กลิ่นยาฆ่าเชื้อและคราบเลือดจางๆ บนเบาะหนังแท้ราคาแพงในรถยนต์คันหรูคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ทว่าสิ่งที่คมกริบยิ่งกว่ากลิ่นฉุนเหล่านั้น คือสายตาของธันวาที่มองตรงไปเบื้องหน้า ถนนยามค่ำคืนที่สะท้อนแสงไฟนีออนผ่านกระจกหน้ารถไหววูบราวกับภาพฉายในหัวอกที่กำลังปั่นป่วน พอร์ชนั่งกอดอกอยู่ข้างกัน ใบหน้าเรียบตึงไม่บ่งบอกความรู้สึก แต่ปลายนิ้วที่จิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอดกลั้นความรู้สึกมากแค่ไหน
รถยุโรปคันโตหักเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่ฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงทำให้ไหล่ของทั้งคู่ชนกันเบาๆ ทว่าไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ จนกระทั่งล้อรถหยุดนิ่งสนิท ธันวาเป็นฝ่ายผลักประตูลงไปก่อนโดยไม่รอช้า ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปยังแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินด้วยท่าทีร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามปกปิดภายใต้ใบหน้าบึ้งตึงอย่างเต็มที่
พอร์ชก้าวตามลงมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหงุดหงิดระคนแปลกใจ กับอีตาคุณชายจอมซึนคนนี้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนตามอารมณ์แทบไม่ทัน เมื่อครู่ยังปากแข็งทำเป็นดุอยู่เลย แต่พอเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ กลับเป็นคนสั่งเปลี่ยนเส้นทางพุ่งตรงมาที่นี่ด้วยความเร็วระดับสติแตก
"ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้น เล G0! อยากให้แผลมันลามจนต้องตัดแขนทิ้งหรือไง?" เสียงทุ้มต่ำตวาดแหวขึ้นทันทีเมื่อเห็นพอร์ชยืนกอดอกลังเลอยู่หน้าประตูอัตโนมัติ
พอร์ชสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย แค่แผลถลอกกับรอยฟกช้ำ ไม่เห็นจะต้องทำเสียงดังใส่เลยนี่ครับคุณธันวา"
"หุบปากแล้วเดินตามมา!" ธันวาตorเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบฉายแววคุกกรุ่นจนน่ากลัว เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนของพอร์ชแล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ก้าวตามเข้าไปด้านใน แม้สัมผัสจะไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำร้าย แต่แรงบีบนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเจือความเป็นห่วงที่เจ้าตัวไม่มีวันยอมรับออกมาตรงๆ
บรรยากาศภายในห้องฉุกเฉินค่อนข้างวุ่นวาย พยาบาลและแพทย์ต่างเดินกันขวักไขว่ ธันวาจัดการลากพอร์ชมาหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงคนไข้ในโซนปลอดเชื้อด้วยท่าทีเผด็จการ ก่อนจะหันไปสั่งพยาบาลด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ใช้ติดต่อธุรกิจ "ทำแผลให้เรียบร้อย เช็กให้ละเอียดว่ามีกระดูกร้าวตรงไหนไหม ผมต้องการความมั่นใจว่าเขาจะไม่เป็นอะไร"
พอร์ชขมวดคิ้วมุ่น มองคนตัวโตที่ยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ข้างเตียง "นี่คุณ... ผมไม่ใช่เด็กห้านะครับ ทำไมต้องทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของขนาดนี้ด้วย"
"ฉันไม่ได้เป็นเจ้าข้าวเจ้าของนาย!" ธันวาสวนกลับทันควัน เสียงทุ้มตึงเครียดจนคนฟังรู้สึกได้ถึงคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ข้างใน "แต่ถ้านายสะثายไปตายหะ... ที่ไหนแล้วใครจะมารับหน้าเรื่องแผนการทั้งหมดที่นายก่อไว้ล่ะ ห๊ะ? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยพอร์ช"
คำพูดปากร้ายและท่าทีเย่อหยิ่งนั้นควรจะทำให้พอร์ชโมโหจนเลือดขึ้นหน้า แต่ทว่า... เมื่อสังเกตเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน กับดวงตาคู่คมที่แอบเหลือบมองรอยแผลที่แขนของเขาด้วยความไหววูบเพียงเสี้ยววินาที พอร์ชก็พลันชะงัก ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก
ชายหนุ่มซึนเดเระคนนี้... ปากบอกว่ารำคาญ แต่กลับยืนรอคุมแจแถมยังสั่งหมอเสียดิบดี
ในจังหวะที่พยาบาลกำลังก้มลงทำความสะอาดแผลที่แขน พอร์ชก็เผลอหลุดเสียงซี๊ดปากออกมาด้วยความแสบ ธันวาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ขยับตัวทันทีโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปราวกับจะคว้าจับอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ชักมือกลับแล้วกำหมัดแน่น พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างขัดอกขัดใจ
"อ่อนแอเป็นบ้า" ธันวาพึมพำลอดไรฟัน
"ถ้าเก่งนัก ทำไมไม่มาโดนเองล่ะครับ" พอร์ชสวนกลับเสียงเบา แต่สายตาคมกริบมองสบตาอีกฝ่ายนิ่ง "คนที่ปากดีใส่คนอื่นไปทั่วแบบคุณเนี่ย ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครยอมทนฟังขึ้นมา จะทำยังไงเหรอครับ"
ธันวาชะงัก ดวงตาสบเข้ากับประกายความท้าทายในดวงตาของพอร์ช บรรยากาศรอบตัวราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อนๆ พาดผ่าน ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้หัวใจของทั้งสองคนเต้นผิดจังหวะโดยไม่รู้ตัว ทว่าก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโวยวายก็ดังแทรกเข้ามาจากทางประตูห้องฉุกเฉิน
"ธันวา! ลูกอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วยเหรอคะ?!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยทำเอาพอร์ชขมวดคิ้วฉับทันที ในขณะที่ธันวากลับสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย
มินตราก้าวเข้ามาในห้องฉุกเฉินด้วยท่าทีร้อนรน สภาพของเธอยังคงดูเนี้ยบราวกับเพิ่งเดินออกจากงานสังคมชั้น high-end เบื้องหลังมีบอดี้ชายฉกรรจ์สองคนเดินตามเข้ามาด้วย สายตาของหญิงสาวกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของพอร์ชที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีธันวายืนประชิดอยู่ใกล้ๆ
"คุณธันวาคะ เกิดอะไรขึ้นคะ? ฉันได้ยินข่าวว่าคุณพุ่งตัวมาที่โรงพยาบาลกลางดึกแบบนี้ แถมยัง... พาคนๆ นี้มาด้วย" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้ฟังดูอ่อนหวาน แต่แววตาที่มองพอร์ชกลับเต็มไปด้วยความริษยาและรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
ธันวาหันขวับไปมองคู่หมั้นสาวที่เข้ามาขัดจังหวะด้วยใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด "ใครบอกเธอว่าผมอยู่ที่นี่? แล้วใครอนุญาตให้เธอตามมาวุ่นวายแถวนี้?"
"ก็คนของเราเขารายงานนี่คะ!" มินตราเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามเดินเข้ามาใกล้ธันวาเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แต่กลับถูกสายตาดุดันของชายหนุ่มสกัดกั้นไว้เสียก่อน "แล้วนี่... มันเกิดอะไรขึ้นทำไมคุณถึงต้องทิ้งงานสำคัญแล้ววิ่งมาหาเด็กนี่ด้วยคะ ธันวาอย่าบอกนะว่าคุณ..."
"พอ!" ธันวาดุใส่พอร์ชต่อหน้าทุกคน เสียงทุ้มทรงอำนาจตวาดก้องจนห้องฉุกเฉินแทบเงียบกริบ ทว่า... เป้าหมายของการดุนั้นกลับไม่ใช่พอร์ชอย่างที่ทุกคนเข้าใจ
พอร์ชเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่มินตราเองก็ชะงักค้างไปเช่นกัน
"ฉันบอกให้เธอกลับไป!" ธันวาหันไปตวาดใส่มินตราเต็มเสียง ใบหน้าคมคายฉายแววเกรี้ยวกราดอย่างไร้การควบคุม "อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้ และเลิกยุ่งเรื่องส่วนตัวของฉันสักที มินตรา!"
"แต่คุณธันวาคะ! ผู้ชายคนนี้มัน..." มินตรากรีดเสียงร้องด้วยความไม่พอใจ ชี้หน้าพอร์ชที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง "มันเป็นแค่คนนอก! มันเข้ามาปั่นป่วนชีวิตคุณ ทำไมคุณต้องปกป้องมันขนาดนี้ด้วยคะ!"
บรรยากาศในห้องฉุกเฉินตึงเครียดจนแทบระเบิด พอร์ชนั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งตกใจ ทั้งแปลกใจ และ... หัวใจที่เคยด้านชาต่อความรู้สึกใดๆ กลับกระตุกวูบอย่างแรงกับคำว่า *'ปกป้อง'* ที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย
ธันวาขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นบ่งบอกถึงความอดทนที่กำลังจะขาดสะบั้น เขาหันกลับมามองพอร์ชที่นั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของพอร์ช ออกแรงดึงเบาๆ ให้ลุกขึ้นยืนประชิดตัว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของมินตราและพยาบาลรอบข้าง ธันวาขยับเข้าไปกระซิบข้างใบหูของคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าคมกริบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากไปมากกว่านี้..." ธันวาหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของพอร์ช "ก็หุบปาก... แล้วยอมให้ฉันพาออกไปจากตรงนี้ซะดีๆ"
พอร์ชสบตากับอีกฝ่ายนิ่ง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความซับซ้อนของเกมนี้กำลังดำเนินไปในทิศทางที่เหนือการควบคุม และก่อนที่พอร์ชจะทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกผลاقเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"โอ้โห... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานกันสินะครับ?"
- แบล็กสมิธในตำนาน -
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 20
ความเชื่อใจที่มีน้อยนิด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!