"คุณพูดอะไรออกมา... รู้ตัวหรือเปล่าครับ คุณธันวา"
เสียงของมินตราสั่นพร่า ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เมื่อประโยคประกาศิตจากปากของมาเฟียหนุ่มจอมเนี้ยบยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่กลางห้องทำงานกว้าง ที่เงียบงันเสียจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานชัดเจน
ธันวาไม่แม้แต่จะชายตามองคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ เขายังคงยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสง่างาม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษส่งกลิ่นอายคุกคามที่ทรงพลัง แต่สายตากลับพุ่งตรงมาที่พอร์ชราวกับเสือดาวที่ล็อกเป้าหมาย
"ผมพูดภาษาคน หรือคุณต้องให้ผมแปลเป็นภาษาต่างดาว ถึงจะเข้าใจว่า 'คนของผม' หมายถึงใคร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าเฉียบคมบาดลึก ปรายหางตามองมินตราเพียงนิด "และถ้าการที่คุณเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต คือความพยายามจะแสดงความเป็นเจ้าand... ผมแนะนำให้เก็บเอกสารไร้สาระพวกนั้นแล้วไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน"
คำพูดไร้เยื่อใยนั้นทำเอามินตราหน้าเสีย เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความคับแค้นใจ หันมาถลึงตาใส่พอร์ชที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะสะบัดหน้าพรวดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์
ปัง!
ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่บรรยากาศภายในห้องกลับอึดอัดยิ่งกว่าเดิม พอร์ชสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเมื่อครู่ กลับทรยศด้วยการกระหน่ำรัวราวดรัมแมชชีน คำว่า "คนของผม" จากปากธันวาเมื่อครู่ มันสร้างแรงกระแทกบางอย่างที่สั่นคลอนเกราะป้องกันทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมา
"เล่นใหญ่นะครับคุณธันวา กลัวคนอื่นเขาไม่รู้หรือไงว่าคุณมันพวกชอบหาเรื่องใส่ตัว" พอร์ชแค่นหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อนความวูบไหวในอก เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานก่อนจะใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนพื้นผิวไม้มะฮอกกานีราคาแพง "แต่ขอบคุณที่ช่วยไล่ตะردยัยนั่นออกไปได้... ถือว่าคุณทำแต้มดีขึ้นมาหน่อย"
ธันวาหรี่ตามองคนปากเก่งที่ยังคงเชิดหน้าท้าทาย ทั้งที่ใบหูขาวจัดเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด มาเฟียหนุ่มถอนหายใจยาว ยืดตัวตรงแล้วก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวพอร์ชทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดัน
"ทำแต้ม?" ธันวาพทนทวนคำ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร้ำดังอยู่ใกล้จนพอร์ชต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าว "คุณคิดว่าผมทำไปเพื่อเล่นสนุกเหรอพอร์ช"
"แล้ว..." พอร์ชกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง ทางหนีทีไล่ถูกปิดตาย "คุณทำไปทำไมล่ะครับ หรือแค่รำคาญยัยนั่นจนหาแพะรับบาปไม่ได้"
ธันวาไม่ตอบทันที เขายื่นมือหนาข้างหนึ่งขึ้นไปยันชั้นหนังสือไว้เหนือศีรษะของพอร์ช กักขังร่างเพรียวบางให้อยู่ในอาณัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนจากร่างกายที่แผ่ซ่านออกมาทำให้พอร์ชหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่พยายามทำเป็นนิ่งเฉยแต่ดวงตากลับไหวระริก
"ปากดี..." ธันวาพึมพำแผ่วเบa นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของพอร์ชออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบาราวกับกลีบดอกไม้แตะต้องนั้นทำเอาพอร์ชสะעדดเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
นี่ไม่ใช่การคุกคามแบบที่ธันวาชอบทำ แต่มันคือ... ความอ่อนโยน?
ความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายและเย็นชามาตลอดนับตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ความจริงใจที่สะท้อนผ่านแววตาคู่คมนั้นทำให้กำแพงในใจของพอร์ชสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"ถ้าวันนั้น... ผมไม่เข้าไปช่วยคุณที่โกดังร้างคุณจะทำยังไง" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคู่นั้นจริงจังจนพอร์ชไม่กล้าสบตาตรงๆ "ถ้าคุณเป็นอะไรไป... คุณคิดว่าผมจะรู้สึกยังไง"
ประโยคคำถามเรียบง่ายแต่ทรงพลังราวกับค้อนปอนด์ทุบลงกลางใจ พอร์ชชะงักงัน สมองขาวโพลนไปหมด ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจุกที่อกซ้าย ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ พอร์ชไม่เคยชินกับการมีใครมาใส่ใจ ไม่เคยชินกับการมีใครมายืนอยู่ข้างๆ ยามที่โลกทั้งใบพังทลายลงมา
ชีวิตของเขาต้องสู้ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด... จนกระทั่งผู้ชายคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต พังทลายกฎเกณฑ์ทุกอย่าง และดึงเขาเข้าไปอยู่ในอาณาจักรที่เต็มไปด้วยอันตราย แต่ขณะเดียวกันก็ปลอดภัยที่สุดในเวลาเดียวกัน
"คุณธันวา..." พอร์ชกระซิบเสียงสั่น เผลอยื่นมือไปจับชายเสื้อสูทของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว "ทำไม... ถึงต้องทำขนาดนี้ล่ะครับ"
ธันวามองท่าทางที่ไร้การป้องกันเป็นครั้งแรกของคนปากแข็ง ยมุมปากหยักยกยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยันหรือเจ้าเล่ห์ แต่มันคือรอยยิ้มที่อบอุ่นและมีอิทธิพลต่อหัวใจของพอร์ชเหลือเกิน
"ก็เพราะ..."
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ขณะที่พอร์ชรีบผลักอกอีกฝ่ายออกแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างลนลาน
"เข้ามา!" ธันวาตวาดเสียงห้วนจัด
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของเลขาคนสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดจนพอร์ชและธันวาต้องหันไปมองเป็นตาเดียว
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" เลขาหนุ่มละล่ำละลักรายงาน "ตอนนี้ทางบอร์ดบริหารกดดันหนักมาก และ... คุณพ่อของคุณธันวา กำลังเดินทางมาที่บริษัทครับ!"
ธันวาหน้าตึงขึ้นทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ พอร์ชใจหายวาบเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทอีกครั้ง
ร่างของชายสูงวัยผู้ทรงอิทธิพล ปรากฏตัวขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับสายตาดุดันที่กวาดมองมายังพวกเขาทั้งสองคนด้วยรังสีอำมหิตที่แทบจะฆ่าคนได้ในรัศมีห้าเมตร!
"แกกล้ามากนะธันวา... ที่กล้าประกาศกร้าวเรื่องเด็กนี่กลางบริษัท!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 14
เส้นกั้นที่เลือนหาย
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!