"แกกล้ามากนะธันวา... ที่กล้าประกาศกร้าวเรื่องเด็กนี่กลางบริษัท!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นห้องทำงานหรูชั้นบนสุด สะท้อนก้องผ่านกระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงเบื้องล่าง มินตรากำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ ปลายเล็บที่ตกแต่งอย่างประณีตจิกเข้าหากันจนขึ้นข้อขาว ดวงตาที่เคยพยายามรักษาภาพลักษณ์กุลสสาวผู้ดี ตอนนี้กลับลุกโชนด้วยไฟริษยาอย่างปิดไม่มิด
ธันวา ไม่แม้แต่จะชายตามองคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัด and หามาให้ เขาเพียงแค่หมุนปากกาในมือช้าๆ สายตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงาน บรรยากาศรอบตัวเขานิ่งสนิท เยียบเย็น และกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"ถ้าพูดจบแล้ว ก็เชิญออกไปครับ ประตูอยู่ทางนั้น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้เยื่อใย ไม่มีความสะทกสะทะต่อความเกรี้ยวกราดของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
"นี่คุณเห็นฉันเป็นตัวอะไร! ประกาศสถานะกับเด็กกะโปโลคนนั้น แล้วเอาหน้าฉันไปไว้ที่ไหน!" มินตรากรีดเสียงแหลม พยายามก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน แต่กลับต้องชะงักเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุดั่งพญาเหยี่ยวที่เงยขึ้นมามอง
"แล้วคุณคิดว่าตัวเองมีค่าพอให้ผมต้องไว้หน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะครับ มินตรา" ธันวาเอ่ยคำพูดเชือดเฉือนออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่คมกริบราวกใบมีดอาบยาพิษ "อย่าล้ำเส้นในสิ่งที่ผมไม่ได้อนุญาต... ออกไป"
ทว่า ก่อนที่มินตราจะได้อาละวาดต่อ ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างไร้มารยาท พอร์ชยืนกอดอกพิงกรอบประตู สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับระยิบระยับด้วยความขบขันและอยากรู้อยากเห็นในคราวเดียวกัน
"อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะเวลาสวีท (หรือเวลาเคลียร์ใจดีล่ะครับ) ของคุณหนูมินตรากับท่านประธานหรือเปล่าครับเนี่ย" พอร์ชลากเสียงกวนประสาท เดินน่องเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้ใครอนุญาตสักนิด ดวงตากลมโตแพรวพราวคู่นั้นกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยความท้าทาย
มินตราหันขวับมามองตัวต้นเรื่องทันที เธอกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น "แก! ไอ้เด็กปากดี..."
"ปากดีแล้วได้ใจคุณธันวาหรือเปล่าครับเนี่ย ถึงได้หัวเสียซะขนาดนั้น" พอร์ชสวนกลับทันควัน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือชั้น ไม่มีความเกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น "เชิญตามสบายนะครับ พอดีผมมีธุระ 'ส่วนตัว' จะคุยกับท่านประธานเขาพอดี"
ธันวามองท่าทีลอยชายของคนตัวเล็กกว่า แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลงชั่วพริบตา แต่ปากหนายังคงขยับตอบด้วยความซึนเดเระตามเคย "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาพร่ำเพรื่อในห้องฉัน พอร์ช"
"อ้าว ก็คนที่ประกาศกร้าวกลางบริษัทเมื่อกี้ไม่ใช่คุณหรอกเหรอครับ ว่าผมเป็น 'เด็ก' ของคุณ?" พอร์ชจงใจเน้นเสียงคำว่าเด็ก พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวอีกฝ่ายลอยเข้าจมูกธันวาจนชายหนุ่มต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ในฐานะเด็ก... ผมก็มีสิทธิมาทวงถามความชัดเจนไม่ใช่หรือครับ ท่านประธานธันวา"
มินตราที่ยืนหัวโด่เป็นส่วนเกิน ทนดูความสนิทสนมและการต่อปากต่อคำที่เย้ยหยันเธอนี้ไม่ไหว เธอตวัดสายตาอาฆาตมาที่พอร์ช ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์
ปัง!
เมื่อห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง พอร์ชถึงได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
ธันวาวางปากกาในมือลง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาคมกริบสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มฉายแววจرิงจังขึ้นมาบ้างแล้ว
"มีอะไร" ธันวาเอ่ยถามเสียงห้วน กลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างในอกที่กำลังเต้นผิดจังหวะเพราะระยะห่างที่ใกล้กันเกินไป
"ไม่มีอะไร แค่สงสัย..." พอร์ชหรี่ตามองอีกฝ่าย ทอดเสียงยานคางอย่างใช้ความคิด "คนที่สถานะทางสังคมเพอร์เฟกต์อย่างคุณ ธันวา กุลธำรง... ทำไมถึงเลือกประกาศตัวปกป้องเด็กไม่มีหัวนอนปลายชนอย่างผมกลางที่ประชุมล่ะครับ? ทั้งที่จริงคุณจะปฏิเสธ หรือแค่ปล่อยให้ข่าวลือเงียบหายไปเองก็ได้"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมไหววูบชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว "เธอสำคัญตัวเองเกินไปหรือเปล่า พอร์ช ฉันแค่ไม่อยากให้เรื่องไร้สาระมารบกวนเวลาทำงานของบริษัท"
"เหรอครับ?" พอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะทำงาน มือเรียววางทับลงบนพื้นผิวไม้มันวาวโน้มตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ "แต่สายตาที่คุณใช้มองผมตอนอยู่ในที่ประชุม... มันไม่ได้บอกว่ารำคาญเลยนะครับ มันบอกว่าหวงก้างต่างหากล่ะ"
ธันวาเม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบเมื่อกลิ่นอายความเย้ายวนและคำพูดที่รู้ทันพุ่งเข้าใส่ ความซึนเดเระในตัวกำลังทำงานอย่างหนักหน่วง เขาอยากจะเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายออกไปให้พ้นหน้า แต่สายตาคมกลับไม่ยอมละไปจากริมฝีปากที่กำลังขยับพูดเจื้อยแจ้วนั้นเลย
"ผมไม่ได้สนใจเรื่องปากแข็งของคุณหรอกนะ ธันวา..." พอร์ชกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ แววตาคมกริบฉายแววจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง "แต่สิ่งที่ผมสนใจ... คือเรื่องในอดีตของคุณต่างหากล่ะ"
คิ้วหนาของธันวากระตุกเข้าหากันทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับติดลบ "เธอพูดเรื่องอะไร"
"เรื่องที่คุณพยายามปกปิดมาตลอด... เรื่องอุบัติเหตุเมื่อสี่ปีก่อน ที่ทำให้ตระกูลของคุณต้องสูญเสียคนสำคัญไป และคุณ... ก็เป็นคนลงมือทำลายมันด้วยมือตัวเอง"
ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วห้องจนอากาศแทบเบาบาง นัยน์ตาคู่นคมกริบตอนนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนโกรธกริ้ว เขากระชากแขนเรียวของพอร์ชเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว
"เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง พอร์ช!" เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกจี้เข้าหาแผลเป็นในใจที่ฝังรากลึก
พอร์ชไม่แม้แต่จะสะดุ้งกลัว แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้ทำให้เขาหลบตาคมคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มุมปากของพอร์ชกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับผู้ชนะที่สามารถดึงหน้ากากของเสือร้ายออกมาได้สำเร็จ
"ถ้าไม่อยากให้ผมขุดคุ้ยความลับนี้ต่อ... ก็บอกความจริงมาสิครับ ว่าทำไมคุณถึงต้องทำร้ายตัวเองด้วยการผลักไสทุกคน และเกลียดแม้กระทั่งความรัก" พอร์ชเอ่ยท้าทาย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของอีกฝ่ายในระยะประชิดที่อันตรายถึงชีวิต
ธันวาจ้องมองใบหน้าหวานที่ดื้อรั้นและรู้ทันเขาไปเสียทุกเรื่อง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสับสนและระลอกคลื่นอารมณ์ที่โหมกระหน่ำในอก มือหนาที่บีบข้อมืออีกฝ่ายค่อยๆ คลายน้ำหนักลง แต่ยังคงตรึงร่างบางให้อยู่ในอ้อมกอดอย่างไร้ทางหนี
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ประสานกันอย่างแนบแน่น ธันวาขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมาเพื่อปฏิเสธหรือไล่ตะرد แต่นัยน์ตากลับสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างมานานกำลังจะพังทลายลงด้วยมือของคนตรงหน้า
ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะได้เอลื้อนเอ่ยความลับที่ถูกเก็บงำมานานนับปี เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่ผลักประตูพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีคนส่งพัสดุปริศนาจ่าหน้าถึงคุณโดยตรง และข้างในนั้นมัน..." เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มันคือภาพถ่ายในอดีตเมื่อสี่ปีก่อน ที่ถูกส่งมาจากคนที่ควรจะตายไปแล้วครับ!"
ธันวาชะงักกึก นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นทันที ร่างสูงปล่อยมือจากข้อมือของพอร์ชช้าๆ ก่อนจะหันขวับไปมองที่ประตูห้องด้วยความตกตะลึงสุดขีด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 15
ความลับที่ยังไม่ได้เปิดเผย
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!