อง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสมเพช "แหม... หวงก้างเสียจริงนะคะ ทั้งที่เด็กนั่นสะบัดตูดหนีคุณไปซะขนาดนั้น แถมตอนนี้..." มินตราจงใจเว้นจังหวะเพื่อดูปฏิกิริยา "เด็กนั่นกำลังไปได้สวยกับโปรเจกต์ใหม่ที่บริษัทคู่แข่ง แถมยังมีหนุ่มหล่อดีกรีนักเรียนนอกตามตื๊อไม่ห่าง... ว้าว ท่าทางคุณพอร์ชจะขายดิบขายดีจนลืมมาפมาเฟียปากแข็งแถวนี้ไปแล้วมั้งคะ" คำพูดนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากวิญญาณออกจากร่าง ธันวารู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาอัดแน่นที่ขมับ ขากรรไกรขบกันจนได้ยินเสียงกรามบดเข้าหากัน หน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธกسนผสมความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ไอ้หน้าไหนกล้าเข้าใกล้คนของเขา! "พูดจบหรือยัง?" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาคู่นั้นดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อเป็นชิ้นๆ "ถ้าจบแล้วก็ไสหัวออกไปจากตึกของผมซะ! ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วลืมไปว่าคุณเป็นผู้หญิง!" มินตราหน้าถอดสี เธอไม่คิดว่าธันวาจะแสดงอาการคลั่งรักจนขาดสติขนาดนี้ ร่างระหงรีบคว้ากระเป๋าถือแล้วก้าวถอยหลังออกไปอย่างหวาดกลัว ทิ้งให้มาเฟียหนุ่มยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบงัน ธันวากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ภาพใบหน้าหวานที่มักจะเชิดใส่เขาเสมอ ลอยวนเวียนอยู่ในสมองไม่ยอมหยุด สามวันที่ผ่านมา... เขาคิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่าอีกฝ่ายคงทนอยู่คนเดียวไม่ได้ เดี๋ยวก็คงคลานกลับมาอ้อนขอคืนดีที่เพนต์เฮาส์เหมือนทุกครั้ง แต่เปล่าเลย... พอร์ชไม่ได้ง้อ เขากลับก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้เขาจมอยู่กับความทรมานและความคิดถึงที่กัดกินหัวใจจนแทบคลั่ง *ให้ตายสิ... นายมันโง่เง่าสิ้นดี ธันวา* เสียงก้องในหัวตะโกนด่าตัวเองอย่างเจ็บปวด เขานี่แหละคือ 'หมาโบ้' ของแท้และดั้งเดิม หมาปากแข็งที่เอาแต่ฟอร์มจัด กลัวเสียฟอร์ม กลัวการยอมรับว่าหัวใจดวงนี้พ่ายแพ้ให้กับเด็กปากจัดคนนั้นราบคาบ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่รอยยิ้มกวนประสาทและสายตาดื้อรั้นนั่นกลายเป็นส่วนหนึ่งในลมหายใจของเขา? ร่างสูงหมุนตัวกลับทันทีอย่างไร้ความลังเล คว้ากุญแจรถสปอร์ตบนโต๊ะทำงานแล้วพุ่งตัวออกไปจากบริษัทด้วยความเร็วแสง เป้าหมายเดียวในหัวตอนนี้คือการไปลากตัวเด็กดื้อคนนั้นกลับมา ไม่ว่าอีกฝ่ายจะใช้กำแพงความเย่อหยิงมาขวางกั้นแค่ไหน เขาก็จะพังมันด้วยสองมือนี้เอง! รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานผ่านถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุน หัวใจของมาเฟียหนุ่มเต้นโครมครามด้วยความหวาดกลัว... กลัวว่าจะช้าไป กลัวว่าพอร์ชจะหลุดมือเขาไปจริงๆ ใช้เวลาไม่นาน รถก็จอดเทียบท่าหน้าอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ย่านชานเมืองที่พอร์ชเลือกย้ายกลับมาอยู่ ธันวาก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเร่งรีบ ขายาวก้าวขึ้นบันไดทีละสองขั้นอย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย จนกระทั่งมาหยุดยืนหอบหายใจอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 402 เขายกมือขึ้นทำท่าจะเคาะประตู แต่แล้วจังหวะการเคลื่อนไหวก็ต้องชะงักง้างค้างไว้กลางอากาศ เมื่อได้ยินเสียงหัวพูดคุยกันดังเล็ดลอดออกมาจากด้านใน... เป็นเสียงของพอร์ช... และเสียงทุ้มต่ำของชายอื่นที่ฟังดูสนิทสนมเกินความจำเป็น! "ขอบคุณสำหรับมื้อนี้นะครับพี่กรณ์ ถ้าไม่ได้พี่ช่วยเคลียร์เอกสารให้ ผมคงนั่งปวดหัวถึงเช้าแน่เลย" เสียงใสเอ่ยเย้าแหย่ด้วยรอยยิ้มที่ธันวาจำได้แม่นว่ามันเคยส่งให้เขาคนเดียว "เรื่องแค่นี้เองครับพอร์ช เพื่อคนเก่ง พี่เต็มใจอยู่แล้ว... ว่าแต่เราน่ะ เมื่อไหร่จะยอมใจอ่อนย้ายไปอยู่คอนโดพี่สักที อยู่ที่นี่ทั้งแคบทั้งอันตราย" เสียงผู้ชายคนนั้นเอ่ยตอบด้วยน้ำเจือความเอ็นดู กริ๊ง... เหมือนเสียงระฆังพังทลายสติสัมปชัญญะทั้งหมดของธันวา เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงในเสี้ยววินาทีนั้น ความหึงหวงพุ่งทะลุขีดจำกัดจนควบคุมตัวเองไม่ได้ มือหนาผลักประตูห้องไม้เก่าๆ เสียงดัง *ปัง!* จนบานประตูเกือบหลุดจากวงกบ พอร์ชที่กำลังยืนยิ้มรับของจากชายหนุ่มรุ่นพี่สะดุ้งสุดตัวหันขวับมามอง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่คาดคิด เมื่อพบว่าผู้บุกรุกยามวิกาลคือร่างสูงของมาเฟียหนุ่มที่ควรจะนั่งหัวเสียอยู่บนหอคอยงาช้าง "คุณ... ธันวา?!" พอร์ชอุทานเสียงหลง ร่างบางถอยหลังกรูดไปชนขอบโต๊ะทำงาน ธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ นัยน์ตาดุดลุกโชนด้วยไฟโทสะที่พร้อมแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล เขาไม่สนใจผู้ชายแปลกหน้าอีกต่อไป สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างบางที่ดูผอมลงไปนิดหน่อยอย่างเจ็บแปลบในอก ก่อนจะพุ่งเป้าไปที่ดวงตาดื้อรั้นคู่นั้น "กล้ามากนะ..." ธันวาเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปประชิดตัวพอร์ชในระยะประชิดจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้อง "กล้าหนีผมมาซุกหัวอยู่ที่นี่ แถมยังพาผู้ชายอื่นเข้าห้องตอนดึกดื่นแบบนี้เหรอพอร์ช?" พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาทั้งที่หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ "แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะครับคุณธันวา? เราสองคนจบกันไปแล้วนี่! อย่าลืมสิว่าผมคืนแหวนให้คุณไป..." "จบงั้นเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "ใครบอกคุณว่าเราจบ? ผมยังไม่ได้อนุญาตให้เลิก..." มาเฟียหนุ่มยื่นมือหนาไปรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น บังคับให้พอร์ชรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวบ้าคลั่งของเขา นัยน์ตาคมเข้มทอประกายความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน "ผมยอมรับก็ได้..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "ว่าผมมันโง่... เป็นหมาโบ้ที่ขาดนายไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว..." พอร์ชชะงักค้าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความอึ้ง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำสารภาพแบบนี้จากปากคนหยิ่งผยองอย่างธันวา ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศจะหวานซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มของชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนงออยู่ข้างประตู ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "นี่คุณ! เป็นใคร ถึงกล้าบุกรุกเข้ามาทำรุ่มร่ามกับพอร์ชแบบนี้ ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจ!" ธันวาตวัดสายตาดุดันกลับไปมองคู่แข่งหัวข้อทันที นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววฆ่าฟันชัดเจน ร่างสูงขยับตัวบังพอร์ชไว้มิดชิด พร้อมกับเอ่ยเสียงกร้าวชนิดที่ทำให้อากาศรอบตัวเย็นเฉียบลงในพริบตา "ถ้าไม่อยากตายคาห้องนี้... ก็ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะสงเคราะห์ส่งแกไปนอนหยอดน้ำเกลือที่โรงพยาบาล!" "คุณธันวา! อย่าบ้าสมองนะ!" พอร์ชร้องห้ามเสียงหลง มือเรียวรีบดันอกแกร่งของมาเฟียหนุ่มเอาไว้สุดแรง แต่ธันวาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูบางด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยความหวงแหนขั้นสุด "คืนนี้... นายเตรียมตัวรับโทษหนักได้เลยพอร์ช ในฐานะที่ทำให้ฉันต้องทรมานมาสามวันเต็มๆ..." —-------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังเดินทางเคียงข้างหมาโบ้ตัวนี้ไปพร้อมกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%