ความเงียบในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูไม่ได้แปลว่าความสงบ เปลวไฟจากเตาผิงไฟฟ้ากำลังเล่นลิ้นกับความมืดครึ้มของค่ำคืนภายนอก ทว่าสิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าอุณหภูมิห้อง กลับเป็นระยะห่างระหว่างคนสองคนที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ ณ จุดที่เรียกว่า 'อันตราย'
ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มดุในพริบตา ขณะที่พอร์ชลืมตาขึ้นทันที ความตระหนกวาบผ่านดวงตาเมื่อตระหนักได้ว่า เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น!
ลมหายใจอุ่นร้อนของธันวาปะทะเข้ากับกรอบหน้าของพอร์ช สัมผัสจากปลายนิ้วแกร่งที่ยังคงกุมคางเรียวไว้ไม่ยอมปล่อย ทำให้เสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นรำไปพร้อมกับจังหวะกระชั้นชิด
"เกมเหรอ..." ธันวาเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเจือไปด้วยความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามควบคุม "นายคิดว่าฉันกำลังเล่นเกมอยู่สินะ พอร์ช"
"แล้วที่คุณทำอยู่มันเรียกว่าอะไรล่ะครับคุณธันวา" พอร์ชสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตไหวระริกแต่ไม่ยอมหลบหนีความดุดันในนัยน์ตาอีกฝ่าย แม้แผ่นหลังจะชนติดกับพนักโซฟาจนไร้ทางถอย "ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ทั้งที่สถานะของเรามันก็แค่... คนที่ติดร่างแหในเกมธุรกิจของคุณ"
"ปากดี" ธันวาขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันเกือบจะชนกับปลายจมูกของคนตรงหน้า "ถ้าคิดว่าฉันเล่นๆ นายคงไม่มายืนเถียงฉอดๆ อยู่ตรงนี้หรอก... รู้ตัวไหมว่าบางที นายมันน่าจับฟาดให้เข็ดนัก"
"เชิญครับ ถ้ามือคุณหนักพอ" พอร์ชเชิดหน้าขึ้นท้าทาย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนเรียวปากบางที่อีกฝ่ายจ้องมองมาตลอดทั้งคืน "แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถที่จะยอมให้คุณโยนทิ้งขว้างตามใจชอบ"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะจุดประกายไฟได้ เคมีที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบตัวเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด—ความดื้อรั้นของพอร์ชคือเชื้อเพลิงชั้นดี ส่วนความซึนและปากร้ายของธันวาคือเปลวไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้มอดไหม้
ธันวาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนในอก ความโกรธระคนหมั่นไส้ตีคู่มากับความปรารถนาที่เขาต้องกดข่มไว้อย่างยากลำบาก มือแกร่งที่ประคองคางอยู่เปลี่ยนเป็นปลายนิ้วโป้งที่เกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา ราจะลงโทษคนดื้อด้วยการสัมผัสที่ทำเอาสติกระเจิง
พอร์ชสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อทันทีเมื่อปลายนิ้วนั้นลากผ่านกลีบปาก ความร้อนจากสัมผัสส่งผลให้เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว "คุณ... ทำบ้าอะไรเนี่ย"
"เตือนสติคนปากเก่ง" ธันวาตอบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยประกายบางอย่างที่พอร์ชไมกล้าตีความ "จำเอาไว้ว่าอย่ามาท้าทาย..."
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิตพอร์ชจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ธันวาชักมือกลับทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นหน้ากากน้ำแข็งในเสี้ยววินาที
พอร์ชรีบดันตัวออกจากวงแขนแกร่ง ถอยร่นไปอีกทางเพื่อจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ หัวใจยังคงเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกและอารมณ์ที่ค้างคา
"ใครมาวะ..." ธันวาพึมพำอย่างหัวเสีย สมาธิทั้งหมดถูกทำลายลงอย่างไม่เป็นท่า
ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะอนุญาต บานประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"ธันวาคะ มินมาหา... อ้าว"
เสียงหวานสะดุดกึกเมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองเห็นสถานการณ์ภายในห้อง มินตราหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ดวงตาคู่คมกวาดมองธันวาที่ยืนหน้าบึ้งอยู่กลางห้อง สลับกับพอร์ชที่ยืนห่างออกไปพร้อมใบหน้าที่ยังคงมีร่องรอยความแดงก่ำจางๆ
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความร้อนรุ่ม กลายเป็นเย็นเยียบจนติดลบในพริบตา
"มินตรา" ธันวาเอ่ยชื่อคู่หมั้นสาวด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความยินดีหรือตกใจ มีเพียงความรำคาญใจที่ฉายชัดในแววตา "คุณมาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นแบบนี้"
มินตราส่งยิ้มหวานหยด แต่แววตาที่มองพอร์ششกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและประชดประชัน เธอเดินตรงเข้ามาหาธันวาโดยไม่สนใจสายตาของพอร์ชแม้แต่น้อย มือเรียวยื่นไปแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ
"ก็มินคิดถึงนี่คะ ธันวาหายหน้าไปจากตระกูลเราหลายวันแล้วนะ คุณพ่อท่านก็เริ่มถามถึงเรื่องงานแต่งของเราแล้วด้วย" มินตราจงใจเน้นเสียงคำว่า 'งานแต่ง' ให้ดังชัดเจนเป็นพิเศษ พร้อมกับเหลือบมองพอร์ชด้วยหางตา "อีกอย่าง... มินไม่คิดเลยนะคะว่าเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของคุณ จะมี 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' มาค้างแรมด้วยแบบนี้"
พอร์ชยืนกอดอก มองภาพตรงด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เยдя เย็นชาพอๆ กับอุณหภูมิห้อง ปากเก่งระดับพอร์ชมีหรือจะยอมตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว
"อ้อ ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิดนะครับ" พอร์ชเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "พอดีผมไม่ได้มา 'ค้างแรม' แบบที่คุณมินตราว่าหรอกครับ... พอดีผมมี 'หน้าที่' ต้องอยู่เคลียร์ปัญหาบางอย่างกับคุณธันวาเขา ทั้งเรื่องงาน แล้วก็... เรื่องส่วนตัว"
คำว่า 'เรื่องส่วนตัว' ถูกเน้นเสียงหนักแน่น พร้อมกับส่งยิ้มพริမ်းที่ทำเอามินตราหน้าเสียไปชั่วขณะ
ธันวาเหลือบมองพอร์ชแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ชนิดที่แทบมองไม่เห็นเมื่อได้ยินคำพูดทวงสิทธิ์กลายๆ นั้น แต่เขาก็ยังคงนิ่งเงียบ ปล่อยให้เกมนี้ดำเนินไปโดยไม่ขัดจังหวะ
"นาย!" มินตราหันขวับมาเอาเรื่อง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "นายเป็นใคร ถึงกล้ามาพูดจาลอยหน้าลอยตาแบบนี้กับฉันรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!"
"รู้ครับ... เป็นคู่หมั้นที่คุณธันวาเขา 'ไม่ได้เลือก'" พอร์ชสวนกลับทันควัน นัยน์ตาส่อแววท้าทายไม่มีความเกรงกลัว "และถ้าจำไม่ผิด กฎของที่นี่คือห้ามคนนอกเข้ามาก่อนได้รับอนุญาต... คุณมินตราเข้ามาได้ยังไง หรือว่ารหัสผ่านมันง่ายเกินไปจนใครก็เดินเข้ามาได้ล่ะครับ"
"ธันวาคะ!" มินตราหันไปฟ้องชายหนุ่มทันที น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความคับแค้นใจ "ดูเด็กนี่สิคะ มันกล้าสามหาวใส่ฉันได้ยังไง ไล่มันออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ธันวายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยท่าทีสุขุม เขาค่อยๆ ดึงแขนที่ถูกมินตราเกาะอยู่ออกอย่างช้าๆ แต่เด็ดขาด กิริยานั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ว่าเขาไม่ได้ต้อนรับผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่น้อย
"มินตรา ดึกมากแล้ว กลับไปซะ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนคนฟังสะท้าน "ส่วนเรื่องงานแต่ง... ผมเคยบอกคุณชัดเจนแล้วว่าผมจะจัดการเอง อย่าล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมอีก"
มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจและไม่ยอมรับ เธอมองธันวากลับสลับกับพอร์ชที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ไม่ไกล ความอับอายและโทสะพุ่งพล่านจนสติแทบหลุด
"คุณไล่มินเหรอคะธันวา เพราะมันใช่ไหม... เพราะเด็กนี่ใช่ไหมที่คุณเปลี่ยนไป!" มินตราแผดเสียงลั่น ชี้หน้าพอร์ชด้วยความโมโห
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น รังสีความน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนห้องทั้งห้องเงียบกริบ เขาก้าวเข้ามาบังร่างของพอร์ชไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง ดวงตาคมกริบจ้องมองมินตราด้วยแววตาดุร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากใครก็ตามที่กล้าแตะต้องคนของเขา
"ผมเตือนคุณครั้งสุดท้ายแล้วนะมินตรา..." ธันวาพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมจนมินตราถอยหลังกรูด "ถ้าไม่อยากให้ตระกูลของคุณต้องเดือดร้อนเพราะความไร้มารยาทของคุณ ก็ไสหัวออกไปจากห้องนี้ซะ!"
มินตราตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัดและหวาดกลัว เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่พอร์ชเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างไม่สบอารมณ์
*ปัง!*
เสียงประตูปิดลงตามแรงอารมณ์ของคนที่เพิ่งเดินออกไป ความเงียบสงบกลับคืนสู่เพนต์เฮาส์อีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
พอร์ชถอนหายใจยาวเหยียด ปลดปล่อยความตึงเครียดที่สะสมไว้ออกมาทางลมหายใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่หันกลับมามองตนพอดี
ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวพอร์ชอย่างรวดเร็วโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วดึงเข้าหาตัวจนแนบชิด พอร์ชตกใจจนเผลอเอามือยันแผงอกอีกฝ่ายไว้
"ทำบ้าอะไรอีกเนี่ย ปล่อยนะ" พอร์ชเอ็ดเบาๆ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชนกัน
"เก่งนักนะ" ธันวาพกระซิบเสียงต่ำชิดริมหีบปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้วใส "ปากดีใส่คนอื่นเขาไม่พอ ยังกล้ามาท้าทายอำนาจมืดอย่างฉันอีกเหรอหืม?"
"ผมก็แค่พูดความจริง... อื้อ!"
คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อธันวาไม่เปิดโอกาสให้เถียงอีกต่อไป ริมฝีปากหยักประทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มอย่างรวดเร็วและหนักแน่น เป็นสัมผัสที่ทั้งดุดัน เอาแต่ใจ และแฝงไปด้วยความหวงก้างที่เจ้าตัวไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง สมองขาวโพลนไปหมดในชั่วพริบตา มือที่เคยผลักอกอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเร่าร้อนค่อยๆ ดึงสติและเรี่ยวแรงของพอร์ชให้หลุดลอยไปทีละน้อย ท่ามกลางความเปราะบางของความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นบนเส้นด้ายแห่งเกมหัวใจนี้
และในวินาทีที่พอร์ชกำลังจะคล้อยตามไปกับรสสัมผัสนั้นเอง...
เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบเผยให้เห็นชื่อสายเรียกเข้า... ที่ทำให้ธันวาต้องชะงักกึก และผละออกจากริมฝีปากของพอร์ชทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ!
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 33
ความสุขที่เปราะบาง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!