ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 17

อย่าทำตัวเป็นเจ้าของ

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสถูกปิดลงด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความโกรธเกรี้ยวจนควบคุมไม่อยู่ แต่เป็นเพราะแรงกระแทกจากความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดสามวันที่พอร์ชจงใจ ‘หายตัวไป’ จากสายตาของคนที่ควรจะอยู่ให้เห็นมากที่สุด ความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวหลังนี้ไม่ได้ช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นเลย ตรงกันข้าม กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวยาวกลับทำให้ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว ราวกับตอกย้ำว่าบางครั้ง คนเราก็เก่งกาจในการสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องตัวเองเสียเหลือเกิน ทั้งที่อิฐทุกก้อนที่ก่อขึ้นนั้น... ทำร้ายแม้กระทั่งคนสร้างเอง “คุณพอร์ชครับ เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ฝั่งโลจิสติกส์... ดูเหมือนทางคุณธันวาจะส่งคนเข้ามาประสานงานโดยตรงอีกแล้วนะครับ” เสียงของเลขาหนุ่มหน้าห้องดังผ่านอินเตอร์คอม ทำลายภวังค์ความคิดของพอร์ชลงอย่างราบคาบ มุมปากของคนฟังยกยيرขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง ประสานงานโดยตรงงั้นหรือ? คำว่า ‘ประสานงาน’ ในพจนานุกรมของธันวา คงมีความหมายเดียวกับการส่งคนมาคุมความประพฤติและตีตารางเวลาชีวิตของเขาใหม่ทั้งหมดสินะ “บอกเขาไปว่าผมไม่ว่าง ติดประชุมด่วน... หรือถ้าเขาจะเข้ามาด้วยตัวเอง ก็บอกว่าผมไม่อนุญาตให้ขึ้นมาบนชั้นนี้” พอร์ชตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคม ก่อนจะตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอฟังคำท้วงติง นับตั้งแต่วันที่ภาพข่าวหน้าหนึ่งของเซบาสเตียน กรุ๊ป ปรากฏชื่อของเขาร่วมกับมินตราในฐานะคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัด องค์กรและสื่อสังคมออนไลน์ต่างก็พากันขุดคุ้ยความสัมพันธ์เบื้องหลังราวกับฝูงแร้งรุมทึ้งซากสัตว์ แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าปาปารัสซี่พวกนั้น คือท่าทีนิ่งเฉยของธันวา—ผู้ชายที่ปากบอกว่าหวงก้างนักหนา แต่กลับปล่อยให้เกมการเมืองทางธุรกิจครอบงำทุกอย่าง แม้กระทั่งพื้นที่ระหว่างเขากับพอร์ช พอร์ชลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อเชิร์ตสีเข้มให้เข้าที่ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมจะเดินเลี่ยงออกทางประตูล้ำสมัยด้านหลังเพื่อไปตรวจไซต์งานข้างล่าง ทว่า... เสียงเปิดประตูห้องทำงานอย่างถือวิสาสะกลับดังขึ้นเสียก่อน ร่างสูงโปรดของธันวาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของพอร์ชซึ่งกำลังยืนประจันหน้าอยู่หลังโต๊ะทำงาน “ประชุมด่วนกับใครครับ ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนกำลังหนีคดีแบบนั้น” ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ ปากร้ายและกวนประสาทตามเคย แต่หากสังเกตให้ดี ประกายในแววตานั้นมีความระอุซ่อนอยู่ พอร์ชปรายตามองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวยังคงถือแฟ้มเอกสารไว้แน่นเพื่อควบคุมอาการสั่นไหวเล็กๆ ที่ทรยศความรู้สึก “ถ้าคุณมีมารยาทมากพอ น่าจะเคาะประตูก่อนเข้าห้องคนอื่นนะครับ คุณธันวา” “ผมเคาะแล้ว... แต่เลขาของคุณคงลืมบอกว่าผมมีสิทธิ์เดินเข้าออกห้องนี้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต” ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ทรงพลัง กดดันให้พอร์ชต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพชนิดติดขอบโต๊ะทำงาน “นั่นมันสิทธิ์ที่คุณคิดเอาเองคนเดียว อย่าเอาความเผด็จการของคุณมาใช้กับผม... เราไม่ได้เป็นอะไรกันขนาดนั้น” พอร์ชเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาแข็งกร้าวปฏิเสธที่จะหลบตาคมคู่นั้น แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก “ไม่ได้เป็นอะไรกัน?” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากหยักลึกนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดุดันในเวลาเดียวกัน “สามวันที่ผ่านมา คุณหลบหน้าผม ปิดเครื่องมือถือ และย้ายไปนอนคอนโดอีกที่... ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่คุณเรียกว่า ‘ไม่ได้เป็นอะไรกัน’ งั้นเหรอครับ พอร์ช” “ใช่! เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ คุณมีคู่หมั้น มีหน้ามีตาในสังคมที่ต้องรักษา มีเกมสกปรกที่คุณกับครอบครัวกำลังเล่นอยู่... และผม ไม่อยากเป็นหนึ่งในเบี้ยบนกระดานเน่าๆ ของคุณไงครับ!” พอร์ชระเบิดความอัดอั้นออกมา คำพูดแต่ละคำคมกริบราวกับใบมีดที่ตั้งใจกรีดแทงลงไปตรงจุดที่เจ็บที่สุด แต่มันกลับสะท้อนความจริงที่ทั้งคู่ต่างก็หลีกหนีไม่พ้น ธันวาชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่ความดุดันจะกลับมาแทนที่อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้สติของพอร์ชเริ่มพร่าเลือน “ฟังผมให้ดีนะ...” ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ “ต่อให้คนทั้งโลกจะจับคู่ผมกับใคร ต่อให้เกมบ้าบอพวกนั้นมันจะบีบคั้นแค่ไหน... จำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดี พอร์ช” มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางของพอร์ชไว้แน่นพอประมาณ ไม่ให้หนีไปไหน แต่ก็ไม่ได้รุนแรงจนเกินทน ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจะไล้ขึ้นมาแตะที่กรามคม ปลายคางมนถูกบังคับให้เงยขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและหวงแหนอย่างปิดไม่มิด “อย่าทำตัวเป็นเจ้าของในสิ่งที่ผมไม่ได้อนุญาต... เพราะสำหรับผมแล้ว คุณคือคนเดียวที่ผมอนุญาตให้เป็นเจ้าของชีวิตผมตั้งแต่แรก” คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดทำให้พอร์ชนิ่งงิ่งไป ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในลำคอ ความซึนเดเระที่เคยเป็นเกราะกำบังของมาเฟียหนุ่มถูกพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงความจริงใจดิบเถื่อนที่สั่นคลอนหัวใจจนตั้งรับไม่ทัน ทว่า... ก่อนที่พอร์ชจะได้ทันเอ่ยคำใดตอบโต้ เสียงเคาะประตูดังรัวสามครั้งก็แทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมดราม่านั้นลงทันที “คุณธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ทางคุณมินตรา... เธอเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง และตอนนี้กำลังขึ้นมาถึงหน้าลิฟท์แล้วค่ะ!” เสียงร้อนรนของเลขาหน้าห้องที่เปิดประตูพรวดเข้ามาทำให้ธันวาและพอร์ชต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาของธันวาคมกริบขึ้นทันทีเมื่อหันไปมองทางประตู ก่อนจะหันกลับมาสบตากับพอร์ชที่มีแววตาไหวระริกด้วยความตกใจ และในจังหวะที่เสียงสัญญาณเตือนลิฟท์ดังขึ้นบ่งบอกถึงการมาถึงของผู้ไม่ได้รับเชิญ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง... รอยยิ้มเยือกเย็นของมินตราปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับคำพูดที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวในพริบตา “ว้า... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ กับ ‘ลูกน้องคนสนิท’ สินะคะเนี่ย?” โปรดติดตามตอนต่อไป... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%