เสียงกระแทกประตูห้องทำงานกระจกนิรساويดังสนั่นจนก้องไปทั่วทั้งชั้น พอร์ชไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ตในมือ มือเรียวยังคงเลื่อนดูเอกสารงบประมาณการจัดอีเวนต์ล่าสุดอย่างใจเย็น ราวกับว่าเสียงพังประตูเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง
"ถ้าพังประตูห้องผมพังเสียหาย คุณธันวาต้องเป็นคนจ่ายค่าซ่อมเองนะครับ ไม่งั้นผมคงต้องทำเรื่องเบิกค่าใช้จ่ายกับฝ่ายบัญชี และคุณก็รู้ว่าคุณมินตราเขาคงไม่ชอบใจแน่ๆ ถ้าเห็นบิลค่าซ่อมสถานที่จากบริษัทคู่แข่ง"
น้ำเสียงของพอร์ชราบเรียบ เย็นชา และเจือแววประชดประชันอย่างพพอดี คำพูดที่หยิบยกชื่อของมินตราขึ้นมาอ้าง ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เย็นลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่สุมความโกรธของคนตัวโตกว่าให้ลุกโชนขึ้นไปอีก
ธันวาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษดูคุกคามจนอากาศรอบตัวแทบจะเบาบางลง ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่พอร์ชราวกับจะกินเลือดกินเนื้อสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นชัดฟ้องถึงความอดกลั้นที่เดินทางมาถึงขีดสุด
"ปากดีไม่เปลี่ยน... พอร์ช" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ "นายกล้ามากนะที่กล้าตัดสายฉันกลางอากาศแถมยังกล้าทิ้งให้ฉันยืนรออยู่เดี่ยวๆ ที่สนามบินกับผู้หญิงคนนั้น!"
พอร์ชวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะเสียงดังปานกลางพอให้เกิดเสียงสะท้อน ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ นั่นคือท่าทีที่ธันวาทั้งเกลียดและอยากจะขยี้ให้แหลกค้างคาอกในเวลาเดียวกัน
"อ้าว... ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ พอดีสมองผมมันความจำสั้น เลยลืมไปว่าคุณมี 'ภารกิจสำคัญ' กับคู่หมั้นที่ทางผู้ใหญ่จัดหาให้... คนระดับคุณธันวา น่าจะมีเวลาว่างเหลือเฟือที่จะไปต้อนรับว่าที่เจ้าสาวสิครับ ทำไมถึงต้องถ่อสังขารมาหาผมถึงบริษัทในเวลาทำงานแบบนี้ล่ะครับ หรือว่าคุณมินตราเขาบริหารเสน่ห์ไม่พอ จนคุณต้องวิ่งแจ้นมาหาเรื่องผมเพื่อระบายอารมณ์?"
คำพูดที่เชือดเฉือนพุ่งตรงเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ ธันวาแค่น 1 เสียงในลำคอ ร่างสูงโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะทำงาน ล้อมกรอบพอร์ชไว้จนแทบไม่มีช่องว่าง ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบจนพอร์ชต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ แม้ในใจจะเต้นรัวด้วยความประหม่าจากแรงกดดันมหาศาล แต่ภายนอกพอร์ชยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยได้อย่างแนบเนียน
"นายกำลังหึง... พอร์ช" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีอวดดีนั้น
พอร์ชชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสั่นไหวถูกกลบเกลื่อนด้วยความกวนประสาทตามสไตล์
"หึง? สมองคุณธันวานี่จินตนาการบรรเจิดกว่าโปรเจกต์ที่ผมกำลังทำอยู่ซะอีกนะครับ ผมเนี่ยนะจะหึงคนที่กำลังจะแต่งงานกับคนอื่น? กรุณาใช้สติปัญญาอันน้อยนิดคิดใหม่ด้วยนะครับว่าสถานะของเราคืออะไร... เราไม่ได้เป็นอะไรกัน และที่สำคัญ ผมไม่ใช่คนมักมากพอที่จะไปแย่งของรักของใคร โดยเฉพาะของที่มีเจ้าของประกาศจองตัวโตๆ แบบนั้น"
"พอร์ช!" ธันวาคำรามลั่นด้วยความโกรธ มือหนาเอื้อมไปบีบคางฉุนเฉียวของคนตรงหน้าเบาๆ ไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่พอดึงรั้งให้ดวงตาคู่นั้นหนีไปไหนไม่ได้ "นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง นายต้องการจะผลักไสฉันให้ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ใช่ไหม?"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วขณะ ไดอะล็อกที่เคยเฉือดเฉือนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความตึงเครียดที่หนักอึ้ง ธันวาซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ภายใต้กรอบความเกรี้ยวกราด ขณะที่พอร์ชก็กำลังพยายามปกป้องหัวใจตัวเองด้วยกำแพงแห่งความเย่อหยิ่ง
ดวงตากลมโตไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉย พอร์ชเอื้อมมือขึ้นมาปัดมือหนาที่จับคางของตนเองออกอย่างไม่ใยดี พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อลดช่องว่างทางกายภาพที่อีกฝ่ายใช้ข่มขู่
"ถ้าคุณคิดจะมาหาคำตอบเรื่องนั้นจากผม บอกได้เลยว่าคุณเสีย2เวลาเปล่าครับ ชีวิตของคุณ การแต่งงานของคุณ หรือแม้กระทั่งอนาคตของคุณ... มันไม่มีค่าอะไรกับผมเลยสักนิด เชิญคุณไปเคลียร์กับคุณมินตราให้เรียบร้อยเถอะครับ แล้วก็กรุณาออกจากห้องผมไปได้แล้ว ผมมีงานต้องทำต่อ... และอีกอย่าง รบกวนช่วยซ่อมประตูห้องให้เหมือนเดิมด้วยนะครับ ค่าใช้จ่ายบานพับกระจกมันแพง ผมไม่อยากหักจากงบส่วนกลางของบริษัท"
พอร์ชพูดจบก็หันหลังให้ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ธันวาได้โต้แย้ง ร่างเพรียวเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารอีกกองเพื่อเลี่ยงการสบตา แต่ทว่า... ก้าวเดินยังไม่ทันพ้นรัศมีโต๊ะทำงาน ข้อแขนเรียวก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนร่างทั้งร่างหมุนกลับไปปะทะกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างจัง
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เจือปนความเกรี้ยวกราดทำให้พอร์ชถึงกับหายใจสะดุด ธันวารวบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างเดียวแน่นราวกับคีมเหล็ก ดวงตาคมคายในระยะประชิดเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความดื้อรั้นและดุดัน
"นายคิดว่าไล่ฉันแล้วฉันจะไปเหรอ พอร์ช?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหูกvของคนตัวเล็ก "นายพูดว่าฉันไม่มีค่า... แต่นายรู้ไหมว่าไอ้แววตาอวดเก่งที่นายใช้มองฉันเมื่อกี้ มันกำลังบอกอะไร..."
พอร์ชนิ่งง็งัน หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงจนแทบจะสัมผัสกันได้ สัมผัสอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านมาจากตัวของธันวาทำเอาสติที่เคยตั้งมั่นไว้กระเจิงไปหมด ปากที่เคยจัดจ้านตอนนี้กลับเม้มแน่นสนิทอย่างไร้คำตอบโต้
"ถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่แต่ง และฉันจะยกเลิกทุกอย่างกับผู้หญิงคนนั้น นายจะยังกล้าไล่ฉันออกจากห้องนี้อีกไหม..."
คำถามที่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจังทำเอาพอร์ชเบิกตากว้าง ความซึนเดเระที่เคยห่อหุ้มตัวตนของมาเฟียหนุ่มถูกถอดออกจนหมดเปลือก เหลือเพียงความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้มานานจนระเบิดออกมา ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะละลายลงด้วยความใกล้ชิดอันตึงเครียดนั้นเอง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูกระจกที่เกือบจะพังแหล่ไม่พังแหล่ จะถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
"พี่ธันขา... อยู่นี่เองเหรอคะ มินตามารอที่รถตั้งนานทำไมพี่ธันไม่ยอมลงไปสักที... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ มินตราเข้ามารบกวนเวลา 'ทำงาน' ของพวกคุณหรือเปล่าคะเนี่ย"
รอยยิ้มหวานหยดย้อยแต่แฝงด้วยความร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมินตรา ขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานของพอร์ชด้วยท่าทางเยื้องย่างราวกับนางพญา และภาพที่เธอเห็นตรงหน้า... คือธันวาที่กำลังโอบกอดพอร์ชไว้แนบชิดในระยะที่อันตรายที่สุด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 28
ความโกรธที่ควบคุมไม่ได้
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!