ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 30

ความผิดพลาดในอดีต

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ถ้านายยังดึงดันจะใช้สายตาแบบนั้นมองฉันอีกแค่ครั้งเดียว... ฉันไม่รับรองนะว่าเตียงในห้องนี้จะได้พักผ่อนยาวๆ หรือเปล่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนคุกคามดังขึ้น ท่าىมกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวในเพนต์เฮาส์หรู ธันวาขยับกายเข้าประชิดร่างโปร่งจนพอร์ชแทบจะหลังชนกับชั้นวางหนังสือราคาแพง ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายด้วยประกายที่อ่านยาก ระหว่างความโกรธ ความห่วงใย และบางสิ่งที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ พอร์ชไหวไหล่เล็กน้อย ไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวอย่างที่คนอย่างธันวาคาดหวัง รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนมุมปากหยักสวย ใบหน้าคมคายเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทายตามประสาคนไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "ปากเก่งจังนะครับคุณธันวา... ทีเรื่องพูดจาข่มขู่คนอื่นนี่คล่องปร๋อเชียว แต่พอถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากับความจริงในอดีต ทำไมถึงทำตัวเป็นเด็กอมมือที่เอาแต่หลบหลังความเย่อหยิ่งไปซะได้ล่ะครับ?" คำพูดนั้นทำเอาบรรยากาศในห้องดิ่งฮวบทันที ความเย้าแหย่และเคมีที่เคยคุกรุ่นเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่เฉียบคม ธันวาชะงัก กรามแกร่งขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมวับไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่เย็นชา เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือหนาที่เคยค้ำยันชั้นหนังสือไว้ค่อยๆ ทิ้งตัวลงแนบลำตัว รอยยิ้มเยาะที่มุมปากของธันวาเลือนหาย เหลือเพียงแววตาที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลาที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด "นายคิดว่าตัวเองรู้ดีแค่ไหน... พอร์ช" เสียงของธันวาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่โทนเสียงของการหาเรื่อง แต่เป็นความเหนื่อยล้าที่หลุดรอดออกมาจากเกราะป้องกันอันหนาทึบ "ผมไม่ได้รู้อะไรเลย... และนั่นแหละคือปัญหา" พอร์ชถอนหายใจยาว ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่าย "นายคิดว่าการทำตัวเป็นพ่อพระปากร้าย คอยกันฉันออกไปจากปัญหาโดยไม่ยอมบอกหรอกว่าตัวเองกำลังแบกรับอะไรอยู่ มันเท่มากนักหรือไง? นายไม่ใช่พระเอกลิเกนะธันวา นายคือคนที่ฉัน... เอ่อ หมายถึงคนที่ฉันต้องทำงานด้วยต่างหาก!" เกือบจะหลุดปากพูดคำว่า 'เป็นห่วง' ออกไปแล้ว ดีที่พอร์ชเบรกตัวเองไว้ได้ทัน ทว่าคนฟังอย่างธันวาซึ่งฉลาดเป็นกรดมีหรือจะจับพิรุธไม่ได้ มาเฟียหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสลดลงวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความนิ่งงัน ธันวาผละถอยหลังไปสองก้าว ทิ้งระยะห่างที่ปลอดภัยพอให้สมองได้ประมวลผล เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ลู่ลงเล็กน้อยด้วยความเครียด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ตัวยาวอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับน้ำหนักมหาศาลที่แบกไว้หลายปีเพิ่งถูกกระชากลงมากองตรงหน้า "นั่งลงสิ..." ธันวาพยักเพยิดไปที่โซฟาฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมมาก "ถ้าอยากรู้เรื่องนัก... ฉันจะเล่าให้ฟัง แค่ครั้งเดียว และจะไม่พูดซ้ำอีก" พอร์ชนิ่งไปนิด สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาค่อยๆ เดินไปหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม รักษาระยะห่างที่พอดี แต่นัยน์ตากลับจดจ้องร่างสูงไม่วางตา ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจลุกหนีไปเสียก่อน ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ธันวาทอดสายตาไปยังหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล แต่นัยน์ตาของเขากลับสะท้อนภาพความมืดมิดจากอดีตที่ฝังรากลึก "ตอนที่ฉันอายุสิบแปด..." ธันวาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังท่องบทละครเก่าๆ ที่จำขึ้นใจ "ครอบครัวเราไม่ได้ยิ่งใหญ่คับฟ้าเหมือนตอนนี้ พ่อฉันเป็นแค่หุ้นส่วนรองในบริษัทขนส่งเล็กๆ แต่มีความซื่อตรงเป็นที่ตั้ง... จนกระทั่งวันหนึ่ง มีข้อเสนอทางธุรกิจเข้ามา มันเป็นเงินก้อนโตที่จะพลิกชีวิตเราได้ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ... การเซ็นชื่อรับรองเอกสารปลอมที่บิดเบือนบัญชีการเงินทั้งหมด" พอร์ชนั่งฟังเงียบๆ ไม่ได้เอ่ยขัดจังหวะ เขาสังเกตเห็นมือหนาที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "พ่อฉันปฏิเสธ" ธันวาแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง "ท่านคิดว่าความซื่อสัตย์จะปกป้องครอบครัวเราได้ แต่ท่านคิดผิดถนัด... คนที่ยื่นข้อเสนอนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลมืดหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง พวกมันไม่ต้องการแค่ลายเซ็น แต่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของพ่อฉันไม่ให้เหลือชิ้นดี" บรรยากาศรอบตัวธันวาเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด พอร์ชขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก เมื่อเห็นแววตาไหววูบที่ชายหนุ่มผู้พยายามทำตัวแข็งแกร่งมาตลอดกำลังแสดงออกมา "คืนก่อนวันที่พ่อจะต้องไปขึ้นศาลเพื่อยื่นหลักฐานเอาผิดพวกมัน... เบรกและระบบบังคับเลี้ยวของรถคันที่พ่อขับถูกตัดขาด" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาพอร์ช นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงแค้นที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่ และหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาแต่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างเด็ดเดี่ยว "ฉันนั่งอยู่เบาะหลัง... ฉันเห็นทุกอย่าง เห็นรอยยิ้มของคนพวกนั้นในรถคันที่ขับปาดหน้าเราก่อนจะตกหน้าต่าง... และฉัน... ช่วยอะไรพ่อแม่ไม่ได้เลยสักอย่าง" ประโยคสุดท้ายกระแทกเข้า100%เต็มกลางใจของพอร์ช ความรู้สึกชาหนึบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ปมปัญหาชีวิตของเขาที่ว่าหนักหนาแล้ว เมื่อเทียบกับรอยแผลเป็นในจิตใจที่ธันวาแบกรับมาตลอดชีวิต มันช่างเล็กจ้อยเสียจนน่าขัน พอร์ชเข้าใจแล้ว... เข้าใจว่าทำไมธันวาถึงต้องทำตัวเย่อหยิ่ง เย็นชา และระแวดระวังตัวแจกับทุกคน เข้าใจว่าทำไมหมอนี่ถึงยอมแต่งงานกับมินตราตามคำสั่งผู้ใหญ่และยอมรับความน่ารำคาญใจทั้งหมด ก็เพื่อปกป้องคนรอบตัวไม่ให้ต้องเดินเข้าสู่สนามรบที่อันตรายแบบที่ครอบครัวเขาเคยเจอ "แล้ว... มินตราล่ะ?" พอร์ชถามเสียงแผ่วเบา ทำลายความเงียบที่กดดัน "เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย?" "ตระกูลของมินตรา... คือหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุครั้งนั้น" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขสิ้นเชิง "การแต่งงานที่ผู้ใหญ่จัดฉากขึ้น ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงคราม... พวกมันส่งมินตรามาเป็นสายลับ เพื่อดูว่าฉันกำลังขุดคุ้ยหาหลักฐานอะไรอยู่บ้าง และฉัน... ก็ต้องเล่นละครตบตาพวกมันไปวันๆ" พอร์ชนิ่งอึ้ง สมองประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งได้รับ ความเกลียดชังที่เขามเคยมีต่อมินตราเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังขั้นสุด ขณะเดียวกัน ความรู้สึกที่มีต่อผู้ชายตรงหน้า... ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจและความผูกพันที่แน่นแฟ้นจนน่ากลัว "นายโง่มาก... ธันวา" พอร์ชเอ่ยขึ้น ทำลายความดาร์กในห้องด้วยน้ำเสียงที่เจือความสั่นเครือนิดๆ ธันวาเลิกคิ้วสูง หันมามองคนพูดด้วยความประหลาดใจที่จู่ๆ ก็โดนด่าว่าโง่ "อะไรนะ?" "นายมันโง่จริงๆ ที่แบกเรื่องบ้าๆ แบบนี้ไว้คนเดียวตั้งนาน" พอร์ชขยับกายเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มมากขึ้น มือเรียวยื่นไปคว้ามือหนาที่กำหมัดแน่นบนตักมาคลายออก บังคับประสานปลายนิ้วเข้าด้วยกันอย่างมั่นคง "นายคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ผู้โดดเดี่ยวหรือไง ถึงได้คิดจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวโดยไม่ยอมให้ใครเข้าไปช่วยเลยเนี่ย?" ธันวานิ่งค้าง สัมผัสอุ่นจากมือของพอร์ชส่งตรงเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามานานหลายปี ความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับนับตั้งแต่วันที่สูญเสียครอบครัวกำลังละลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นทีละน้อย ดวงตาคมกริบมองใบหน้าหวานที่ฉายแววความมุ่งมั่นและจริงใจอย่างไร้การเสแสร้ง หัวใจของมาเฟียผู้เย่อหยิ่งกระตุกวูบอย่างรุนแรง เคมีระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวราวกับจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ "นายกล้ามากนะที่มาสั่งสอนฉัน..." ธันวาพูดเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "รู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟที่พร้อมจะแผดเผานายให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน?" "ก็ลองดูสิ..." พอร์ชท้าทาย สบตากลับนิ่งโดยไม่หลบเลี่ยง หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่รัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ฉันไม่ใช่คนที่จะยอมโดนไฟเผาอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ... ถ้าธันวาคนนี้กล้าพอ ฉันก็จะ..." คำพูดท้าทายถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ ธันวาก็กระชากเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนพอร์ชลอยหวือไปนั่งตักแกร่งโดยไม่ทันตั้งตัว วงแขนแข็งแรงรวบเอวสอบไว้แน่นราวกับคีมเหล็กไม่ยอมให้ดิ้นหนี "ธันวา! นายจะ..." ทว่า ก่อนที่พอร์ชจะได้ต่อว่าอะไร ร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มอย่างรวดเร็วและหนักแน่น มันไม่ใช่แค่การสัมผัสเพื่อหยอกล้อ แต่เป็นการจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความอัดอั้น และความรู้สึกทั้งหมดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความซึนเดเระมาตลอด พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงขัด ขืนในตอนแรกเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นอายความเป็นผู้ชายอันตรายและอ้อมกอดที่อบอุ่นเกินคาดทำให้เขายอมเผยริมฝีปากออกอย่างเผลอไผล ปล่อยให้ลิ้มรสความหวานล้ำที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างเอาแต่ใจ บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ เคมีที่เชือดเฉือนกันมาตลอดพลิกผันกลายเป็นความเร่าร้อนที่ทำเอาคนอ่านจิกหมอนแทบขาด ธันวาผ่อนแรงจูบลงเล็กน้อย ปล่อยให้ริมฝีปากแนบชิดกันอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมพินิจมองใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำของคนบนตักด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่พอร์ชเคยเห็นมา "จำเอาไว้... ว่านายเป็นคนดึงฉันเข้ามายุ่งเองนะพอร์ช" ธันวาพกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่ม แววตาสื่อความหมายชัดเจนว่าเขาไม่มีวันปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดมือไปไหนอีกแล้ว ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของทั้งสองดวงกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวนั้น... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องทำงานส่วนตัวจะถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต! "คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! ของขวัญพิเศษจากงานเลี้ยงเมื่อคืน... หายไปจากเซฟห้องโถงใหญ่ค่ะ!" เสียงแหลมสูงของมินตราที่ดังแทรกเข้ามากลางวงล้อม ทำเอาธันวาและพอร์ชที่กำลังแนบชิดกันอยู่บนโซฟาถึงกับผะเดียงตัวแยกออกจากกันแทบไม่ทัน นัยน์ตาของธันวาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันขึ้นในเสี้ยววินาที ขณะที่พอร์ชรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นส่ำ *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ*
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%