“ว้า... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ กับ ‘ลูกน้องคนสนิท’ สินะคะเนี่ย?”
เสียงหวานเคลือบยาพิษของมินตราลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดหน้าคณะบริหารธุรกิจ พอร์ชปรายตามองหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์ดังที่จงใจเดินเข้ามาแทรกกลางวงด้วยรอยยิ้มเยาะ เธอยืนกอดอก พนักพิงไหล่เข้ากับเสาปูนอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ในใจจะนึกรำคาญผู้หญิงคนนี้เสียจนอยากจะควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูว่าตารางชีวิตของอีกฝ่ายไม่มีอะไรทำนอกจากตามราวีคนอื่นหรืออย่างไร
“ถ้าตาไม่บอดจนเกินไป คุณก็น่าจะเห็นนะฃรับว่าเราไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียด แค่คุยงานกันตามประสาหัวหน้ากับลูกน้อง... อ้อ หรือว่าที่บ้านไม่ได้สอนให้รู้จักคำว่า ‘มารยาทในการรอ’ เลยถึงต้องเดินสอดปากเข้ามาแบบนี้” พอร์ชสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบเชือดเฉือนจนมินตราหน้าเจื่อนลงถนัดตา
“นี่เธо...” มินตราเม้มปากแน่น ดวงตาสวยเฉี่ยวฉายแววเกรี้ยวกราด “ปากดีให้มันตลอดเถอะย่ะ! อีกไม่นานหรอก ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนกวาดเศษแก้วอย่างเธอออกไปจากชีวิตพี่ธันวาเอง!”
“เชิญตามสบายครับ ถ้ามีความสามารถพอที่จะ ‘กวาด’ คนอย่างผมนะ” พอร์ชยักไหล่ ปรายตามองด้วยความสมเพชก่อนจะหันไปสั่งงานลูกน้องคนสนิทต่อหน้าตาเฉย ราวกับมินตราเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน สร้างความคับแค้นใจให้คุณหนูตระกูลดังจนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่พอร์ชกำลังจะก้าวเดินเลี่ยงหนี สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มที่คุ้นตาเป็นอย่างดีกำลังยืนหลบมุมอยู่หลังแนวต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปไม่ไกล
ธันวา!
ให้ตายเถอะ... มาทำอะไรที่นี่?
ผู้ชายปากร้ายที่บอกว่างานยุ่งหัวหมุนจนปลีกตัวไปไหนไม่ได้เมื่อเช้าตรู่ กลับมายืนตีหน้าขรึมอยู่ใต้ร่มไม้ริมคณะของเขาเนี่ยนะ? พอร์ชหรี่ตามองพิจารณาชายหนุ่มที่พยายามทำเป็นมองนกมองไม้ แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและมือข้างที่กำหมัดหลวมๆ อยู่ข้างลำตัวนั้นฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังหึงจนเลือดขึ้นหน้าขนาดไหน
หึ... ปากแข็งบอกว่าไม่ได้สนใจ แต่ลับหลังกลับตามสืบตามเฝ้าจนเป็นสตอล์กเกอร์มืออาชีพไปซะแล้ว
พอร์ชแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น ปล่อยให้มินตราatบ่นงึมงำไล่หลังต่อด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อมุ่งตรงไปยังลานจอดรถหลังคณะ โดยจงใจทิ้งระยะห่างให้พอเหมาะ เพื่อเปิดโอกาสให้ ‘ใครบางคน’ ได้เดินตามเข้ามาติดๆ
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะกระจกรถเบาๆ ดังขึ้น ขณะที่พอร์ชเพิ่งหย่อนตัวลงนั่งบนเบาะคนขับได้ไม่ถึงนาที เมื่อหันไปมองก็พบใบหน้าบึ้งตึงของธันวายืนกอดอกจ้องเขม็งผ่านกระจกใส รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างแทบติดลบ
พอร์ชเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย กดเลื่อนกระจกล้ำลงครึ่งหนึ่งด้วยรอยยิ้มกวนประสาท “อุ๊ย! คุณธันวาบังเอิญผ่านมาแถวนี้เหรอครับ หรือว่า... หลงทางมาแถวคณะผมพอดี?”
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายดุดันขึ้นถนัดตาเมื่อเห็นท่าทีไม่สะทกสะท้านนั้น “บังเอิญบ้านเธอสิ! ขยับไป ฉันจะขึ้นไปคุยด้วย”
“รถผมที่นั่งแคบนะครับ เกรงใจคุณชายผู้สูงศักดิ์อย่างคุณเสียเปล่าๆ อีกอย่าง... แฟนคลับคุณ หรือว่าคู่หมั้นตัวจริงของคุณ อาจจะตามมาเจอเข้า เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่นะครับ” พอร์ชจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘คู่หมั้น’ ชัดถ้อยชัดคำ พร้อมส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้อยากหยิกแก้วตาสักทีสองที
ธันวาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนากระชากเปิดประตูฝั่งข้างคนขับแล้วหย่อนตัวลงนั่งทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวลอยอวลเข้ามาในพื้นที่แคบๆ จนพอร์ชต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
“พูดมากน่าพอร์ช” ธันวาหันขวับมามอง แววตาคมกริบฉายประกายบางอย่างที่อ่านยาก “เมื่อกี้... ยืนคุยอะไรกับมันนานสองนาน หน้าตาดูสนิทสนมกันเสียเหลือเกินนะ”
“หมายถึงลูกน้องผมเหรอครับ? อ๋อ เรากำลังปรึกษาเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ที่จะทำให้บริษัทคู่แข่งกระอักเลือดตายอยู่มั้งครับ ทำไมเหรอครับ หึง... เอ้ย เป็นห่วงงานบริษัทผมเหรอครับ?” พอร์ชจงใจลากเสียงยาว หยอกเย้าคนข้างตัวด้วยความสนุกสนาน ยิ่งเห็นใบหูของมาเฟียหนุ่มเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กำไรชีวิต
“ใครหึงเธอ! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักพอร์ช” ธันวาปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน เบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนร่องรอยพิรุธ แต่หูที่แดงแจ๋กับสันกรามที่ขบเกร็งนั้นปฏิเสธความจริงไม่ได้เลยสักนิด “ฉันแค่ผ่านมาตรวจงานแถวนี้ แล้วบังเอิญเห็นภาพอุจตาเข้า ก็เลยแวะมาเตือนในฐานะ... ในฐานะเจ้านายที่ไม่อยากให้ลูกน้องใจแตกเรื่องชู้สาวในเวลางาน”
“อ๋อ... เจ้านายใจดีสินะครับ ถึงลงทุนเดินตามมาตักเตือนถึงรถ” พอร์ชโน้มตัวเข้าไปใกล้โดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าเรียวสวยห่างจากปลายจมูกโด่งเป็นสันของอีกฝ่ายเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้มจนธันวาต้องชะงักกึก หันกลับมาสบตาตรงๆ
ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ “แต่แปลกจังนะครับ เจ้านายคนอื่นเขาไม่เห็นต้องทำหน้ายักษ์หน้ามารขนาดนี้เวลาลูกน้องคุยกับคนอื่นเลยนี่นา... หรือว่าที่จริงแล้ว กลัวผมปันใจให้คนอื่นจนนอนไม่หลับกันแน่ครับ?”
ธันวานิ่งงัน ลมหายใจของมาเฟียหนุ่มสะดุดไปชั่วขณะเมื่อถูกรุกประชิดตัวแบบไม่ทันตั้งตั้งรับ ดวงตาคมเข้มลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดจายั่วเย้า หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก
ให้ตาย... ผู้หญิง (หรือผู้ชายคนนี้) เป็นปีศาจจำแลงมาเกิดหรืออย่างไร ถึงได้รู้จุดอ่อนของเขาทุกกระบวนท่า
“เธอนี่มัน...” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าต้นคอระหงให้เข้ามาใกล้เพื่อลงโทษคนปากดีสักที แต่ทว่า—
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนดราม่าเสียก่อน ธันวาชะงักค้าง พอร์ชผละตัวออกด้วยความเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองผ่านกระจกใส
และในวินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของทั้งคู่ก็แทบหยุดนิ่ง เมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่ไม่คาดฝันยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างรถ พร้อมกับกระจกที่ถูกเลื่อนลงโดยฝีมือของใครอีกคนที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามานั่งเบาะหลังหน้าตาเฉย!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 18
อาการคนคลั่งรักแต่ปากแข็ง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!