ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 16

มือที่สามเริ่มคืบคลาน

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ถอยไป." น้ำเสียงของธันวาไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ร่างสูงที่เคยยืนประจันหน้ากับพอร์ชค่อยๆ หันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง นัยน์ตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความตกใจชั่วขณะ กับความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบปิดไม่มิด ประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดอ้าซ่าเผยให้เห็นร่างเพรียวระหงในชุดเดรสดีไซเนอร์หรูหรา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยฟุ้งเข้ามาปะปนกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นในห้องทำงาน มินตราก้าวเข้ามาด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตแย้มยิ้มบางเบา แต่แววตาที่กวาดมองมายังพอร์ชซึ่งยืนอยู่ใกล้โต๊ะทำงานนั้น เต็มไปด้วยการประเมินค่าและประกาศความเป็นเจ้าของอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ตกใจเหรอคะคุณธันวา ที่เห็นมินอยู่ที่นี่" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินนองนารเข้ามาใกล้ โดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต ร่างบางหยุดยืนห่างจากธันวาเพียงแค่เอื้อมมือ "คุณแม่เป็นคนบอกมินเองว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งจนไม่มีเวลาพักผ่อน มินก็เลยแวะเอาซุปไก่ตุ๋นยาจีนฝีมือคุณป้ามาฝาก... แต่ดูเหมือนว่ามินจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าหรือเปล่าคะ?" พอร์ชไหวไหล่เบาๆ ท่าทีตื่นตระหนกเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคู่คมฉายแววเย้ยหยันขึ้นมาวับหนึ่ง ชายหนุ่มขยับตัวถอยหลังเว้นระยะห่างจากโต๊ะทำงานของธันวาอย่างเป็นงานเป็นการ ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกราวกับกำลังชมละครโทรทัศน์รอบบ่าย "ถ้าหมายถึงการเคลียร์งานค้างล่ะก็... คุณมินตรามาถูกจังหวะพอดีเลยครับ" พอร์ชเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ แต่เจือแววประชดประชันอย่างจงใจ "เพราะผมกับคุณธันวากำลังจะ *'สรุปยอด'* กันพอดี ขาดอีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วเชียว น่าเสียดายจริงๆ ที่คุณเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน" คำว่า 'สรุปยอด' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงกวนประสาท จนธันวาต้องตวัดสายตากลับมามองตัวแสบประจำบริษัทแวบหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มฉายแววดุเดือดขึ้นมาทันทีราวกับจะคาดโทษ แต่พอร์ชกลับทำเป็นมองไม่เห็น แถมยังส่งยิ้มหวานหยดให้อย่างกวนโมโห "พอร์ช." ธันวาเอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่คนสนิทรู้ดีว่าควรหยุด แต่สำหรับมินตรา เธอกลับตีความไปอีกทาง มินตราขยับเข้าไปใกล้ธันวามากขึ้นอีกนิด มือเรียวเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อสูทเนื้อดีอย่างถือวิสาสะ สายตาของเธอตวัดมองพอร์ชด้วยความไม่พอใจที่ถูกขโมยซีน "มินว่าพนักงานคนนี้คงไม่รู้มารยาทในการเข้าพบผู้บริหารสินะคะคุณธันวา ถึงได้กล้าพูดจาล้อเล่นกับเจ้านายแบบนี้... หรือว่าช่วงนี้คุณตามใจเด็กฝึกงานคนนี้มากเกินไป จนลืมไปแล้วว่าใครคือนาย และใครคือคู่หมั้นของคุณกันแน่" คำว่า 'คู่หมั้น' ลอยคว้างอยู่ในอากาศ สร้างความเงียบงันขึ้นชั่วขณะ พอร์ชไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าไม่ได้จางหายไป แต่กลับเย็นชาลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยมองสำรวจมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตานิ่งเรียบ การปรากฏตัวแบบไม่ได้รับเชิญแถมยังพกสถานะคู่หมั้นมาเบ่งใส่แบบนี้ ไม่ได้ทำให้พอร์ชรู้สึกเจียมเนื้อเจียมตัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับจุดชนวนความท้าทายในตัวพอร์ชให้ลุกโชนขึ้นมาเสียมากกว่า "อ๋อ... คู่หมั้น" พอร์ชทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงลากยาว ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ "ขอโทษทีครับ พอดีผมจำได้แต่เรื่องงานในบริษัท ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว... ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องสอดรู้สอดเห็นสักเท่าไหร่หรอกครับ ยิ่งเป็นเรื่องที่ *'ผู้ใหญ่จัดฉาก'* ขึ้นมาด้วยแล้ว ยิ่งไม่น่าสนใจเข้าไปใหญ่" "นี่คุณ!" มินตราหน้าเสีย สีหน้าถอดสีลงทันทีด้วยความโกรธจัด ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ขึ้นมา "คุณเป็นแค่พนักงาน... กล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามแบบนี้กับฉัน!" "ผมก็แค่พูดตามเนื้อผ้าครับคุณมินตรา" พอร์ชสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกถ้อยคำ "ถ้าพูดความจริงแล้วทำให้คุณรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา ก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ พอดีผมเป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยเก่งเรื่องการปั้นหน้ายิ้มรับขันสิบทาสรักอะไรทำนองนั้นซะด้วยสิ" "พอร์ช! พอได้แล้ว" ธันวาตวาดกร้าว ร่างสูงก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองด้วยสีหน้าถมึงทึง นัยน์ตาคมกริบมองพอร์ชด้วยความคาดโทษอย่างหนักหน่วง "ออกไปรอข้างนอกก่อน ไป!" พอร์ชหรี่ตามองธันวาเล็กน้อย เห็นชัดเจนว่าชายหนุ่มกำลังพยายามระงับอารมณ์ความหงุดหงิดที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งห่วงความรู้สึกของสถานการณ์ ทั้งรำคาญการมาเยือนของคู่หมั้น และที่สำคัญที่สุด... ธันวากลัวว่าตัวเองจะเผลอแสดงอาการปกป้องพอร์ชออกหน้าออกตาจนมินตราจับพิรุธได้ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้พอร์ชคันไม้คันมืออยากลองดี "ทำไมล่ะครับคุณธันวา กลัวผมจะพูดความจริงอะไรให้คู่หมั้นของคุณฟังอีกงั้นเหรอ?" พอร์ชยังคงลอยหน้าลอยตาพูดต่อ ไม่ยอมขยับไปไหนแม้แต่นصก้าวเดียว "เมื่อกี้เรายังคุยกันค้างอยู่เลยนะ เรื่องที่มือของคุณ... เอえ... จับข้อมือผมไว้ไม่ยอมปล่อยน่ะครับ" บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่พลันเงียบกริบลงทันที มินตราที่กำลังจะอ้าปากโวยวายถึงกับชะงักกึก เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนจะหันขวับไปมองธันวาด้วยสายตาหวาดระแวงและจับผิด นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความไม่ไว้วางใจ "คุณธันวาคะ... เมื่อกี้... เขาหมายความว่ายังไงคะ?" ธันวากรามขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่งสงบและมาดสุขุมที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเจอฤทธิ์เดชของตัวแสบอย่างพอร์ชเข้าไป นัยน์ตาสีเข้มหันกลับมามองพอร์ชด้วยแววตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ "พอร์ช... ผมสั่งให้คุณออกไป" ธันวาเน้นทีละคำ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ก็ได้ครับๆ ไม่เห็นต้องทำหน้าดุขนาดนั้นเลยนี่ครับ กลัวคู่หมั้นสุดที่รักของคุณจะเข้าใจผิดหรือไงกัน" พอร์ชไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ี่สาหัส ก่อนจะหันไปโค้งศีรษะให้มินตราด้วยท่าทีที่กวนประสาทที่สุดในสามโลก "งั้นผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับ เชิญพวกคุณ *'เคลียร์ยอดส่วนตัว'* กันตามสบายเลยนะครับ... ผมไม่กวนใจแล้ว" พูดจบท้ายประโยค พอร์ชก็หมุนตัวเดินนิ่มๆ ออกจากห้องทำงานไปอย่างไม่มียางอาย ทิ้งให้เสียงปิดประตูกระจกดังขึ้นเบาๆ เป็นการตัดขาดจากสถานการณ์ระอุภายใน ภายในห้องทำงานเหลือเพียงความเงียบที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มินตราหันกลับมามองหน้าธันวา สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความระแวงและไม่พอใจ "คุณธันวาคะ อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าเด็กนั่นมันหมายความว่ายังไง ทำไมคุณถึงต้องเสียงดังใส่ฉัน แล้วทำไมเด็กนั่นถึงได้กล้าปีนเกลียวกับคุณขนาดนี้!" ธันวายังคงยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนน่ากลัว นัยน์ตาสีเข้มมองตามทิศทางที่พอร์ชเพิ่งเดินออกไป ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอกจนควบคุมยาก ไม่ใช่เพราะคำพูดของมินตรา แต่เป็นเพราะรอยยิ้มท้าทายและแววตารั้นๆ ของพอร์ชต่างหากที่ติดอยู่ในหัว "ไม่มีอะไรทั้งนั้น มินตรา" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้เยื่อใยสิ้นเชิง "คุณเอาซุปกลับไปซะ แล้วก็เลิกทำตัวไร้สาระแบบนี้ที่บริษัทผมอีก" "คุณธันวา!" มินตรากรีดเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจและไม่คาดคิดว่าเขาจะไล่เธอตรงๆ แบบนี้ "นี่คุณไล่ฉันเหรอ? เพื่อเด็กฝึกงานปากจัดคนนั้นเนี่ยนะ!" ธันวาไม่ได้ตอบคำถามนั้น ร่างสูงเพียงแค่หันหลังให้ ปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด แต่มือหนาที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด กลับกำลังสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวน ที่ด้านนอกห้องทำงาน พอร์ชเดินฮัมเพลงเบาๆ ออกมาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจดวงน้อยกลับเต้นรัวเร็วจนผิดจังหวะเมื่อนึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่ข้อมือเมื่อครู่ และแววตาไหววูบของธันวาตอนที่มองมา "ปากแข็งชะมัด..." พอร์ชพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง พลางยกมือขึ้นแตะข้อมือข้างที่ถูกจับ "ดูซิว่าจะซึนไปได้อีกสักกี่น้ำ" ทว่า ความคิดสนุกสนานนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น *'ติ๊ง'* พอร์ชขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน ข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏหรหลาอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับภาพถ่ายแนบไฟล์ที่ทำให้ลมหายใจของพอร์ชสะดุดกึกทันที มันคือภาพถ่ายระยะไกลของพอร์ชและธันวาที่ยืนประชิดกันในห้องทำงานเมื่อเช้า... มุมกล้องถูกจัดวางอย่างจงใจให้ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังโน้มตัวเข้าหากันในระยะประชิด ชวนให้คิดไปไกลถึงความสัมพันธ์ลับๆ ที่ซ่อนอยู่หลังประตูกระจกฝ้า และด้านล่างภาพถ่ายนั้น มีข้อความสั้นๆ ส่งตรงมาขู่ขวัญ: *[ถ้าไม่อยากให้เรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับคุณธันวาหลุดออกไปถึงหูสื่อและคุณมินตรา... พรุ่งนี้เที่ยง มาพบฉันที่คาเฟ่เดิม ลำพัง]* พอร์ชนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกสนุกสนานเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากไขสันหลัง มีคนกำลังเล่นตลกอะไรบางอย่าง... และเกมนี้ ดูท่าจะไม่ได้มีแค่ธันวาคนเดียวเสียแล้วที่ต้องปวดหัว --------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความแซ่บและเอาใจช่วยคู่กัดคู่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%