ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 29

การปะทะครั้งใหญ่

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งดังขึ้นแทรกความเงียบงันในห้องทำงานกว้างราวกับเสียงมีดกรีดลงบนผืนผ้าไหม มินตราก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างของธันวาที่ยังคงใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวพอร์ชเอาไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคง ราวกับประกาศอาณาเขตโดยสัญชาตญาณดิบของนักล่า "อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงความเยาะเย้ยไว้อย่างไม่คิดจะปิดบัง "ดูสนิทสนมกันจนฉันเกือบคิดว่า ที่นี่คือห้องส่วนตัวของพวกคุณสองคนซะอีก... ธันวาคะ คุณลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าเรามีกำหนดการอะไรบ้างวันนี้?" พอร์ชไม่ได้แสดงท่าทีลนลานหรือรีบผลักธันวาออกอย่างที่คนตกเป็นรองควรจะทำ ร่างโปร่งเพรียวเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่ซ่อนความคมกริบไว้ครบถ้วน มือเรียวยกขึ้นแตะทับมือของธันวาที่โอบเอวตนอยู่เบาๆ เป็นสัญญาณเชิงจิตวิทยาให้เขารู้ว่าตนไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับเกมตื้นๆ นี้เลยแม้แต่น้อย "ถ้าคุณมินตราใช้สายตาที่ดีกว่านี้สักนิด ก็น่าจะมองเห็นนะคะว่านี่มันคือ 'เวลาทำงาน' ไม่ใช่เวลาเดินเล่นช้อปปิ้ง" พอร์ชเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเจ็บแสบถึงทรวงใน "หรือว่าที่บ้านของคุณไม่ได้สอนเรื่องการเคาะประตูก่อนเข้าห้องคนอื่น... ถึงได้เดินเข้ามาทำตัวเป็นมารศาสนาได้หน้าตาเฉยแบบนี้?" ธันวาแค่นเสียงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันที ความซึนเดเระและนิสัยปากร้ายของเขาพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุดเมื่อถูกขัดจังหวะในเวลาที่หัวใจกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ มือหนาที่โอบเอวพอร์ชอยู่กระชับแน่นขึ้นอีกนิดโดยไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายถอยห่าง เขากวาดสายตาคมกริบมองคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "แล้วใครใช้ให้เธอเข้ามาไม่ทราบ มินตรา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด "ห้องนี้มีป้ายห้ามรบกวนติดอยู่ หรือว่าตัวหนังสือบนกระจกมันอ่านยากเกินกว่าสมองเธอจะประมวลผลได้?" "ธันวา!" มินตราอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "คุณกล้าพูดจาแบบนี้กับฉันเพื่อเด็กฝึกงานคนนี้เนี่ยนะ?! อย่าลืมนะคะว่างานแต่งงานของเราผู้ใหญ่คุยกันไว้หมดแล้ว คุณจะมาทำตัวมัวหมองกับผู้ชายขายบริการทางสังคมคนนี้ไม่ได้!" *เพล้ง!* บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที พอร์ชชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีกับคำดูถูกที่ถูกขุดขึ้นมาตอกย้ำปมในอดีต ปมความยากลำบากที่เขาต้องดิ้นรนด้วยลำแข้งตัวเองจนก้าวมาถึงจุดนี้ แต่มันก็เป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่ความเย็นชาและเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งจะถูกสวมทับลงไปใหม่ ธันวาหน้าตึงเปรี๊ยะ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนมินตราต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ความหงุดหงิดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดประกายขึ้นอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าพอร์ชมีปมเรื่องนี้ และการที่มินตรากล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนในอ้อมกอดเขาต่อหน้าต่อตา ก็เท่ากับเป็นการเหยียบหน้าเขาเช่นกัน "หุบปากซะ มินตรา" ธันวาคำรามเสียงต่ำ ดวงตาวาวโรจน์ "ถ้าสมองเธอมันว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ก็ไสหัวออกไปจากบริษัทของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ รปภ. หิ้วปีกเธอโยนลงไปข้างล่างจริงๆ!" "คุณกล้าไล่ฉันเหรอธันวา?!" มินตรากรีดเสียงแหลม "เพราะมันใช่ไหม? เพราะเด็กนี่ใช่ไหมที่คุณเปลี่ยนไป! คุณหลงมันจนโหัวไม่ขึ้นแล้วหรือไง ถึงได้ปกป้องมันขนาดนี้!" "ใช่... แล้วทำไมล่ะ?" คำตอบรับที่พ่นออกมาอย่างไร้ความลังเลจากปากของธันวา ทำให้ทั้งมินตราและตัวพอร์ชเองถึงกับชะงัก พอร์ชหันขวับไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนพูดด้วยความประหลาดใจ ดวงตาคู่คมของธันวาไม่ได้มองมินตราเลยด้วยซ้ำ เขากำลังจ้องมองมาที่พอร์ชด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา มีทั้งความดื้อรั้น ความหวงก้าง และ... ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง "คุณธันวา..." พอร์ชพึมพำเบาๆ "เงียบก่อน พอร์ช" ธันวาเอ่ยเสียงนิ่ง แต่แฝงความอ่อนโยนไว้ในทีเมื่อพูดกับคนข้างกาย ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับมินตราด้วยท่าทีเยືือกเย็นและเด็ดขาด "ฟังให้ดีนะมินตรา และจำใส่สมองไว้ให้ขึ้นใจ... ฉันไม่เคยรักเธอ และต่อให้ไม่มีพอร์ช ฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงที่นิสัยต่ำตมแบบเธอเด็ดขาด เรื่องงานแต่ง... กลับไปบอกพ่อแม่เธอซะว่าฉันเป็นคนยกเลิกเอง!" "คุณ... คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉัน!" มินตราสติแตก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความแค้นเคือง "คุณกำลังทำให้ตระกูลเราเสื่อมเสียธันวา! ฉันจะฟ้องคุณพ่อ!" "เชิญ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใย "ฟ้องให้พอ แล้วก็เอาตัวเธอกลับไปด้วย ถ้าไม่อยากให้อะไรๆ มันอัปลักษณ์ไปมากกว่านี้" มินตราตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด เธอกวาดสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่พอร์ชราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "แก... แกมันตัวซวย! จำไว้เลยนะพอร์ช แกไม่มีทางมีความสุขหรอก!" พูดจบลอนก็สะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย แรงกระแทกจากการปิดประตูดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงาน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ ปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พอร์ชถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วขยับตัวถอยหลังเพื่อออกจากวงแขนของธันวา ทว่าธันวากลับไม่ยอมปล่อย เขายังคงตรึงร่างของพอร์ชไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งเช่นเดิม "ปล่อยได้แล้วมั้งครับ คุณธันวา" พอร์ชเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดประชดเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความไหววูบในอก "โชว์แมนไล่คู่หมั้นตัวเองแบบนั้น ไม่กลัวตระกูลคุณเขาถอนหุ้นบริษัทหรือไงครับ?" ธันวาไม่ตอบ เขาก้มลงมองหน้าพอร์ช นัยน์ตาคมกริบฉายแววคุกรุ่นบางอย่างที่ยากจะทานทน มือหนาเลื่อนขึ้นจับคางอิ่มของพอร์ชให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้อีกฝ่ายต้องรับรู้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีปากร้ายนั้น "ฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... นอกจากการไม่ได้พูดความจริง" ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ใกล้ชิดจนพอร์ชต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้... ทุกคำ... มันคือความจริงพอร์ช" หัวใจของพอร์ชกระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวขึ้นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน สายตาที่ธันวากำลังมองมามันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หนักหน่วงเกินกว่าจะรับไหว ปากบอกว่าเกลียด ปากบอกว่ารำคาญ แต่การกระทำทุกอย่างกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง "คุณหมายความว่ายังไง..." พอร์ชถามเสียงแผ่ว พยายามรักษาความนิ่งของน้ำเสียงไว้ให้มากที่สุด "เรื่องยกเลิกงานแต่ง... หรือเรื่องที่ว่า..." "เรื่องที่ฉันหลงนายจนโหัวไม่ขึ้นต่างหากล่ะ" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไร้รอยยبرกวนใจแบบทุกที ดวงตาคู่คมฉายแววตัดพ้อเล็กน้อย "นายคิดว่าฉันโง่หรือไงพอร์ช? ถึงดูไม่ออกว่าที่นายทำตัวกวนประสาท ยั่วโมโหฉันทุกวัน... นายไม่ได้ทำแค่นโยบายบริษัท แต่กำลังปั่นหัวใจฉันให้พังไม่เป็นท่าอยู่ต่างหาก" พอร์ชเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความลับที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเก่งกาจ ถูกอีกฝ่ายอ่านทะลุปรุโปร่งในพริบตาเดียว "คุณพูดบ้าอะไร..." "ฉันไม่ได้บ้า" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากลมหายใจของกันและกัน "พอร์ช... นายรู้ตัวไหมว่านายเก่งเกินไป... เก่งจนทำให้ผู้ชายปากแข็งอย่างฉัน ยอมจำนนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้" ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่มีช่องว่าง พอร์ชรู้สึกเหมือนสติกำลังจะหลุดลอย หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล นิ้วเรียวเผลอจิกเข้าที่เสื้อเชิ้ตของธันวาโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาล ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกัน เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธันดากลับแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ ธันวาขมวดคิ้วมุ่นอย่างหัวเสีย สบถออกมาเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด เขาผละใบหน้าออกห่างจากพอร์ชเพียงเล็กน้อยอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความรำคาญใจ หน้าจอแสดงชื่อของเลขานุการส่วนตัวที่โทรเข้ามาด้วยเหตุผลเร่งด่วนบางอย่าง ธันวากดรับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "มีอะไร! ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ฉันจะไล่เธอออกพรุ่งนี้เช้า!" *(เสียงปลายสายรายงานบางอย่างด้วยน้ำเสียงร้อนรน)* ดวงตาคมกริบของธันวาเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคถัดมา สีหน้าของเขาตึงเครียดลงในพริบตาจนพอร์ชสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ธันวาค่อยๆ ลดโทรศัพท์ลงช้าๆ นัยน์ตาคมกวาดมองพอร์ชด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ ก่อนที่เขาจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่... ออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "พ่อของนาย... มาอยู่ที่ล็อบบี้บริษัทแล้วพอร์ช" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%