หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบในความมืดของห้องทำงานหรู สะท้อนเงาใบหน้าคมคายที่กำลังขมวดมุ่นจนแทบจะเป็นปม
*“เกมไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวหรอกนะ คุณธันวา”*
ข้อความสั้น ๆ เพียงไม่กี่พยางค์จากเบอร์แปลกปลอม แต่มันกลับมีอานุภาพมากพอที่จะทำให้ปลายนิ้วแข็งแกร่งของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอสะดุดกึก ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง เขาโยนโทรศัพท์เครื่องนั้นลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปัง* จนหน้าจอแทบแตก แต่ทว่า... สายตากลับไม่ยอมละไปจากมันเลยสักวินาทีเดียว
ให้ตายสิ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
ปกติแล้ว ธันวาไม่เคยใส่ใจข้อความขยะพวกนี้ เขามีวิธีจัดการกับพวกกล้าลองดีเด็ดขาดและรวดเร็วเสมอ แต่ครั้งนี้... สัญชาตญาณบางอย่างมันกำลังร้องเตือนว่า ปลายสายของเกมนี้ไม่ใช่พวกนักธุรกิจหน้าเลือดหรือคู่อริเก่าในวงการสีเทา
แต่มันคือเงาของใครบางคนที่กำลังจงใจ ‘ดึง’ ความสนใจของเขาไปจากเป้าหมายที่แท้จริง
และเป้าหมายที่ว่า... ก็คือไอ้เด็กปากเก่งที่ชื่อพอร์ชนั่นแหละ!
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินวนไปวนมาภายในห้องทำงานกว้างราวกับเสือขังกรง ความเงียบสงบยามตีสองมักจะเป็นเวลาที่สมองของเขาแล่นได้ดีที่สุด แต่ในคืนนี้... มันกลับว่างเปล่า ว่างเปล่าเพราะไม่มีเสียงเถียงฉอด ๆ ไม่มีรอยยิ้มเยาะกวนประสาท และไม่มีสายตาคมกริบท้าทายอำนาจของเขาเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
แปลก... ทั้งที่เมื่อก่อน เขาก็อยู่คนเดียวได้เป็นเดือนเป็นปีโดยไม่เคยเดือดร้อนอะไร
ทำไมพอไม่มีไอ้เด็กนั่นมาป้วนเปี้ยนกวนใจแค่ไม่กี่ชั่วโมง ห้องทำงานหรู ๆ ถึงได้ดูว้างเปล่าและน่าหงุดหงิดขนาดนี้วะ!
“อวดดีนักนะ... คิดว่าหนีไปได้แล้วจะรอดมือฉันหรือไง” ธันวาพึมพำกับความว่างเปล่า ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหัวเสีย เขาคว้าแจ็คเก็ตหนังสีดำมาสวมทับอย่างไร้ความประณีต ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องทำงานด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด
ในขณะเดียวกัน ที่อพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดย่านใจกลางเมือง พอร์ชกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวเก่า จ้องมองหน้าจอโน้ตบุ๊กที่มีข้อมูลบัญชีเส้นทางการเงินของบริษัทคู่แข่งสลับกับเอกสารลับที่เพิ่งแวบไปได้มาอย่างใช้ความคิด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับให้ใบหน้าคมคายดูน่ามองขึ้นเป็นกอง ทว่าใต้ตากลับมีรอยคล้ำจาง ๆ ฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดต่อกัน
“ให้ตาย... ตัวเลขพวกนี้มันซับซ้อนเป็นบ้า หรือเพราะสมองเราเริ่มล้ากันแน่นะ”
พอร์ชยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมนุ่มของตัวเองจนยุ่งเหยิง พึมพำบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นมาจิบแก้กระหาย แต่พอดื่มเข้าไปอึกหนึ่งก็ต้องเบ้หน้าด้วยความขมปี๋ สุดท้ายจึงต้องวางลงตามเดิมพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
เขากำลังเครียด... เครียดกับคดีที่กำลังสืบ เครียดกับสถานการณ์รอบตัวที่บีบคั้น และที่สำคัญที่สุด... เครียดไอ้มาเฟียจอมซึนคนนั้นที่ชอบโผล่มาทำหน้ายักษ์ใส่ตลอดเวลา
แปลกคนชะมัด... พอเขาอยู่ใกล้ก็คอยแต่จะหาเรื่องกวนประสาท ไล่ให้ไปไกล ๆ หน้า แต่พอดล่องหนหายตัวไปจริง ๆ ทำไมในอกข้างซ้ายมันถึงรู้สึกโหวงเหวงแปลก ๆ แบบนี้วะ
“คิดบ้าอะไรอยู่เนี่ยพอร์ช แกกำลังคิดถึงไอ้คุณชายธันวาบ้าอำนาจคนนั้นอยู่หรือไง? บ้าไปแล้วแน่ ๆ นายคงทำงานหนักจนเพี้ยนไปแล้วล่ะมั้ง” พอร์ชสบถด่าตัวเองเบา ๆ พร้อมกับตบเบา ๆ ที่ข้างแก้มเรียกสติ แต่หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศ ด้วยการเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่นึกถึงแววตาดุ ๆ คู่นั้นที่มองมา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหันในยามวิกาล ทำเอาพอร์ชสะดุ้งสุดตัว ขนลุกชันขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องสืบ ใครกันที่มาเคาะห้องเอาป่านนี้? หรือจะเป็นพวกมินตราที่ส่งคนตามมารังควานอีก? หรือจะเป็น...
พอร์ชหรี่ตามองตาแมวที่ประตูอย่างระแวดระวัง มือเรียวกำโทรศัพท์มือถือแน่นเตรียมพร้อมกดโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน ทว่าพอส่องผ่านช่องตาแมวออกไป... ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มที่ยืนกอดอกทำหน้าถมึงทึงอยู่หน้าห้อง กลับทำให้เขาถึงกับอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง
ไอ้บ้าธันวา!
นี่มันสติหลุดถึงขนาดบุกมาถึงห้องพักเขาตอนตีสามครึ่งเลยหรือไงวะเนี่ย!
พอร์ชสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะกระชากประตูเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นใบหน้าบึ้งตึงของมาเฟียหนุ่มที่ยืนจ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจพอร์ชตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
“นี่คุณ... เสียสติไปแล้วหรือไง ถึงบุกมาเคาะห้องคนอื่นเอาป่านนี้ รู้ไหมว่านี่มันกี่โมงกี่ามแล้ววะครับคุณชายธันวา?” พอร์ชเปิดฉากยิงคำถามใส่ทันที น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดแต่ก็แฝงแววประหลาดใจไว้ลึก ๆ
ธันวาไม่ตอบคำถามนั้น ทว่าขายาว ๆ กลับก้าวล้ำเข้ามาในห้องของพอร์ชหน้าตาเฉย โดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตสักนิด แถมยังถือวิสาสะผลักประตูปิดลงเบรกล็อกกลอนเสร็จสรรพด้วยความรวดเร็ว
“เฮ้ย! นี่ห้องผมนะ ไม่ใช่โรงแรมห้าดาว อยากเข้าอยากออกตอนไหนก็ได้หรือไง ออกไปเลยนะเว้ย!” พอร์ชถอยหลังกรูดเมื่อร่างสูงใหญ่เดินจู่โจมเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ทว่าธันวาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขากลับใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างยันผนังกักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มจนพอร์ชต้องเบือนหน้าหนีด้วยความหัวใจเต้นระส่ำ
“นายปิดเครื่องทำไม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามลอดไรฟัน น้ำเสียงห้วนจัดและเต็มไปด้วยความคาดคั้น
“หา? ปิดเครื่องอะไรของ... อ๊ะ!” พอร์ชยังไม่ทันได้เถียงจบ ธันวาก็กดสายตาดุดันลงมาอีกขั้น ราวกับเสือตะปบเหยื่อที่ไม่ยอมจำนน
“ฉันโทรหานายสามสิบรอบ ทำไมไม่รับสายพอร์ช!”
“แล้วทำไมผมต้องรับสายคุณด้วยล่ะครับ? เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย อีกอย่าง... ผมจะนอนแล้ว กรุณาไสหัวกลับคฤหาสน์ของคุณไปซะที!” พอร์ชเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะเริ่มเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อระยะห่างระหว่างกันมันน้อยเกินไปแล้ว
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้า ราวกับต้องการจะค้นหาความจริงบางอย่างที่อีกฝ่ายซ่อนเอาไว้
“ปากเก่งนักนะ... คิดว่าฉันอยากมาหานักหรือไง ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนส่งข้อความมาป่วนประสาทฉัน แถมยังโยงมาถึงเรื่องของนาย...” ธันวาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง สันกรามคมขบเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลงเล็กน้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงจังที่ทำเอาพอร์ชถึงกับนิ่งงัน
“ฉันนอนไม่หลับ... เพราะมัวแต่คิดว่าไอ้เด็กปากจัดอย่างนาย จะโดนใครเก็บไปกินก่อนหรือเปล่าต่างหากล่ะ”
สิ้นคำพูดนั้น ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ พอร์ชเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม คำพูดห้วน ๆ แต่แฝงความห่วงใยแบบซึนเดเระสุดโต่งแบบนั้น... มันทำเอาเขาเถียงไม่ออกไปชั่วขณะเลยทีเดียว
“คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย...” พอร์ชพึมพำเสียงเบา แก้มเนียนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
ธันวาเห็นปฏิกิริยานั้น มุมปากหยักก็กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างได้ใจ เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงทุ้มพร่ากระชากวิญญาณคนฟังจนแทบสติหลุด
“ถ้าไม่อยากให้ฉันบุกมาหาถึงห้องแบบนี้อีก... คราวหลังก็ห้ามปิดโทรศัพท์ แล้วก็ห้ามห่างสายตาฉัน... เข้าใจไหม?”
พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทันกับจู่โจมทางความรู้สึกที่รุนแรงขนาดนี้ ทว่าในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำจนควบคุมไม่อยู่ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาเจ้ากรรมก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขากดรับสายด้วยมือข้างเดียวโดยไม่ละสายตาไปจากพอร์ช ทว่าเพียงแค่ได้ยินเสียงปลายสายเอ่ยประโยคแรกออกมา สีหน้าของมาเฟียหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันขึ้นในพริบตา
*“คุณธันวาคะ... แย่แล้วค่ะ ตอนนี้คุณมินตราเธอหายตัวไปจากงานเลี้ยง พร้อมกับหลักฐานลับชุดสำคัญในเซฟของคุณพ่อคุณแล้วค่ะ!”*
ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบนกลับมามองหน้าพอร์ชทันทีด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาที่เต็มไปด้วยอันตราย และเกมกระดานที่พลิกผันไปในเสี้ยววินาที
ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างกันเสมอมานะครับ!
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 23
ธันวาเริ่มกระวนกระวาย
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!