"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่, ธันวา"
น้ำเสียงของพอร์ชไม่ได้ราบเรียบ แต่มันเจือไปด้วยความระแวงที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน เจ้าตัวกอดอกพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบมองตรงไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้น ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ราวกับแรงดันในห้องดำน้ำที่ค่อยๆ บีบรัดออกซิเจนออกทีละน้อย
จากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ธันวาเผลอแสดงอาการหลุดการควบคุมตัวเองออกมาอย่างชัดเจนเมื่อเอ่ยถึงบุคคลที่สาม ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความกวนประสาทกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมทันที
ธันวาขยับกรามแน่น สันจاوโด่งเป็นสันคมบ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามกดทับไว้ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที—รวดเร็วเสียจนคนช่างสังเกตอย่างพอร์ชเกือบจับไม่ได้ ก่อนที่มันจะกลับมาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นตามแบบฉบับของมาเฟียหนุ่มผู้กุมอำนาจ
"อย่าคิดไปไกลเกินบทบาทที่คุณได้รับ, พอร์ช" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รอดไรฟันออกมาทีละคำ ท่าทางตีสีหน้าขรึมใส่ราวกับคนละคนกับเมื่อครู่ "ผมจ้างคุณมาดูแลเกมธุรกิจและความปลอดภัย ไม่ใช่ให้มานั่งวิเคราะห์จิตวิทยาผมตอนดึกดื่นแบบนี้"
"หึ ดูแลความปลอดภัย?" พอร์ชหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความเย้ยหยัน ก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูงทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี "แต่คนที่ต้องคอยระวังตัวที่สุดจากความบ้าบอของคุณ... คือตัวผมเองต่างหากล่ะครับ คุณธันวา"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากร่างกายของธันวาปะทะเข้ากับโสตประสาทของพอร์ชโดยตรง พระเอกหนุ่มมามาเฟียจอมซึนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อร่างบางก้าวเข้ามาประชิดอย่างไร้ช่องว่าง ดวงตาสีเข้มหลุบมองริมฝีปากที่กำลังขยับโต้เถียงฉอดๆ อย่างถือดี ก่อนจะรีบเบนสายตาหนีไปทางอื่นอย่างเก้ๆ กังๆ—อาการที่ต่อให้พยายามซ่อนแค่ไหน ก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาอันแหลมคมของพอร์ชไปได้
*ปากแข็งชะมัด...* พอร์ชคิดในใจ รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นอย่างนึกสนุก เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้านิ่งสนิท ปรากฏริ้วรอยความรั้นและความปั่นป่วนในแววตาคู่นั้นอย่างปิดไม่มิด
"ถอยไป" ธันวาเอ่ยเสียงเข้ม มือใหญ่ยกขึ้นดันไหล่บางเบาๆ แต่ไม่ได้ออกแรงผลักจริงจัง เป็นเพียงการรักษาระยะห่างที่ดูอ่อนแอเสียจนน่าขันสำหรับมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล
"ทำไมครับ? กลัวผมมองทะลุความลับที่คุณซ่อนไว้หรือไง" พอร์ชไม่ยอมถอย ปัดมืออีกฝ่ายออกแล้วเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มท้าทาย "เรื่องของคุณมินตรา... หรือเรื่องที่คุณทำตัวเหมือนหมาหวงก้างเวลาผมคุยกับคนอื่นกันแน่ที่ทำให้คุณสติหลุดเมื่อกี้?"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ธันวาตวัดสายตากลับมามองทันควัน ประกายไฟในแววตาคู่นั้นลุกโชนขึ้นมาวูบหนึ่ง มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนของพอร์ชไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบิดไม่มากนักแต่เพียงพอที่จะตรึงให้อีกฝ่ายขยับหนีไปไหนไม่ได้
"พอร์ช... คุณชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ" เสียงกระซิบนั้นต่ำจนเกือบเป็นเสียงคำราม ริมฝีปากของธันวาเม้มเข้าหากันแน่น ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจที่มักจะเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของมาเฟียหนุ่มเริ่มสั่นคลอนอย่างควบคุมไม่ได้
"ถ้าผมไม่ล้ำเส้น... คุณก็จะเอาแต่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงความเย็นชาแล้วทำร้ายคนรอบข้างต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้น่ะเหรอครับ?" พอร์ชไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงบีบที่ข้อมือ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง ความจริงจังที่ฉายชัดในแววตานั้นทำให้ธันวาชะงักงัน
ไม่มีร่องรอยของการหยอกล้อ ไม่มีคราบความกวนประสาท มีเพียงความเข้าใจลึกซึ้งที่สะท้อนออกมาจากคนตรงหน้า—คนที่มีบาดแผลในชีวิตไม่ต่างจากเขา แต่กลับเลือกที่จะเผชิญหน้ากับโลกด้วยความเข้มแข็ง แทนที่จะปิดตายหัวใจเหมือนอย่างที่เขาทำ
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนตอนแรก หากแต่มันเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในใจของทั้งสองฝ่าย ธันวาผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างจำนนต่อความจริงบางอย่างที่เขาปฏิเสธมาตลอด
นิ้วมือที่บีบข้อแขนของพอร์ชคลายน้ำหนักลง เปลี่ยนเป็นสัมผัสแผ่วเบาที่ลูบไล้อย่างเผลอไผล บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ความตึงเครียดจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่สะท้อนผ่านไออุ่นจากปลายนิ้ว
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากหยักขยับคล้ายจะเอ่ยคำบางคำออกมา—คำที่เขาไม่เคยบอกใคร แม้แต่กับคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ คำที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากแข็งและฟอร์มจัดมาตลอดหลายเดือน
"ถ้าผมบอกว่า..." ธันวาเริ่มต้นด้วยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากของพอร์ชแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา "สิ่งที่ผมกลัวที่สุด... ไม่ใช่การสูญเสียอำนาจ หรือเกมธุรกิจบ้าๆ นั่น..."
พอร์ชกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หัวใจในอกเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความคาดหวังที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ
"...แต่คือการที่คุณเดินออกไปจากชีวิตผมต่างหากล่ะ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งที่สุดในโลก ทำให้โลกทั้งใบของพอร์ชเหมือนหยุดหมุน ชั่ววินาทีนั้นความระแวงและกำแพงที่พวกเขาสร้างขึ้นมาพังทลายลงในพริบตา เคมีที่อัดแน่นมาตลอดสิบบทเต็มปะทุออกเป็นความรู้สึกหวามไหวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ทั้งสองคนขยับเข้ามาใกล้กันอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนผิวแก้ม
ธันวาหลับตาลงชั่วครู่เสมือนรวบรวมความกล้าครั้งสุดท้าย มือหนาเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าของพอร์ชไว้อย่างทะนุถนอม ผิดวิสัยมาเฟียผู้เย่อหยิ่งโดยสิ้นเชิง
พอร์ชเงยหน้ารับสัมผัสนั้น หัวใจสั่นไหวรุนแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างประหม่าเป็นครั้งแรกในชีวิต นัยน์ตาสะท้อนภาพใบหน้าคมคายที่กำลังโน้มลงมาหาช้าๆ—ระยะห่างนับถอยหลังสู่จุดสิ้นสุดของความลับทั้งหมดเหลือเพียงไม่ถึงเซนติเมตร...
*แกร๊ก!*
เสียงลูกบิดประตูด้านนอกถูกหมุนเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัว
"ธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...!"
เสียงแหลมใสของมินตราดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังสุกงอมจนขาดสะบั้น ธันวาลืมตาโพรงด้วยความตกใจ รีบผละถอยหลังออกจากพอร์ชทันทีราวกับโดนไฟลวก สีหน้าของมาเฟียหนุ่มกลับมาบึ้งตึงและเย็นชาขึ้นในเสี้ยววินาที ขณะที่พอร์ชรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเรียบเฉยที่ซ่อนประกายความหงุดหงิดเอาไว้ลึกสุดใจ
————————————————————————
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสหัวใจที่สั่นคลอนไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 11
หัวใจที่สั่นคลอน
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!