เสียงกระเบื้องเคลือบราคาแพงกระทบกันดังเพล้ง ลั่นสะท้อนความเงียบงันท่ามกลางห้องรับแขกโอ่โถงของคฤหาสน์ตระกูลธนand
"คุณธันวาหมายความว่ายังไงครับ?"
น้ำเสียงของพอร์ชไม่ได้สั่น ไม่ได้แหลมสูง และไม่ได้ฟูมฟาย มันราบเรียบจนน่ากลัว ทว่าดวงตาคู่คมที่มักจะมีประกายความท้าทายอยู่เสมอกลับกำลังไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความเจ็บปวดที่เจ้าตัวพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน
ธันวากวาดสายตาคมกริบมองเศษแจกันชิ้นเอกที่แตกกระจายอยู่แทบเท้า ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับคนตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึกระลอกใด ปากร้ายกาจคู่นั้นขยับเยียบเย็นราวกับไม่ได้ใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะแหลกสลายคามือหรือไม่
"ฉันพูดภาษาไทยชัดเจนดีนี่พอร์ช... หรือหูคุณมีปัญหา ถึงไม่เข้าใจว่าเรื่องระหว่างเรามันเป็นแค่เกมแก้เบื่อ"
คำพูดที่ถูกพ่นออกมาอย่างไม่ใส่ใจเปรียบเสมือนใบมีดโกนที่อาบยาพิษ มันกรีดลงบนความรู้สึกของคนที่เคยยืนหยัดเคียงข้างเขามาตลอดอย่างเลือดเย็น พอร์ชแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความสมเพชตัวเอง
เกมแก้เบื่ออย่างนั้นหรือ...
ตลอดเวลาที่ผ่านมา การที่เขาต้องคอยรับมือกับสารพัดปัญหา การที่ต้องยืนหยัดปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองท่ามกลางดงกระสุนและเกมการเมืองสีเทาของตระกูลธันวา การที่หัวใจเจ้ากรรมดันเผลอไผลเต้นผิดจังหวะทุกครั้งยามที่ถูกอีกฝ่ายโอบกอด มันเป็นได้แค่ 'เกมแก้เบื่อ' ในสายตาของมาเฟียผู้เย่อหยิ่งคนนี้เท่านั้นเองสินะ
ในขณะที่มินตรา ซึ่งยืนกอดอกอมยิ้มอยู่ที่มุมห้อง ขยับตัวเข้ามาใกล้ธันวาเล็กน้อย มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ สายตาที่เธอมองพอร์ชเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยถากถาง
"พี่ธันวาเขาก็พูดชัดเจนแล้วนะพอร์ช เธอเป็นแค่เด็กในปกครองที่บังเอิญทำตัวน่าสนใจขึ้นมาพักหนึ่ง อย่าลืมสถานะของตัวเองสิ ว่าคนที่จะยืนเคียงข้างเขาในฐานะคู่ชีวิต... มันควรจะเป็นใคร"
พอร์ชไม่ได้ปรายตามองมินตราเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้าของธันวา ราวกับต้องการจะค้นหาความจริงบางอย่างในดวงตานิลกาฬคู่นั้น ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยอ่อนโยนและฉายแววหวงก้างยามที่มีใครเข้าใกล้ แต่ในเวลานี้... มันกลับว่างเปล่า เย็นชา และผลักไสเขาออกไปอย่างไม่ใยดี
"นั่นสินะครับ..." พอร์ชพึมพำกับตัวเองเบาๆ ร่างเพรียวบางขยับถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ราวกับต้องการเว้นระยะห่างจากความอัปลักษณ์ในจิตใจของคนทั้งคู่ "ผมมันก็แค่คนนอก... คนที่คงจะอินกับเกมนี้มากเกินไปจนลืมดูสารรูปตัวเอง"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยินประโยคดังกล่าว สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไร้เหตุผลเมื่อเห็นแววตาที่ยอมจำนนและไร้ซึ่งประกายความดื้อรั้นแบบที่เคยเป็นมา แต่วิสัยของคนปากแข็งและซึนเดเระจนเข้ากระดูกดำอย่างเขา มีหรือจะยอมปริปากพูดคำว่าขอโทษหรือรั้งเอาไว้
อีโก้ของมาเฟียหนุ่มมันค้ำคอจนเกินกว่าจะยอมรับว่า หัวใจของเขาก็กำลังร้าวรานไม่แพ้กัน
"รู้ตัวก็ดี" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมดุจใบมีดจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมลดละ "ถ้าเข้าใจสถานะแล้ว ก็เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วโยนมันทิ้งถังขยะเหมือนเศษขยะไร้ค่า"
กึก...
หัวใจของพอร์ชกระตุกวูบ ความชาลามลามเลียไปทั่วร่างจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ หยาดน้ำใสๆ ที่พยายามกลั้นเอาไว้สุดชีวิตเอ่อล้นทะลักขอบตาคู่สวยลงมาอาบแก้มเนียนอย่างเงียบงัน...
น้ำตาหยดแรกไหลรินลงมาโดยไม่มีเสียงสะอื้น มันคือหยดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ และเป็นหยดน้ำตาหยดสุดท้ายที่จะเสียให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้
พอร์ชยกหลังมือขึ้นปาดคราบน้ำตากลบเกลื่อนความอ่อนแออย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาธันวาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง
"ไม่ต้องไล่หรอกครับ... ผมไปเอง"
สิ้นคำพูดนั้น พอร์ชก็หันหลังเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอนของตนเองอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้ธันวายืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระชากวูบโหวงอย่างประหลาด ความรู้สึกวูบหายราวกับสูญเสียลมหายใจไปชั่วขณะเกิดขึ้นในอก แต่มันทิฐิและคำว่าฟอร์มจัดกลับรั้งเขาไว้ไม่ให้ก้าวขาตามไป
มินตราแย้มยิ้มอย่างผู้ชนะ เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดจาเยาะเย้ยต่อ แต่ธันวากลับยกมือขึ้นห้ามเสียงเข้ม "เธอออกไปก่อนมินตรา... ฉันอยากอยู่คนเดียว"
หญิงสาวหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง ทิ้งให้ธันวาจมอยู่กับความเงียบงันและความอึดอัดที่เริ่มกัดกินขั้วหัวใจ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ธันวาทนรอความเงียบไม่ไหว เขาตัดสินใจสาวเท้าก้าวขึ้นไปยังชั้นบน ผลักประตูห้องนอนของพอร์ชให้เปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ตั้งใจจะเข้าไปต่อว่าและบังคับให้อยู่ต่อตามประสาคนปากไม่ตรงกับใจ
ทว่า... ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่สะดุดกึก
ห้องนอนว่างเปล่า... ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกเก็บเรียบร้อย บนโต๊ะเครื่องแป้งมีเพียงแหวนเพชรราคาแพงที่เขาเคยยัดเยียดให้ตอนขอแต่งงานวางนอนสงบนิ่งอยู่ และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ทิ้งไว้ประโยคเดียว
*‘ขอบคุณสำหรับเกมแก้เบื่อ... ลาก่อนครับคุณธันวา’*
ธันวาหน้าถอดสี มือหนาคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาขยำไว้แน่นจนยับยู่ยี่ ความตระหนกพุ่งพล่านขึ้นมาจนสมองขาวโพลน เขารีบก้าวเท้าพรวดพราดไปที่ระเบียงเพื่อมองลงไปด้านล่าง หวังจะเห็นร่างของคนดื้อรั้นยังวนเวียนอยู่แถวนี้
แต่ทว่า... ทันทีที่เขาผลักประตูกระจกออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อก็แผדเสียงดังลั่นระรัว พร้อมกับที่ประตูห้องนอนใหญ่ถูกถีบพังโครมเข้ามาอย่างแรงจากฝั่งบอดี้การ์ดมือหนึ่งของเขาที่ใบหน้าซีดเผือด
"นายครับ! แย่แล้วครับ! คุณพอร์ชถูก...!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมากับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะครับ
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 21
น้ำตาหยดแรก
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!